fbpx

เดินชมเมืองที่เรียงรายไปด้วยบ้านญี่ปุ่นโบราณ เที่ยวคาเฟ่ลับและโรงสาเกสุดคลาสสิก ณ เมืองอิไมโจ

มี.ค. 12, 2026

Kintetsu Railway

  • Clip

เดินชมเมืองที่เรียงรายไปด้วยบ้านญี่ปุ่นโบราณ เที่ยวคาเฟ่ลับและโรงสาเกสุดคลาสสิก ณ เมืองอิไมโจ

Kintetsu Railway และ fromJapan พาทุกคนไปแวะเที่ยว “เมืองอิไมโจ” เมืองที่ได้ชื่อว่า “เมืองแห่งปาฏิหาริย์” มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจจากตัวเมืองเก่าแก่และยังคงกลิ่นอายของอดีตเอาไว้ได้ มนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลนี้เป็นเหมือนประตูที่จะให้ทุกคนได้เรียนรู้เรื่องราวของญี่ปุ่นโบราณ ซึ่งผสมผสานเข้ากับความเป็นปัจจุบันได้อย่างลงตัว

สารบัญ (Index)

อิไมโจ “เมืองแห่งปาฏิหาริย์” ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานจากยุคมูโรมาจิ ยุคเซ็นโกคุ จนถึงปัจจุบัน

อิไมโจ (Imaicho, 今井町) มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในฐานะ “เมืองแห่งปาฏิหาริย์” ที่รอดพ้นจากสงครามและการทำลายล้างมาได้ตั้งแต่อดีต จนกลายเป็นเขตอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ในยุคทองของอิไมโจ เมืองแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค โดยเฉพาะในช่วงยุคเอโดะ เมืองนี้กลายเป็นศูนย์กลางของการค้าที่มั่งคั่ง จนถึงขนาดมีคำกล่าวที่ว่า “70% ของทองคำในแผ่นดินยามาโตะ (นารา) รวมอยู่ที่อิไมโจ 

ความร่ำรวยและมั่งคั่งของอิไมโจก็สะท้อนออกมาผ่านภาพของสถาปัตยกรรม และบ้านเรือนในเมืองที่เรียกกันว่า มาจิยะ (Machiya) มีลักษณะเด่นอยู่ตรงที่การมุงหลังคากระเบื้องราคาแพงและการทำกำแพงดินเผาสีขาวสวยงามเป็นระเบียบ ที่น่าชื่นชมคือบ้านเรือนจากในยุคนั้นยังคงถูกรักษาและส่งต่อกันมาถึงปัจจุบัน เป็นจำนวน 500 หลัง จากทั้งหมด 700 หลัง

Back To Index

เดินเที่ยว “เมืองอิไมโจ” สัมผัสกลิ่นอายอดีตจากสถาปัตกรรมและบ้านเรือนแบบดั้งเดิม

หากจะเอาตั้งแต่เริ่มจริงๆ ทุกคนจะได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นโบราณได้ตั้งแต่เริ่มเดินเข้ามา ซึ่งหากทุกคนเดินมาจากสถานีรถไฟยางิ ประตูทางออกตะวันตก คุณจะพบกับทางข้าม สะพานโซบุบาชิ (蘇武橋) ที่มีราวสะพานสีแดงสดสะดุดตา ในบริเวณนี้เองที่ทุกคนสามารถชมทิวทัศน์ของย่านเมืองเก่าอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ได้ในครั้งแรก

อย่างที่เราได้กล่าวไปในข้างต้นว่าเมืองอิไมโจ เป็นเมืองเก่าที่มีบ้านเรือนตกทอดจากรุ่นสู้รุ่นมาถึง 500 หลัง จากทั้งหมด 700 หลัง ซึ่งภายหลังบ้านเหล่านั้นได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นอาคารโบราณแบบดั้งเดิม และได้เปิดให้ผู้มาเยือนสามารถเข้าเยี่ยมชมอาคารเหล่านั้นเพื่อสัมผัสบรรยากาศการใช้ชีวิตในอดีตอย่างใกล้ชิด

สำหรับใครที่อยากหาข้อมูลเกี่ยวกับเมืองแบบจริงจังมากขึ้น เราแนะนำให้ไปที่ ศูนย์แลกเปลี่ยนเมืองอิไมโจ อิไม มาจินามิ โคริว เซ็นเตอร์ (Imai Machinami Koryu Center) หรือ ฮะนาอิราคะ (Hanairaka) ที่นี่จะเป็นอาคารสไตล์ดั้งเดิมตั้งอยู่ทางตอนใต้ของย่าน ทุกคนสามารถไปเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของเมืองนี้และรับเอกสารประกอบได้

ด้วยความที่อิไมโจเป็นเมืองที่คงสภาพสถาปัตยกรรมโบราณเอาไว้ได้เป็นอย่างดี เพียงแค่เดินชมเมืองก็เป็นการเที่ยวที่เปิดหูเปิดตาทุกคนได้แล้ว  ไม่ว่าจะตรอกซอกซอยไหนก็เหมาะแก่การเดินเที่ยวชม นอกจากนี้ บรรดาบ้านโบราณที่หลายๆ แห่งยังเปิดให้เข้าไปเยี่ยมชม หรืออาจมีการปรับเปลี่ยนให้เป็นคาเฟ่ลับๆ ซึ่งเราจะแนะนำในหัวข้อต่อไป

Back To Index

เที่ยวคาเฟ่ลับสไตล์เรโทรและโรงบ่มสาเกอันเลื่องชื่อ

หากคุณเหนื่อยจากการเดินชมตรอกซอกซอยของบ้านโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรม ราวกับย้อนเวลากลับไปในอดีตเหล่านี้แล้ว เราแนะนำให้ลองแวะพักที่คาเฟ่ลับๆ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายในเมืองอย่างแนบเนียน

เพียงเดินข้ามสะพานโซบุจากสถานีรถไฟมาเล็กน้อย คุณจะพบกับร้าน Hackberry ซึ่งมีจุดสังเกตเป็น ต้นเอโนกิ (Japanese Hackberry / エノキ) ขนาดใหญ่  ดีไซน์ภายในร้านผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นกับตะวันตก ทุกคนสามารถมาใช้บริการได้ตั้งแต่มื้อกลางวันไปจนถึงมื้อเย็น 

ส่วนเมนูยอดนิยมคือ “ข้าวห่อไข่แชมเปญ” สีชมพูสวยสะดุดตา นอกจากนี้ก็มี “แกงกะหรี่ดำสูตรโฮมเมด” ที่น่าลองอีกเมนู!

สำหรับใครที่ชอบความสดชื่น แวะไปที่ Unomachi Coffee (うのまち珈琲店) ร้านคาเฟ่หนังสือที่ขึ้นชื่อเรื่อง “พาร์เฟต์ผลไม้ตามฤดูกาล” และ “ครีมโซดาสีสันสดใส” กันได้

นอกจากเครื่องดื่มและขนมอร่อยๆ ร้านยังมีเมนูอาหารกลางวันอย่างแกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่นที่ใช้ดาชิเพื่อให้รสชาติกลมกล่อมอีกด้วย บรรยากาศภายในร้านก็จะมีความชิลๆ ผ่อนคลาย นั่งสบาย เหมาะสำหรับคนที่ชอบสโลว์ไลฟ์

ร้านต่อไปคือ Cafe Saryo Hakutai (茶寮 百代) คาเฟ่ลับในบรรยากาศอันเงียบสงบ หน้าร้านตกแต่งด้วยผ้าม่านสีขาวสไตล์ญี่ปุ่น ภายในร้านมีทั้งที่นั่งแบบโต๊ะและเสื่อทาทามิ เราจึงสามารถเลือกนั่งชมสวนเล็กๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน

สำหรับเมนูแนะนำจะมีเป็นของหวานรสละมุนอย่าง “แอปเปิลคอมโพท” ที่ใช้แอปเปิลทั้ง 1 ลูก รสชาติหวานกำลังดี และอีกหนึ่งเสน่ห์คือการที่จะได้เพลิดเพลินไปกับเครื่องดื่มพิเศษเฉพาะแต่ละฤดูกาล ตลอดทั้ง 4 ฤดูด้วย

นอกจากนี้ ห้ามพลาด “เซนไซ” ของ ร้าน Cafe Kannadzuki (神奈月) ที่สามารถทานได้ในช่วงอากาศหนาวเป็นอันเด็ดขาด เพราะเลืองลือกันว่าอร่อยมาก หรือจะเป็นเมนูโมจิย่างสดใหม่ที่เนื้อสัมผัสนุ่ม กลิ่นหอมอวลไปทั่วบริเวณ เมื่อได้ลองทานเข้าไปแล้วจะรู้สึกถึงความฟูของเนื้อโมจิ เข้ากันได้ดีกับความหวานละมุมของถั่วแดง

บอกเลยว่าอร่อยจนว่างไม่ลงอย่างแน่นอน แล้วเขาก็ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อยด้วยนะ เพราะทางร้านทำไม้จิ้มออกมาเป็นกิมมิคน่ารักๆ เป็นรูปน้องแมว ใครที่ต้องการใช้เวลาชิลๆ กับอาหารอร่อยๆ ที่นี่ก็ไม่ควรพลาดนะ

นอกจากบรรดาคาเฟ่ที่ไม่ควรพลาดแล้ว อีกหนึ่งแห่งที่ต้องแวะไปให้ได้เมื่อมาเยือนเมืองอิไมโจคือ “โรงบ่มสาเกคาวาอิ (Kawai Shuzo)” ซึ่งเป็นโรงบ่มสาเกแห่งเดียวในเมือง

ที่นี่พิเศษตรงที่เปิดกิจการมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ภายนอกเป็นตัวอาคารโบราณสวยงามน่าชม ส่วนภายในร้านเราก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมลองชิมสาเกญี่ปุ่น 3 ชนิดผ่านเซ็ตชิมสาเกได้อีกด้วย

Back To Index

เดินทางไป “เมืองอิไมโจ” ได้ง่ายๆ ด้วยรถไฟคินเท็ตสึ

  • 1.เดินทางจากบรรดาเมืองใหญ่

จากโอซาก้า : นั่งรถไฟ Kintetsu Limited Express จาก สถานีโอซาก้า นัมบะ (Osaka-Numba Station) มาลงที่ สถานียามาโตะ ยากิ (Yamato-Yagi Station) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

จากเกียวโต : นั่งรถไฟ Kintetsu Limited Express จาก สถานีเกียวโต (Kyoto Station) มาลงที่ สถานียามาโตะ ยากิ (Yamato-Yagi Station) ใช้เวลาประมาณ 50 นาที

จากนารา : นั่งรถไฟคินเท็ตสึ จาก สถานีคินเท็ตสึ นารา (Kintetsu-Nara Station) ไปที่ สถานียามาโตะ ไซไดจิ (Yamato-Saidaiji Station) ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นเปลี่ยนขบวนไปนั่ง รถไฟสายคินเท็ตสึคาชิฮาระ (Kintetsu Kashihara Line) แล้วไปลงที่ สถานียามาโตะ ยากิ (Yamato-Yagi Station) ใช้เวลาประมาณ 15 – 20 นาที (*ใช้เวลาเดินทางจากสถานีคินเท็ตสึ นารา (Kintetsu-Nara Station) รวมประมาณ 30 นาที)

  • 2.เดินทางจาก สถานียามาโตะ ยากิ

เมื่อถึง สถานียามาโตะ ยากิ (Yamato-Yagi Station) สามารถเลือกเดินเท้าไปยังเมืองอิไมโจได้ ใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาทีก็จะถึง

หรือจะเลือกนั่ง รถไฟสายคินเท็ตสึคาชิฮาระ (Kintetsu Kashihara Line) ไปลงที่สถานีสถานียากิ นิชิกุจิ (Yagi-Nishiguchi Station) ก็จะสามารถเดินต่อแบบใกล้ขึ้น ใช้เวลาเพียง 3 – 5 นาทีเท่านั้น

*กรณีนั่งรถไฟ Kintetsu Limited Express ตามเส้นทางดังกล่าว ต้องใช้ตั๋ว 2 ใบ ดังนี้*

  • ตั๋วโดยสาร (Basic Fare)

สามารถซื้อตั๋วโดยสารได้ที่หน้าสถานี หรือหากคุณมีบัตร IC Card หรือ KINTETSU RAIL PASS ก็สามารถใช้ทดแทนได้ ในกรณีของเส้นไปทางเมืองอิไมโจ ต้องเป็น KINTETSU RAIL PASS 2day,5day, 5day plus เท่านั้น เพราะสำหรับบัตร 1day จะไม่ครอบคลุมเส้นทางครั้งนี้

  • ตั๋วที่นั่ง (Limited Express Ticket)

ตั๋วที่นั่งทุกที่บนรถไฟพิเศษต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น  แนะนำศึกษาข้อมูลเส้นทาง และขบวนรถไฟที่เพิ่มเติมได้ที่นี่ >> https://www.kintetsu.co.jp/foreign/thai/about/limited_express/index.html

เว็บไซต์สำหรับจองตั๋ว :

https://www.ticket.kintetsu.co.jp/vs/en/T/TZZ/TZZ10.do?op=tDisplayVisitorMenu

🌸✨🌸✨🌸✨

จากที่เราได้พาทุกคนไปเที่ยวชมในวันนี้ เพื่อนๆคงเห็นกันแล้วว่า “เมืองอิไมโจ” เป็นเมืองที่แสนมีเสน่ห์ และไม่ได้มีดีเพียงด้านประวัติศาสตร์ แต่ที่นี่ยังเป็นที่เที่ยวเหมาะกับคนหลากหลายวัย ไม่ว่าคุณจะอยากเรียนรู้ความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิม เห็นกระบวนการทำสาเก เดินเที่ยวชมเมืองโบราณ หรือชอบไวบ์ของคาเฟ่สวยๆ ก็เหมาะจะมาเที่ยวยังเมืองอิไมโจแห่งนี้ค่ะ

ที่มา (Ref.) :

https://www.city.kashihara.nara.jp/soshiki/1063/gyomu/1/2/1/3830.html

https://kashihara-kanko.or.jp/feature/detail.php?fid=7

https://www.gdrc.org/heritage/imai-cho/imai-cho.html

Kintetsu Railway Official Website

อ่านบทความที่น่าสนใจจาก fromJapan

 

Back To Top


แท็กยอดนิยม


แชร์บทความนี้

Klook.com

Top 5 Articles




อัปเดตเทรนด์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมสนุก ๆ
เพิ่มเติมได้ที่เพจ fromJapan !

 


Copyright © 2025 fromJapan.com All Rights Reserved.