ตะลุยโตเกียว เที่ยววัดทาคาฮาตะ ฟุโดซัง เดินขึ้นเขาไหว้ ‘เทพเจ้าจิโซ’ 88 องค์
มี.ค. 31, 2026
ตะลุยโตเกียว เที่ยววัดทาคาฮาตะ ฟุโดซัง เดินขึ้นเขาไหว้ ‘เทพเจ้าจิโซ’ 88 องค์
หายหน้าหายตากันไปนาน วันนี้เราจะมาต่อจากครั้งก่อนที่ได้พาไปเดินชมทั่ว วัดทาคาฮาตะ ฟุโดซัง ตามรอยของหน่วยซามูไรชินเซ็นกุมิ
วันนี้จะมาพาไปเดินขึ้นภูเขาไหว้เทพเจ้าจิโซทั้งหมด 88 องค์ด้วยกัน!

ส่วนใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนแรกกดไปอ่านได้ที่ภาพด้านล่างนี้เลย! 👇
ก่อนอื่นมาปูพื้นความรู้เรื่องเทพเจ้าจิโซกันก่อน โดยเทพเจ้าจิโซนั้นมีชื่ออย่างเป็นทางการคือ “พระโพธิสัตว์จิโซ” ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีหน้าที่ช่วยเหลือและคอยปกป้องผู้คนจากความทุกข์ทรมาน ในปัจจุบันก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชาวญี่ปุ่น โดยหลายพื้นที่เชื่อว่าเทพเจ้าจิโซทำหน้าที่เป็น “เทพผู้คุ้มครองทางเดิน” “ช่วยปัดเป่าโรคภัย อวยพรให้การเดินทางปลอดภัย” รวมถึง “คอยปกป้องเด็กๆ และคนในชุมชน” แต่ทั้งนี้เทพเจ้าจิโซก็มีลักษณะและบทบาทแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ด้วยเช่นกัน
เรามาเริ่มออกเดินทางต่อจากเจดีย์สีแดงยักษ์ใหญ่ตรงนี้ หากดูตามรูปด้านล่างก็เลี้ยวเข้าไปทางลาดซ้ายมือได้เลย
ตรงนี้เป็นตำแหน่งที่อยู่ลงมาต่ำจากเมื่อกี้ เลยทำให้ได้เห็นเจดีย์ในมุมที่เต็มตาสวยๆ ไปอีกมุม
ทางเดินจากตรงนี้ไปขึ้นเขาจะเป็นพื้นดินที่ไม่ได้มีการเทปูนเอาไว้ และเส้นทางจนกว่าจะครบทั้ง 88 องค์ค่อนข้างไกลและมีการเดินขึ้นลงเนินเป็นบางครั้งด้วย แนะนำให้สวมรองเท้าที่พร้อมไปลุยธรรมชาติ หรือรองเท้าพละก็ได้ เพราะว่าวันนั้นเราก็ใส่รองเท้าพละทั่วไปก็เดินได้อยู่!
เดินมาเรื่อยๆ ก็จะเจอกับป้ายทางเข้าสู่เส้นทางไหว้เทพเจ้าจิโซ 88 องค์แบบนี้
มีป้ายแผนที่ให้เห็นภาพรวมด้วย โดยเราจะเริ่มเดินทางหมายเลข 1 กัน แม้จะไม่มีแผนที่ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะหลงทาง เพราะว่าระหว่างทางจะมีป้ายบอกทางและในบางจุดจะมีทางลัดให้เราลงเขาก่อนวนครบ 88 องค์ด้วย
เราก็เริ่มเรียกน้ำย่อยจากรูปปั้นแถวป้ายแผนที่ก่อนเลย
อากาศกำลังเย็นสบาย เรามาเริ่มขึ้นเขากันเลยดีกว่า! เดินมาตามทางดินตรงนี้แล้วจะเห็นป้ายบอกทาง เราก็เลี้ยวซ้ายเดินขึ้นทางไปกันเลย
ตอนนี้เราเดินขึ้นมาถึงรูปปั้นเทพเจ้าจิโซองค์ที่ 1 แล้ว ตามแต่ละจุดจะมีรูปปั้นเทพเจ้าจิโซ และป้ายเหล็กสีเงินคู่กัน โดยเป็นป้ายที่บอกว่าเป็นเทพเจ้าจิโซที่ประดิษฐานมาจากจังหวัดไหนในประเทศญี่ปุ่น และเนื่องจากภูเขาแห่งนี้มีรูปปั้นเทพเจ้าจิโซมาจากทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่น เลยทำให้เป็นสถานที่นิยมสำหรับคนญี่ปุ่นหลายมาสักการะกันตลอดทั้งปี

พอเดินต่อไปก็จะมีป้ายบอกทางว่าเทพเจ้าจิโซองค์ต่อไปอยู่ทางไหนประมาณนี้เลย ตรงนี้จะบอกว่าหมายเลข 3 และ 4 อยู่ทางไหน เดินขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ตามทางกันเลย เพราะเส้นทางยังอีกไกล!
แต่เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์จริงเพื่อที่จะได้ไปสักการะเทพจิโซที่ญี่ปุ่นกันจริงๆ ในบทความนี้จะไม่ได้นำเสนอรูปภาพของรูปปั้นเทพจิโซทั้ง 88 องค์นะ แต่บอกเลยว่าบรรยากาศจริง Unseen เหมาะกับสายท่องเที่ยวแน่นอน
ในช่วงที่ไปเป็นช่วงเดือนกันยายน ก็จะยังมีต้นไม้สีเขียวและดอกฮิกันบานะ หรือดอกลิโคริส (Lycoris) บานอยู่ระหว่างทางเรื่อยๆ เลย
ช่วงที่เราไปไม่ค่อยมีคนมาเดินเขา อาจจะเพราะว่าเป็นวันธรรมดาด้วย ทำให้ได้เดินแบบชิลๆ เหมือนเป็นไพรเวททริปเลย
แต่ถ้าไปคนเดียวก็อาจจะเสียวสันหลังหน่อย แต่ว่าภูเขาไม่ได้ใหญ่มากและอยู่ในเมืองเล็กน้อย แถมยังมีวัดคอยดูแลเลยไม่มีสัตว์ใหญ่อย่างเช่น หมี จะมีก็เป็นสัตว์เล็กอย่าง นก กระรอก หรือบางคนอาจจะได้เจอกับทานุกิก็ได้นะ!


ป้ายบอกทางจะชี้ทางให้เห็นชัดเจน เพื่อที่จะไม่ให้เดินหลงทางกัน ก็อาจจะมีปนๆ กับป้ายสีขาวบ้าง สำหรับใครที่ภาษาญี่ปุ่นไม่แข็งก็ไม่ต้องกังวลเพราะว่าเราสามารถสังเกตจากลูกศรและตัวเลขได้ แม้ว่าลูกศรอาจจะสีจางไปแล้วบ้าง….
รูปปั้นเทพจิโซก็จะซ่อนอยู่ทั่วภูเขา อยู่ในมุมบ้าง อยู่ริมทาง หรือริมหน้าผาบ้างเหมือนกัน

เดินขึ้นเขาไปได้สักพักก็เจอป้ายเขียนเตือนให้ผู้ที่มาเดินสักการะเทพจิโซ “ระวังอีกา” ในช่วงที่ไปไม่ค่อยเห็นหรือได้ยินเสียงอีกาเท่าไหร่ แต่คิดว่าในช่วงที่อากาศร้อนกว่านี้อาจจะมีออกมาบิน เลยให้ระวังจะโดนคาบของหรือแย่งอาหารไป ถ้าใครไปก็ระวังตัวกันด้วยนะ
นอกจากให้ระมัดระวังอีกาและสัตว์ในภูเขาแล้ว แน่นอนว่าทางภูเขาแห่งนี้เป็นพื้นที่ของวัดและเป็นพื้นที่สาธารณะ ทางวัดก็มีป้ายเขียนขอความร่วมมือ “ห้ามเดินสูบบุหรี่บนภูเขา” ตามทางแบบนี้
เดินไปทางไหนก็มีแต่บรรยากาศของธรรมชาติของต้นไม้สีเขียวปกคลุมภูเขาไปทั่ว และด้วยความที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟเลยทำให้ได้สัมผัสกับความเงียบสงบที่ไม่คิดว่าจะได้สัมผัสในโตเกียวแบบนี้ ยิ่งขึ้นไปสูงก็ยิ่งอากาศดีและเย็นสบาย เป็นเส้นทางเดินเขาที่ไม่น่าเบื่อและถือว่าเดินง่ายสำหรับคนทั่วไปมากเลย เพราะว่าในทางที่เป็นเนินหรือชัน จะมีการเอาไม้มาวางที่พื้นดินเพื่อสร้างให้เป็นบันไดและมีราวจับที่ทำจากเหล็กให้ในบางจุดแบบนี้ด้วย

หลายคนอาจจะเริ่มสังเกตเห็นว่าที่รูปปั้นเทพจิโซแต่ละองค์จะมีการวางของถวายไว้ที่หน้าตักหรือมือด้วย ซึ่งส่วนใหญ่สิ่งที่เอามาสักการะเทพจิโซที่เห็นในครั้งนี้จะมี เมล็ดข้าวสาร นกกระเรียนกระดาษ เหรียญเงิน ธูป เข็มกลัดเด็ก หรือแม้กระทั้งหินหรือสิ่งของในธรรมชาติที่เก็บได้จากแถวนั้น
ดูเหมือนว่าการจะสักการะของที่นำมาสักการะเทพเจ้าจิโซไม่มีการกำหนดไว้อย่างตายตัว ซึ่งอาจจะเป็นผลไม้ ขนม หรือน้ำ แต่ส่วนใหญ่จะเลือกสิ่งที่มาถวายโดยคำนึงถึงบทบาทของเทพเจ้าจิโซหรือธรรมเนียมท้องถิ่น

ตรงนี้ขอลงรายละเอียดในการไหว้เทพเจ้าจิโซที่ถูกต้องสักหน่อย โดยการไหว้เทพเจ้าจิโซ จริงๆ แล้วไม่ได้มีขั้นตอนซับซ้อนหรือกฎที่ยุ่งยาก เพียงรักษามารยาทพื้นฐานก็สามารถสักการะได้ เพราะว่าสิ่งสำคัญที่สุดของการไหว้เทพเจ้าจิโซ คือ “ความกตัญญู” และ “ความรู้สึกขอบคุณ” แม้ไม่มีความรู้ทางศาสนาเป็นพิเศษหรือต่อให้ไม่ใช่คนญี่ปุ่น เทพเจ้าจิโซก็จะยังรับรู้ถึงความจริงใจนั้นได้
ลำดับขั้นตอนพื้นฐานในการไหว้เทพเจ้าจิโซ
1.ยืนหน้ารูปปั้นเทพเจ้าจิโซ และโค้งคำนับ 1 ครั้ง
2.จุดธูปหรือเทียน วางของสักการะ (บางสถานที่อาจไม่จำเป็นต้องทำหรือให้ทำตามสะดวก)
3.ประนมมือด้วยจิตใจที่สงบ
4.กล่าวคำขอพรหรือความรู้สึกขอบคุณในใจ
5.โค้งคำนับอีกครั้งเพื่อปิดท้าย
แต่สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือ “ความตั้งใจ” เราไม่ต้องยึดติดพิธีการมากนัก แต่อย่างไร การประนมมือจะช่วยให้ได้หยุดพักจิตใจจากความวุ่นวายและสงบจิตได้ชั่วขณะนั่นเอง ดังนั้น การได้มาเดินไหว้และสักการะเทพเจ้าจิโซทั้ง 88 องค์ในภูเขาลูกนี้ บนทางเดินของภูเขาที่ต้องใช้สติในการย่างเดินทุกก้าว เปรียบเสมือนได้มาปฏิบัติธรรม สงบจิตสงบใจจากโลกภายนอกเลยล่ะ
พอเดินขึ้นเขาไปในบริเวณที่เริ่มสูงขึ้นก็จะมีจุดให้แวะชมวิวเมืองด้วย ตอนที่ไปต้นไม้ฟูเต็มกรอบเลยมองไม่ค่อยเห็นเมืองด้านล่างเท่าไหร่ แต่คิดว่าในช่วงฤดูหนาวที่ใบไม้ร่วงน่าจะมองเห็นวิวเมืองได้ทั่ว หรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ภูเขาแห่งนี้น่าจะสวยและเดินเพลินมากขึ้นแน่ๆ โดยตรงนั้นจะมีหินก้อนใหญ่ๆ ให้นั่งพักหรือขึ้นไปยืนมองวิวจากมุมสูงได้ด้วย
ถัดจากจุดชมวิวตรงนี้ไป เราก็เดินไหว้เทพเจ้าจิโซไปเรื่อยๆ จนเจอกับทางบันไดที่พาเราขึ้นไปยังจุดชมวิวจุดที่ 2 แต่ตรงนี้เนื่องจากขึ้นมาในจุดที่สูงและมีความอันตรายมากกว่าจุดแรก ทางวัดเลยทำรั่วกั้นสูงขึ้นมา ถ้าเป็นช่วงฤดูที่ไม่ค่อยมีต้นไม้มาบังทิวทัศน์น่าจะมองเห็นวิวได้สวยเหมือนกัน

พอเดินไปอีกหน่อยก็จะเป็นทางที่จะพาเราไปยังสวนดอกไม้ แต่น่าเสียดายตอนที่เราไปเป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีดอกไม้บานเท่าไหร่ จะมีดอกฮิกันบานะบานอยู่แบบหร็อมแหร็ม แต่ก็มีคนแต่งชุดกิโมโนมาเพื่อถ่ายรูปอยู่เหมือนกัน แสดงว่าช่วงฤดูใบไม้ผลิและช่วงใบไม้เปลี่ยนสีน่าจะเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอยู่เหมือนกัน
หลายคนอาจจะสงสัยว่าคนญี่ปุ่นเขาแต่งชุดกิโมโนและทำผมมาสวยๆ แต่ต้องเดินผ่านป่าขึ้นลงเนินเขาเหมือนเราเพื่อมาถ่ายรูปเลยเหรอ? จริงๆ แล้วมันมีทางเดินลัดเพื่อไปยังจุดต่างๆ อยู่ ดังนั้นใครที่อยากไปที่ไหนก็สามารถเดินไปด้วยเส้นทางที่สั้นที่สุดได้เลย แนะนำว่าให้ศีกษาแผนที่ให้ดีก่อน ไม่งั้นอาจจะต้องเดินอ้อมกันหน่อยนะ
ถ้าเราเดินตามรูทไหว้เทพเจ้าจิโซ 88 องค์ แถวๆ สวนดอกไม้ก็จะอยู่ที่ประมาณองค์ที่ 70 อีกไม่ไกลก็จะครบทั้ง 88 องค์แล้ว มาถึงตรงนี้แล้วอยากบอกทุกคนว่าเห็นอากาศเย็นสบายแบบนี้แต่ยุงเยอะมาก เสื้ออาจจะยังใส่แขนสั้นได้อยู่ แต่ขอแนะนำว่ากางเกงเป็นขายาวจะดีกว่า ตอนไปเราใส่กางเกงขาสั้น ก็เดินสบายในช่วงแรก แต่พอเดินไปเรื่อยๆ เริ่มต้องวุ่นวายกับการปัดยุงที่ขา 🤣

และตอนนี้ก็มองเห็นป้ายเส้ยชัยแล้ว! ป้ายชี้ทางไปรูปปั้นเทพเจ้าจิโซองค์ที่ 88 อยู่อีกไม่ไกล ส่วนรูปปั้นที่ลงจากภูเขามาแล้วเจอเลยยังไม่ใช่เทพเจ้าจิโซองค์ที่ 88 นะ!
แต่เราก็แวะไหว้ก่อนเดินไปทางขวาเพื่อไปยังองค์ที่ 88 ซึ่งเป็นเทพเจ้าจิโซองค์สุดท้าย
…และนี้ก็คือรูปปั้น ‘เทพเจ้าจิโซ’ องค์ที่ 88 ที่เราเดินตามหามาตลอดทริปครั้งนี้!
ซึ่งจริงๆ แล้วรูปปั้นนี้ตั้งอยู่ตรงแถวศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอกที่ในบริเวณวัดเลย
จากตรงนี้ก็จะมองเห็นเจดีย์จากด้านหลังด้วยนะ
เมื่อเสร็จภารกิจไหว้เทพเจ้าจิโซ 88 องค์ เราก็ได้ไปยังอีกไฮไลต์ของทริปนี้กัน ซึ่งก็คืออนุสรณ์สถานของ ฮิจิคาตะ โทชิโซ รองหัวหน้าชินเซ็นกุมิ (Shinsengum) ส่วนเหตุผลที่เก็บไฮไลต์หลักไว้ตอนท้ายก็เพราะว่ารอบนี้ไปถึงวัดช้าและการเดินภูเขาตอนที่เริ่มใกล้มืดอาจจะไม่ปลอดภัย
ทางขวาของรูปปั้นมีหินกก้อนใหญ่สลักเรื่องราวของรองหัวหน้ากลุ่มชินเซ็นงุมิ ฮิจิคาตะ โทชิโซ และมีป้ายเขียนคำออกมาจากหินและคำแปลภาษาอังกฤษให้ด้วย
เดินเข้าไปก็จะเจอกับสะพานสีแดง บ่อน้ำที่มีปลาว่ายอยู่ เหมือนเป็นสวนย่อมเล็กๆ ของฮิจิคาตะ โทชิโซ
เมื่อเดินข้ามสะพานไปก็จะเจอกับศาลเล็กๆ ที่คนจะมากราบไหว้ สามารถจุดธูปไหว้ได้ด้วยเช่นกัน โดยจะมีวางมัดธูปให้เรามาจุดไหว้ได้ มัดละ 100 เยน
พอลองมองดีๆ ด้านในศาลเจ้ามีคนญี่ปุ่นพับนกกระเรียนร้อยเป็นพวงยาวมาถวายด้วย
เราสามารถเดินออกจากข้างๆ อนุสรณ์สถานไปยังลานจอดรถได้เลย จากมุมนี้เราจะมองเห็นเจดีย์และท้องฟ้าสีสวยตัดกัน
อีกอย่างที่มีชื่อเสียงของวัดนี้คือการทำพิธีเสริมมงคลให้กับรถยนต์ ซึ่งรถยนต์ที่ต้องการจะเข้าพิธีเสริมมงคลจะมาจอดที่หน้าอาคารสีแดงนี้กัน
ตอนนี้ก็ได้เวลากลับและแวะซื้อของฝากกันแล้ว แต่ก่อนอื่นก็แวะลาเทพเจ้าที่คุ้มครองให้เราได้เดินทางขึ้นภูเขาอย่างปลอดภัยที่ประตูทางเข้าหน้าของวัดกันอีกครั้ง หากใครอยากได้โอมาโมริหรือของฝากจากวัดก็สามารถไปแวะกันที่อาคารแดงทางขวามือในรูปด้านล่างนี้ได้เลยนะ
แต่ว่าเขามีเวลาทำการด้วย อาจจะต้องวางแผนหรือรีบไปก่อนธุรการปิดทำการ หรือว่าใครจะไปแวะซื้อก่อนก็ได้เพราะว่ามีแจกเอกสารต่างๆ เช่น แผนที่วัด แผนที่เดินภูเขาและรูทเดินไหว้เทพเจ้าจิโซ 88 องค์ และเอกสารอื่นๆ ของวัดซึ่งน่าจะทำให้การเดินชมสนุกมากยิ่งขึ้นด้วย

ร้านขนมที่จะพาไปคือร้านขนมมันจูเก่าแก่ 100 ปี ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามวัด Takahata-Fudoson เลย เมื่อเราเดินข้ามทางม้าลายกลับไปทางเดิมที่เรามาแล้วก็เดินเลาะฟุตบาทไปทางขวาก็จะเจอกับร้าน “ทาคาฮาตะ มันจู มัตสึเซโด สาขาหลัก (高幡まんじゅう松盛堂 本店)” ซึ่งหน้าตาแบบนี้ จะมีรูปของ ฮิจิคาตะ โทชิโซ เด่นสะดุดตาใหญ่ๆ อยู่บนตึกเลย
เมื่อเดินมาถึงหน้าร้านแล้วก็จะมีป้ายด้านบนเขียนรายการ 10 สินค้าขายดีของร้าน ซึ่งร้านจะมีขายของหลากหลายอยู่ ทั้งขนมมันจู ขนมเซมเบ้ ขนมโมนางะ เส้นอุด้ง ฯลฯ
เราซื้อเป็น “เซ็ตโทชิโซ ฟุรุซาโตะ” เป็นชุดรวมจำนวน 6 ชิ้น ซึ่งจะมีขนมมันจูถั่วแดงสึบุอัน ขนมโมนางะสีขาวถั่วโคชิอัน และขนมโมนางะสีชมพูถั่วขาว ราคารวมภาษีแล้วกล่องละ 1,100 เยน ในเซ็ตก็จะมีรูปและที่คั่นหนังสือลาย ฮิจิคาตะ โทชิโซ แถมมาให้ด้วย ใครที่เป็นติ่งฮิจิคาตะ หรืออยากซื้อไปเป็นของฝาก บอกเลยว่าราคาและรสชาติไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน
ได้ของฝากติดไม้ติดมือกลับแล้วก็มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟเพื่อเดินทางกลับ เส้นทางกลับของรถเราก็ไปขึ้นรถไฟโมโนเรล Tama Monorail นั่งจากสถานี Takahatafudo (TT-07) กลับไปยัง สถานี Tachikawa-Minami (TT-11) กันได้เลย และหลังจากนั้นก็ขึ้นรถไฟ JR กลับไปยังที่พักกันเลย
แม้ร้านค้าจะปิดไปบ้างแล้วแต่ระหว่างทางก็มีภาพของรองหัวหน้าหน่วย ฮิจิคาตะ โทชิโซ และหัวหน้าหน่วย คอนโดะ อิซามิ แต่ในอีกแง่คือถ้าเขาไม่ปิดร้านก็จะเป็นภาพบรรยากาศที่ไม่ได้เห็นเช่นเดียวกัน
วันนี้ขอปิดทริปเที่ยว ‘วัดทาคาฮาตะ ฟุโดซัง’ ตามรอยรองหัวหน้าหน่วย ฮิจิคาตะ โทชิโซ และการเดินขึ้นภูเขาไหว้เทพเจ้าจิโซ 88 องค์ ไว้เพียงเท่านี้ก่อน ในบทความหน้าจะพาไปเที่ยวที่ไหนรอติดตามกันได้เลย
อ่านบทความที่น่าสนใจจาก fromJapan
- รวมจุดชม ซากุระญี่ปุ่น ด้วยบัตร JR TOKYO Wide Pass พาสเดียวเที่ยวครบ!
- ส่องเทรนด์ฮิต “กิโมโนคิตตี้” สวย น่ารัก ไม่เหมือนใคร จาก 2 ร้านดังในโตเกียว!
- รีวิวเที่ยวญี่ปุ่นฉบับติ่งโคนัน ตอนที่ 1 โตเกียวสกายทรี x ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน





