สถานีรถไฟชินคันเซ็นที่เงียบที่สุด ‘Okutsugaru-Imabetsu’ ลงแล้วไปที่ไหน?
มี.ค. 02, 2026
สถานีรถไฟชินคันเซ็นที่เงียบที่สุด ในญี่ปุ่น “Okutsugaru-Imabetsu” ลงแล้วไปที่ไหนกัน?
หากคำนวนจำนวนผู้ใช้บริการ ‘รถไฟชินคันเซ็น’ ต่อวัน สถานีชินคันเซ็นที่คึกคักที่สุดในประเทศญี่ปุ่นก็คงหนีไม่พ้นสถานีโตเกียว (Tokyo Station) ซึ่งมีผู้โดยสารมากกว่า 310,000 คนต่อวัน แล้วถ้าถามว่า “สถานีรถไฟชินคันเซ็นที่เงียบที่สุด” คือที่ไหนกันล่ะ? คำตอบก็คือ สถานีโอคุสึการุ อิมาเบะสึ (Okutsugaru-Imabetsu Station) ในจังหวัดอาโอโมริ ที่มีรถไฟชินคันเซ็นเข้าจอดเพียงวันละ 7 ขบวนเท่านั้น!

สถานีรถไฟชินคันเซ็นที่อยู่เหนือสุดของเกาะฮอนชู
ตามข้อมูลในปีงบประมาณ 2022 สถานีโอคุสึการุ อิมาเบะสึ บนเส้นทางฮอกไกโด ชินคันเซน (Hokkaido Shinkansen Line) มีผู้โดยสารมาใช้บริการเฉลี่ยเพียง 40 คนต่อวันเท่านั้น ซึ่งแต่เดิมบริเวณนี้เคยเป็นสถานีรถไฟท้องถิ่นก่อนจะถูกพัฒนาเป็นสถานีรถไฟชินคันเซ็นอย่างในปัจจุบัน

สถานีโอคุสึการุ อิมาเบะสึ อาจจะเป็นหนึ่งในสถานีที่เพียงได้เดินทางมาเยือนก็กลายเป็นจุดหมายของการเดินทางเสียเอง! ที่สถานีนี้มีรถไฟชินคันเซ็นทั้งหมด 2 สาย ได้แก่ สายฮายาเตะ (Hayate Line) จำนวนทั้งหมด 2 ขบวน และ สายฮายะบูสะ (Hayabusa Line) ทั้งหมด 5 ขบวน ที่เข้าจอดในแต่ละวัน
โดยทั้ง 2 สายรวมกันทั้งขาขึ้นและขาลง ยังอยู่ที่เพียงวันละ 14 ขบวนเท่านั้น ซึ่งหากหารเฉลี่ยตามจำนวนขบวน เท่ากับว่าต่อหนึ่งขบวนจะมีผู้โดยสารขึ้น-ลง ประมาณ 3 คนเท่านั้น หมายความว่าบางเที่ยวรถอาจแทบไม่มีใครใช้บริการเลยก็เป็นได้

แน่นอนว่า บรรยากาศของสถานีนี้ต่างจากภาพลักษณ์ที่ไฮเทคของรถไฟชินคันเซ็นโดยสิ้นเชิง พอลงจากรถไฟแล้วจะเป็นความรู้สึกว่าเหมือนกำลังยืนอยู่ริมทะเลสาบกลางหุบเขา ถึงจะดูวังเวงเล็กน้อย แต่ความเงียบสงบก็ช่วยให้ลืมความวุ่นวายในเมืองใหญ่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ถ้าลงรถที่นี่แล้วจะไปไหนต่อได้อีก?
ตัวสถานีมีโครงสร้างน่าสนใจ มีการออกแบบที่แตกต่างจากสถานีอื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากทางเข้าทางออกมีเพียงจุดเดียว ต้องเดินข้ามทางเชื่อม แล้วลงบันได 116 ขั้นจากหอคอยบันไดลงสู่พื้นดิน (มีลิฟต์ให้ใช้บริการ) ซึ่งการขึ้นลงหอคอยบันไดนี้เองก็กลายเป็นประสบการณ์เล็กๆ ที่ทำให้การมาเยือน สถานีสถานีโอคุสึการุ อิมาเบะสึ ดูพิเศษขึ้นมา

มีกิมมิกเล็กๆ จากทางสถานีว่าถ้าใครได้เดินขึ้น-ลงบันไดทั้งหมด 116 ขั้นนี้ ก็จะสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ถึง 11.6 kcal เลยทีเดียว
เอาล่ะ สมมุติว่าเราตั้งใจเดินทางมายังสถานีนี้เพื่อที่จะเริ่มต้นการเดินทาง คำถามคือ เราจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนได้บ้างละ? ก่อนอื่นก็มาดูสถานที่ใกล้เคียงว่ามีอะไรบ้างก่อนดีกว่า!

ใกล้กับสถานีโอคุสึการุ อิมาเบะสึ จะมีสถานีสึการุ ฟุตามาตะ (Tsugaru-Futamata) ของสายรถไฟ JR Tsugaru Line (ปัจจุบันให้บริการด้วยรถบัสแทน และมีแผนยกเลิกทางรถไฟในปี 2027) รวมถึงจุดพักรถริมทางที่อยู่ใกล้เคียง สามารถเดินไปได้สบายๆ เหมาะสำหรับแวะพักหรือหาข้อมูลท้องถิ่นก่อนออกเดินทางต่อ
แนะนำการเดินทางด้วยยานพาหนะติดล้อ
ใครที่หวังอยากกจะเที่ยวรอบๆ สถานีโอคุสึการุ อิมาเบะสึ ด้วยการเดินเท้าอย่างเดียว บอกเลยว่าอาจจะลำบากสักหน่อย เพราะจุดท่องเที่ยวแต่ละแห่งอยู่ค่อนข้างห่างกันพอสมควร
ดังนั้นถ้าอยากใช้สถานีนี้เป็นจุดเริ่มต้นการท่องเที่ยวคาบสมุทรสึการุให้เต็มที่ แนะนำให้ใช้พาหนะที่มีล้อจะดีที่สุด

ภาพของรางรถไฟที่เห็นอยู่ด้านหน้าเป็นของสาย JR Tsugaru Line ซึ่งหยุดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2022 ปัจจุบันรางรถไฟเริ่มขึ้นสนิมแล้ว แม้ว่าตามเอกสารจะยังนับว่าเปิดให้บริการไปจนถึงปี 2027 ก็ตาม แต่ปัจจุบันก็ไม่มีรถไฟวิ่งบนรางนี้อีกแล้ว
สำหรับการเดินทางโดยพาหนะที่มีล้อ และทางเลือกที่ง่ายที่สุดก็คือ “รถเช่า” แต่ที่สถานีแห่งนี้มีรถให้เลือกไม่หลากหลายมากนัก ปัจจุบันมีบริการรถคาร์แชร์ Honda Fit สำหรับ 5 ที่นั่งจัดสรรไว้เพียง 1 คันเท่านั้น (ข้อมูลจากเดือนมิถุนายน 2025)
ด้านหน้าสถานีโอคุสึการุ อิมาเบะสึ มีวงเวียนสำหรับรับ-ส่งผู้โดยสาร และมีช่องจอดรถแท็กซี่เตรียมไว้ให้ด้วย แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแท็กซี่จอดประจำตลอดเวลา สำหรับใครที่มาใช้บริการก็อาจต้องวางแผนหรือโทรเรียกล่วงหน้าสักหน่อย
เส้นทางสำคัญสู่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง!
มาต่อกันที่พาหนะยอดนิยมสำหรับสายเที่ยวด้วยรถไฟ นั่นก็คือ “รถบัส” นั่นเอง! ภายในบริเวณวงเวียนเดียวกับจุดจอดรถแท็กซี่จะมีช่องสำหรับจอดรถบัสเตรียมไว้ด้วย และป้ายรถบัสนี้ก็อยู่ใกล้ทางออกสถานีแบบเดินไม่กี่ก้าว

แล้วที่นี่มีรถบัสสายไหนผ่านบ้าง และแต่ละสายจะพาเราไปที่ไหน?
รถบัสสายแรกคือ รถบัสที่ทำหน้าที่แทนรถไฟสาย JR Tsugaru Line ที่หยุดให้บริการ โดยจะวิ่งเชื่อมระหว่างสถานีคานิตะ (Kanita Station) และ สถานีมินมายะ (Minmaya Station) ของรถไฟสาย JR Tsugaru Line และสถานีโอคุสึการุ อิมาเบะสึ ก็เป็นหนึ่งในจุดจอดระหว่างทาง ตัวรถที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นรถบัสขนาดกลางแบบมิดเดิลเด็ค สามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 30-40 คน ดูๆไปก็เหมาะกับบรรยากาศท้องถิ่นที่เงียบสงบของแถวนี้พอดี

ส่วนหน้าตาของรถบัสก็จะเป็นแบบนี้เลย

นอกจากนี้ยังมีรถแท็กซี่นั่งร่วมแบบจองล่วงหน้าชื่อ “Wan-Taku” ที่จะวิ่งบนเส้นทางเกือบเดียวกับรถบัสทดแทน และจะวิ่งต่อไปไกลกว่านั้นจนถึงแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง แหลมทัปปิ (Tappi-zaki) โดยรถจะจอดรับ-ส่งที่หน้าสถานีโอคุสึการุ อิมาเบะสึด้วย ถือเป็นตัวเลือกที่สะดวกสำหรับคนที่อยากไปให้ถึงปลายคาบสมุทรแบบไม่ต้องขับรถเอง

ในจุดจอดเดียวกันนี้ยังเป็นที่ขึ้น-ลงของรถบัสวนรอบเมืองที่ดำเนินการโดยเทศบาลเมืองอิมาเบะสึ ซึ่งเป็นเมืองที่สถานีตั้งอยู่ จุดสังเกตง่ายๆ คือจะเป็นรถ Toyota Hiace Commuter GL ตัวถังสีเงิน และมีตัวอักษรสีเขียวเขียนคำภาษาอังกฤษว่า “IMABETSU” อยู่ด้านหลังรถ เหมาะมากสำหรับการเดินทางระยะใกล้ในบรรยากาศสบายๆ ของเมืองเล็กๆ แห่งนี้
ถ้าออกมาบริเวณหน้าสถานีก็จะเห็นรถบัสวนรอบของเมืองอิมาเบะสึจอดเรียงรออยู่หลายสายประมาณนี้เลย
รถบัสเหล่านี้มีเส้นทางวิ่งรถ 3 ทิศทางหลัก คือ โมซายะ (Mosawa, 母沢) มินมายะ (Minmaya, 三厩) และ ไทระดาเตะ (Tairadate,平舘) โดยการกำหนดเส้นทางจะเน้นความสะดวกของคนท้องถิ่นเป็นหลัก ค่าโดยสารคิดราคาเดียวตลอดสาย เพียงครั้งละ 200 เยน
จากในบรรดารถบัสทุกสาย สายที่ใช้งานได้สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวคงจะเป็นรถบัสสาย A3・C1 ที่วิ่งระหว่างหน้าสถานีโอคุสึการุ อิมาเบะสึ กับหน้าสถานีมินมายะ เพราะเมื่อไปถึงมินมายะแล้ว เราสามารถต่อรถไปยังแหลมทัปปิได้ด้วย ทำให้เดินทางได้ในราคาที่ประหยัดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งรถเช่า
สำหรับรถบัสสาย A3・C1 มีวันละ 5 เที่ยว แม้บรรยากาศจะดูโลคอลตามสไตล์ชนบท แต่ช่วงเวลาเดินรถไม่ได้ลำบากจนเกินไป และยังสามารถวางแผนต่อรถไฟชินคันเซ็นที่สถานีโอคุสึการุ อิมาเบะสึ ได้อย่างพอดิบพอดีอีกด้วย
มีรถบัสอื่นที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน แต่เสียดาย….

หากใช้สถานีโอคุสึการุ อิมาเบะสึเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทาง ตัวเลือกการเดินทางด้วยยานพาหนะมีล้อที่สามารถใช้ได้หลักๆ จะมีตามนี้เลย (อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต)
(1) รถคาร์แชร์
(2) รถบัสทดแทนของ รถไฟสาย JR Tsugaru Line (บางช่วงเวลาเป็นแท็กซี่ร่วม)
(3) รถบัสวนรอบของเมืองอิมาเบะสึ
….หรือรถแท็กซี่ทั่วไป (เป็นตัวเลือกเสริม)
อย่างไรก็ตาม เมื่อก่อนยังมีอีกหนึ่งเส้นทางที่ฟังดูน่าสนใจมาก นั่นก็คือรถบัสสาย “Arama Go” ซึ่งเชื่อมระหว่างสถานีโอคุสึการุ อิมาเบะสึ กับสถานีสึการุ นาคะซาโตะ ของรถไฟสายสึการุ (Tsugaru Railway) ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 35 กิโลเมตร
เส้นทางนี้เคยเชื่อมสถานีชินคันเซ็นเข้ากับสถานีของรถไฟท้องถิ่นชื่อดังของจังหวัดอาโอโมริ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากรถไฟเตาถ่าน (Stove Train) ชื่อรถไฟฟังดูแล้วชวนปลุกจิตวิญญาณของการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะได้อย่างโรแมนติกทีเดียว แต่ก็น่าเสียดายที่สายรถบัสสาย “Arama Go” ถูกยกเลิกไปตั้งแต่เดือนกันยายน 2020
ปัจจุบันมีแท็กซี่ร่วมแบบจองล่วงหน้าชื่อ “Aijo Taxi” ให้บริการแทน ถึงแม้ว่าบรรยากาศจะเปลี่ยนไปจากการนั่งรถบัสสายเดิม แต่ก็ยังพอเป็นเส้นทางสำคัญที่ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางในพื้นที่แห่งนี้ต่อไป

ที่มาบทความ (Ref.) : https://bestcarweb.jp/busmagazine/1287017
อ่านบทความน่าสนใจจาก fromJapan
- เผย 3 รถมินิแวนญี่ปุ่น สุดน่าสงสาร สมรรถนะสูง คุณภาพดี แต่ขายไม่ออก!
-
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ‘ชินคันเซ็น’ รถไฟที่เร็วที่สุดในญี่ปุ่น!
- รวมจุดชม ซากุระญี่ปุ่น ด้วยบัตร JR TOKYO Wide Pass พาสเดียวเที่ยวครบ!
อัปเดตเทรนด์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมสนุก ๆ
เพิ่มเติมได้ที่เพจ fromJapan !




