fbpx

หญิงชราชาวญี่ปุ่นขอลาออกจากความเป็นแม่

ก.ย. 25, 2026

  • Clip

หญิงชราชาวญี่ปุ่นขอลาออกจากความเป็นแม่

ภาระทางการเงินที่ไม่สิ้นสุดกำลังทำลายชีวิตของหญิงชราคนหนึ่งอย่างช้าๆ จนเธอถึงกลับคิดว่า “ฉันเหนื่อยกับการเป็นแม่แล้ว ฉันไม่อยากเป็นแม่อีกแล้ว!”

เจ้าของเรื่องนี้คือ มิชิโกะ (นามสมมติ) วัย 81 ปี ก่อนหน้านี้มิชิโกะคิดว่าหลังสามีเสียชีวิตเธอควรได้อยู่อย่างสงบสุขและเรียบง่าย แต่ความเป็นจริงไม่เป็นแบบนั้น เมื่อลูกชายคนโตวัย 56 ปี และลูกชายคนที่ 2 วัย 52 ปี ยังคงพึ่งพาอาศัยเธอโดยที่ทั้ง 2 คนไม่มีงานทำ! 😰

ลูกชายคนโตของมิชิโกะแทบไม่ได้ทำงานนอกบ้านเลยนับตั้งแต่ลาออกจากงานเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว ส่วนลูกชายคนที่ 2 ก็ทำงานพาร์ทไทม์บ้างแต่ช่วงหลังมานี้เขาใช้เวลาอยู่บ้านเฉยๆ มากกว่า ทั้ง 2 คนไม่ได้ช่วยออกค่าใช้จ่ายใดๆ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ค่าสาธารณูปโภค ของใช้ในชีวิตประจำวัน บิลโทรศัพท์ และบางครั้งเธอก็ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พวกเขาด้วย

“แม่ เดือนนี้ผมไม่ค่อยมีเงินเลย ต้องขอยืมก่อนนะ”
“แม่ ขอเงินเพิ่มอีกสัก 10,000 เยนได้ไหม”
“ผมกำลังหางานอยู่น่ะ จะขอรบกวนแค่ช่วงนี้เท่านั้นแหละ”

แต่คำว่า “แค่ช่วงนี้” ของพวกเขากลับกินระยะเวลานานหลายปี!

ในตอนแรก มิชิโกะใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินบำนาญและเงินออมเล็กน้อย แม้ว่าเธอจะไม่ต้องจ่ายค่าเช่าเพราะเป็นบ้านของตัวเอง แต่ค่าอาหารสำหรับ 3 คน ค่าสาธารณูปโภค ไปจนถึงค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ของลูกชายก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เธอพยายามปฏิเสธว่าจะไม่จ่ายเงินให้พวกเขา บรรยากาศในบ้านก็จะแย่ลงทันที พวกเขาจะแสดงความหงุดหงิดออกมาโดยตรง เช่น กระแทกประตูเสียงดังๆ 💢

แน่นอนว่าปัญหาชวนหนักใจนี้ถูกเก็บไว้กับตัว หญิงชราไม่กล้าเล่าให้เพื่อนบ้านหรือแม้แต่ญาติฟัง เธอจะรู้สึกแย่มากขึ้นเวลามีคนถามว่า ‘ลูกชายยังโสดอยู่อีกเหรอ?’ ในใจของเธอมีแต่ความขมขื่น พวกเขาไม่ได้ทำงานด้วยซ้ำจะมีปัญญาไปมีครอบครัวได้ยังไง

ความทุกข์นี้ค่อยๆ กัดกร่อนชีวิตของมิชิโกะ ด้วยความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่มีแต่เพิ่มไม่มีลด มิชิโกะเริ่มละเลยตัวเอง เธอสวมแต่เสื้อผ้าเก่าๆ บางครั้งก็ลืมนัดหมายของหมอ ไม่ค่อยได้ออกไปทานอาหารกับเพื่อนๆ ทั้งที่เคยไปเป็นประจำ และเธอก็จะถอนหายใจทุกครั้งที่เห็นบิลค่าใช้จ่ายต่างๆ

“ฉันได้เงินบำนาญ 170,000 เยนต่อเดือนก็จริง แต่มันไม่พอสำหรับ 3 คนเลย ฉันต้องเอาเงินออมมาใช้จ่าย เดือนต่อมาก็ใช้หนี้กลับไป… มันกลายเป็นวงจรหนี้ที่ไม่สิ้นสุด”

วันหนึ่ง มิชิโกะเหลือบมองยอดเงินในสมุดบัญชีธนาคารและตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เงินของเธอกำลังหมดไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้แม้แต่เงินค่าทำศพเธอก็อาจมีไม่พอด้วยซ้ำ! ที่สำคัญที่สุดคือความคิดที่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับลูกๆ หากเธอเป็นอะไรไป

เย็นวันนั้น ขณะรับประทานอาหารกัน มิชิโกะจึงพูดออกมาเป็นครั้งแรกว่า “แม่ไม่สามารถช่วยเหลือพวกลูกได้อีกแล้วนะ ตอนนี้แม่ 81 แล้ว แม่ดูแลพวกลูกไปตลอดไม่ได้หรอก”

ผลของการสนทนาในครั้งนี้ก็ไม่ได้ดีนัก นอกจากลูกๆ ของเธอจะไม่สำนึก ก็ยังเถียงเธออีกว่า “ต่อให้แม่บอกให้ผมไปทำงาน ตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว อายุขนาดนี้ไม่มีงานให้ทำหรอก” นี่คือคำพูดเดียวที่เธอได้รับจากลูกชาย ทำเอามิชิโกะถึงกับต้องทบทวนตัวเองว่าเธอผิดเองสินะที่ตามใจพวกเขามาตลอด ตามใจเกินไป!

สุดท้าย มิชิโกะจึงหันไปขอคำปรึกษาจากหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นซึ่งก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมาก เพราะไม่นานจากนั้นเธอก็ได้รับการติดต่อให้ไปรับบริการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางการเงิน ในปัจจุบัน เธอกำลังพิจารณาใช้ความช่วยเหลือเรื่องการหางานสำหรับลูกชายทั้ง 2 คน และยังศึกษาเกี่ยวกับการบริหารเงินในครัวเรือนด้วย แม้ว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน แต่ถึงกระนั้น มิชิโกะก็ก้าวออกมาจากสถานการณ์ที่เธอรู้สึกว่าต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวแล้ว

“ฉันรู้ว่าทุกอย่างไม่สามารถแก้ไขได้ในชั่วข้ามคืน แต่เมื่อเทียบกับตอนที่ฉันคิดว่า ‘ฉันเป็นแม่ ฉันต้องอดทน’ ตอนนี้ฉันหายใจได้สะดวกขึ้นมาก ก็จริงที่เพราะเราเป็นครอบครัว ฉันจึงทิ้งพวกเขาไม่ได้ แต่เพราะเราเป็นครอบครัวนี่แหละ บางครั้งมันจึงยากที่จะมองเห็นขีดจำกัดของตัวเอง ฉันไม่ได้อยากจะบอกว่าฉันไม่อยากเป็นแม่หรอกนะ แต่นอกเหนือจากการเป็นแม่ ฉันก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่งที่กำลังแก่ลงด้วย ลูกๆ ของฉันต้องโตได้แล้ว”

อ่านบทความที่น่าสนใจจาก fromJapan

Back To Top


แท็กยอดนิยม


แชร์บทความนี้

Klook.com

Top 5 Articles




อัปเดตเทรนด์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมสนุก ๆ
เพิ่มเติมได้ที่เพจ fromJapan !