fbpx

ย้อนรอย! เมื่อ ‘ญี่ปุ่น’ เป็นเจ้าภาพ ‘เอเชียนเกมส์’ จาก 1958 สู่ปี 2026

ก.ย. 23, 2026

  • Clip

ย้อนรอย! เมื่อ ‘ญี่ปุ่น’ เป็นเจ้าภาพ ‘เอเชียนเกมส์’ จาก 1958 สู่ปี 2026

กลายเป็นกระแสดราม่าที่ยืดยาวกินเวลาหลักสัปดาห์ เมื่อ ‘ญี่ปุ่น’ ได้เป็นเจ้าภาพงานแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติอย่าง ‘เอเชียนเกมส์’ ประจำปี 2026 ที่เมืองไอจิ-นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น แต่หลังเริ่มต้นจัดการแข่งขันได้ไม่นานก็ต้องเผชิญเสียงวิจารณ์จากหลายฝ่าย จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงบนโลกออนไลน์กันอย่างดุเดือด

แต่ถ้ามองย้อนกลับไป เอเชียนเกมส์ ปี 2026 ไม่ใช่เอเชียนเกมส์ครั้งแรกที่ญี่ปุ่นรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ เพราะก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นก็เคยจัดเอเชียนเกมส์มาแล้วถึง 2 ครั้ง ในปี 1958 และปี 1994

วันนี้ fromJapan จะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปดูประวัติศาสตร์ของ ‘เอเชียนเกมส์ในญี่ปุ่น’ ตั้งแต่ปี 1958 ไล่มาจนถึงปี 2026 ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 70 ปีเกิดอะไรขึ้นบ้าง 😀

สารบัญ (Index)

เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 3 โตเกียว ปี 1958 เวทีแสดงศักยภาพของญี่ปุ่นหลังสงคราม

ย้อนกลับไปเกือบ 70 ปีก่อน ญี่ปุ่นได้เป็นเจ้าภาพ เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 3 โดยจัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ปี 1958 ระหว่างวันที่ 24 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 1958 ท่ามกลางบรรยากาศที่แตกต่างจากญี่ปุ่นในปัจจุบันอย่างมาก เพราะเวลานั้นประเทศญี่ปุ่นเพิ่งผ่านพ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้เพียงประมาณ 13 ปีเท่านั้นค่ะ 

การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงงานแข่งขันกีฬาของทวีปเอเชียเท่านั้น แต่ยังถือเป็นก้าวสำคัญของญี่ปุ่นที่จะแสดงให้ประเทศอื่นๆ เห็นว่า ญี่ปุ่นฟื้นตัวหลังจากต้องเผชิญความเสียหายครั้งใหญ่จากสงครามโลกแล้ว โดยในครั้งนั้นมีนักกีฬาเข้าร่วมประมาณ 1,820 คน จาก 20 ประเทศ

สิ่งที่น่าสนใจของการจัดงานครั้งนี้ก็อย่างที่เรากล่าวไปข้างต้นคือ ญี่ปุ่นไม่ได้มองงานนี้เป็นแค่งานแข่งกีฬาธรรมดาๆ แต่ยังมองไกลไปถึงการแข่งขันที่ใหญ่กว่าอย่าง โอลิมปิก ในปี 1964 อีกด้วยค่ะ

ในช่วงเวลานั้น ญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าผลักดันให้โตเกียวได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก และหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญก็คือการใช้เอเชียนเกมส์เป็นใบเบิกทาง เพื่อแสดงศักยภาพด้านการจัดการแข่งขันให้คนทั่วโลกได้เห็น และผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าพอใจมาก เพราะในปีถัดมาหลังจากเอเชียนเกมส์ครั้งนั้นประสบความสำเร็จ โตเกียวก็ได้รับเลือกให้เป็นเมืองเจ้าภาพโอลิมปิก ในปี 1964 จริงๆ!

งานนี้ญี่ปุ่นก็หน้าบานเลยค่ะ ขนาดที่ว่าคณะกรรมการโอลิมปิกของญี่ปุ่นให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าความสำเร็จในการจัดเอเชียนเกมส์ ปี 1958 มีส่วนช่วยให้ญี่ปุ่นได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกในครั้งนั้นเลย 

แล้วถ้าถามว่าในครั้งนั้นมีดราม่าการจัดงานแบบที่เกิดขึ้นในปี 2026 หรือเปล่า ก็ต้องบอกว่าเราได้ไปพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมก็ไม่ได้เจออะไรมากค่ะ เพียงแต่จะมีการพูดถึงเรื่องการเมืองบ้าง เพราะเอเชียนเกมส์ในยุคแรกๆ เองก็ถือว่าเป็นงานที่เราจะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเอเชียได้อย่างชัดเจนนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม หากมองเฉพาะบทบาทของญี่ปุ่นในการเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ปี 1958 สิ่งที่โดดเด่นที่สุดกลับเป็นเรื่องของ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติ หลังจากที่ประเทศเคยถูกตัดออกจากเวทีโอลิมปิกหลังสงคราม สู่การได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเพียงไม่กี่ปีต่อมา งานนี้เรียกได้ว่าการที่เอเชียนเกมส์ ปี 1958 ดำเนินไปได้อย่างราบลื่น มีความหมายกับคนญี่ปุ่นมากกว่าการที่นักกีฬาคว้าเหรียญทองในสนามซะอีก 😂

กลับสู่สารบัญ

เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 12 ฮิโรชิม่า ปี 1994 เมื่อกีฬาถูกใช้เป็นตัวแทนของสันติภาพ

หลังจากเอเชียนเกมส์ ครั้ง 3 ซึ่งจัดขึ้นในกรุงโตเกียวจบลง ผ่านไปอีก 36 ปี ญี่ปุ่นก็กลับมาเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้จัดที่โตเกียว เพราะย้ายไปจัดที่ ‘ฮิโรชิม่า’ หนึ่งในเมืองทางประวัติศาสตร์ที่เสียหายอย่างหนักจากสงครามโลกและเหตุการณ์การทิ้งระเบิดปรมาณูที่ไม่ว่าใครก็ลืมไม่ลง เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 12 ซึ่งจัดขึ้นในปี 1994 นี้จึงมีบรรยากาศและความหมายแตกต่างจากครั้งแรกโดยสิ้นเชิงค่ะ

เอเชียนเกมส์ครั้งนี้มีการแข่งขันกีฬามากถึง 34 ชนิด 337 รายการ ซึ่งถือเป็นการแข่งขันขนาดใหญ่กว่าตอนจัดที่โตเกียวในปี 1958 ซะอีก แต่สิ่งที่ทำให้เอเชียนเกมส์ครั้งนี้น่าสนใจที่สุด กลับไม่ใช่จำนวนชนิดกีฬา หากเป็นความหมายของสถานที่จัดการแข่งขัน ซึ่งเป็นเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของความสูญเสียจากสงคราม ดังนั้นญี่ปุ่นจึงต้องการใช้งานแข่งกีฬาในครั้งนี้สื่อสารถึงเรื่องของสันติภาพและความสามัคคี โดยใช้แนวคิดเรื่องสันติภาพและความกลมเกลียวเป็นหนึ่งในธีมสำคัญของการแข่งขันเลยค่ะ

ที่มารูปภาพ : https://www.hiroshimapeacemedia.jp

แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงเรื่องของสันติภาพเท่านั้นนะคะ ในอีกด้านหนึ่งการแข่งขันครั้งนี้ก็เกิดขึ้นท่ามกลางความซับซ้อนทางการเมืองของเอเชีย แถมหลังจบการแข่งขันก็เกิดหนึ่งในประเด็นอื้อฉาวเรื่องการใช้สารต้องห้ามจากนักกีฬาจีน 11 คน ส่งผลให้เหรียญรางวัลบางส่วนถูกริบคืน และจำนวนเหรียญทองของจีนถูกปรับจาก 137 เหรียญ เหลือ 125 เหรียญ 

เรื่องนี้ไม่ได้กระทบแค่ตัวนักกีฬาจีนเท่านั้นนะคะ แต่ยังส่งผลต่อภาพรวมของการแข่งขันและผลการแข่งขันทั้งหมดด้วย เพราะเมื่อมีการริบเหรียญ อันดับในตารางก็ต้องเปลี่ยนตามไป

ดังนั้น เอเชียนเกมส์ในครั้งนี้จึงมีทั้งภาพของความสำเร็จและความล้มเหลวอยู่ด้วยกัน ด้านหนึ่ง ญี่ปุ่นสามารถใช้เมืองฮิโรชิม่าเป็นเวทีสื่อสารแนวคิดเรื่องสันติภาพ และจัดการแข่งขันขนาดใหญ่ที่มีนักกีฬาจากทั่วเอเชียมารวมตัวกันได้อย่างราบลื่น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ญี่ปุ่นก็ยังต้องเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสนาม ทั้งประเด็นทางการเมืองและเรื่องสารต้องห้ามที่สร้างผลกระทบต่อการแข่งขันหลังจบงานนั่นเองค่ะ 

กลับสู่สารบัญ

เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 ไอจิ-นาโกย่า ปี 2026 เมื่อโจทย์สำคัญไม่ใช่การจัดให้ยิ่งใหญ่ แต่ต้องจัดให้คุ้มค่าที่สุด

และแล้วก็มาถึงปี 2026! เป็นเวลา 32 ปีหลังจากจบเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 12 ซึ่งจัดขึ้นในเมืองฮิโรชิม่า ญี่ปุ่นกลับมารับหน้าที่เจ้าภาพเอเชียนเกมส์อีกครั้งใน เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดไอจิและเมืองนาโกย่า แต่สิ่งที่แตกต่างจากเอเชียนเกมส์ทั้ง 2 ครั้งก่อนอย่างชัดเจนก็คือ ครั้งนี้ญี่ปุ่นเลือกใช้แนวทางที่ไม่เหมือนกับภาพจำของงานแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่ทั่วไป นั่นคือการไม่สร้างหมู่บ้านนักกีฬาค่ะ

โดยปกติแล้ว หมู่บ้านนักกีฬา (Athletes’ Village) จะหมายถึง กลุ่มอาคารที่พักอาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบวงจร ซึ่งมักจะสร้างขึ้นสำหรับใช้ในมหกรรมการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ เพื่อให้คณะนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่จากทุกประเทศเข้าพักร่วมกัน

ซึ่งเรื่องพลาดของญี่ปุ่นในครั้งนี้ก็คือแทนที่จะสร้างหมู่บ้านนักกีฬาเพื่อรองรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ฝ่ายจัดการแข่งขันกลับเลือกใช้ทั้งโรงแรม บ้านพักชั่วคราวแบบคอนเทนเนอร์ และเรือสำราญ Costa Serena ที่จอดอยู่บริเวณท่าเรือนาโกย่าเพื่อเป็นที่พักสำหรับผู้เข้าร่วมบางส่วน 

สาเหตุสำคัญที่ญี่ปุ่นเลือกแบบนี้ก็เพราะแนวคิดเบื้องหลังคือการลดต้นทุนและการหลีกเลี่ยงการสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่อาจกลายเป็นโครงสร้างร้างหลังการแข่งขันจบลง ซึ่งเรื่องนี้เคยเดป็นปัญหาที่หลายๆประเทศต้องเผชิญในช่วงหลายปีที่ผ่านมาค่ะ 

พอพูดอย่างนี้ก็ฟังดูเหมือนเป็นแนวทางที่น่าสนใจใช่ไหมคะ แต่เมื่อการแข่งขันใกล้เปิดฉาก ปัญหาก็เริ่มปรากฏขึ้นทีละเรื่องๆ ซะงั้น

หนึ่งในประเด็นใหญ่คือจำนวนผู้เข้าร่วมที่เพิ่มขึ้น โดยฝ่ายจัดงานระบุว่าจำนวนผู้เข้าร่วมเอเชียนเกมส์ครั้งนี้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 17,000 คน จากการเพิ่มชนิดกีฬาและการเปลี่ยนแปลงจำนวนผู้เข้าร่วมจากที่คาดการณ์ไว้เดิม และเมื่อจำนวนคนเพิ่มขึ้น ระบบที่เตรียมไว้ก็ไม่สามารถรองรับได้อย่างพอเพียง

จากข่าวมีรายงานนักกีฬาบางกลุ่มต้องรอห้องพักเป็นเวลานาน (มากกกกกกก) ขณะที่บางทีมพบปัญหาการจัดห้องไม่ตรงกับความต้องการ เช่น การจัดห้องโดยไม่คำนึงถึงเพศหรือสมาชิกของทีม นอกจากนี้ยังมีรายงานปัญหาเรื่องการเดินทางไปยังสนามแข่งขันที่ใช้เวลานาน รวมถึงรถรับส่งที่ล่าช้าและไม่เพียงพออีกด้วย 

ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับบางชาติ ปัญหาไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องรอนาน เพราะนักกีฬาบางส่วนต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านอาหารและสภาพที่พัก มีนักกีฬาที่ได้เข้าพักในตู้พักคอนเทนเนอร์ออกมาบอกว่า พวกเขาต้องเดินตากฝนออกไปเพื่อขึ้นรถรับส่ง

ทีมชาติไทยเองก็เป็นหนึ่งในชาติที่ออกมาพูดถึงปัญหาในครั้งนี้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพที่พัก อาหาร และการใช้พื้นที่ภายในเรือสำราญ แน่นอนว่าประเด็นดราม่าดุเดือนขึ้นหลังจากมีภาพและเรื่องราวบางส่วนถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียจนกลายกระแสในประเทศไทย

แล้วหลังจากนั้นประเทศอื่นๆ ก็ออกมาพูดถึงเรื่องนี้มากขึ้น โดยมีความคิดร่วมกันอย่างหนึ่งว่าสำหรับคนที่เดินทางมาแข่งขันเอเชียนเกมส์ สิ่งที่ต้องการไม่ใช่เพียงแค่การมีที่นอนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเดินทางไปสนามได้สะดวก การพักผ่อนที่เหมาะสม อาหารดีๆ และระบบที่จะไม่กระทบต่อการเตรียมตัวก่อนลงแข่งขันนั่นเองค่ะ

ไม่เพียงเท่านั้น จากเรื่องทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้น นำไปสู่การพูดถึงในแง่ที่ว่า นี่คือการเหยียดเชื้อชาติหรือพยายามโกงหรือไม่ เนื่องจากในขณะที่นักกีฬาจากประเทศอื่นๆ หลายประเทศกำลังเผชิญปัญหาด้านที่พัก อาหาร และการเดินทาง แต่นักกีฬาจากประเทศเจ้าภาพกลับได้ซ้อมก่อนคนอื่นๆ 

ที่มารูปภาพ : https://x.com/AsianGames_2026

อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน ฝ่ายผู้จัดของญี่ปุ่นก็บอกว่าปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากจำนวนผู้เข้าร่วมที่เพิ่มขึ้น แล้วญี่ปุ่นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่ได้เตรียมห้องพักโรงแรมสำรองไว้เพื่อใช้แก้ไขสถานการณ์ และกำลังประสานงานเพื่อจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป นอกจากนี้ ฝ่ายผู้จัดยังยืนยันว่าแนวคิดเรื่องการไม่สร้างหมู่บ้านนักกีฬาเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว 

จากจุดนี้เราจะเห็นได้เลยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในเอเชียนเกมส์ ประจำปี 2026 มันไม่ใช่แค่คำถามว่าญี่ปุ่นจัดงานออกมาดีหรือแย่ แต่มันมีคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า การพยายามจัดงานแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่ให้ประหยัดและยั่งยืนขึ้น จะสามารถทำไปพร้อมกับการรักษามาตรฐานและคุณภาพชีวิตของนักกีฬาได้หรือเปล่า?

และคำตอบของคำถามนี้ก็อาจยังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุป เพราะเอเชียนเกมส์ ประจำปี 2026 ยังอยู่ในระหว่างการแข่งขัน โดยมีกำหนดจัดถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2026

ในกรณีนี้ ญี่ปุ่นอาจจะพูดได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขันเป็นเพียงหนึ่งในเรื่องราวทั้งหมดเท่านั้น เช่นเดียวกับเอเชียนเกมส์ของญี่ปุ่นในปี 1958 และ 1994 ที่ต่างก็มีทั้งความสำเร็จ ความท้าทาย และเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงหลังการแข่งขันจบลง สำหรับผู้ชมอย่างเราๆ ก็อาจจะต้องติดตามกันต่อไปว่าญี่ปุ่นจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและเรียกความเชื่อใจกลับมาได้หรือไม่ค่ะ

ที่มา (Source) :

https://www.joc.or.jp/games/asia/history
https://www.joc.or.jp/games/asia/2014/stats/history0104.html
https://www.koreatimes.co.kr/sports/20260917/asian-games-stumble-before-opening-with-leaks-lost-buses
https://apnews.com/article/asian-games-lodging-cruise-ship-f84c7ee0ee63dca0776c996eb2d29a41
https://www.reuters.com/sports/team-japan-forced-look-alternate-accommodation-options-home-asian-games-2026-09-17/
https://en.sedaily.com/sports/2026/09/18/asian-games-in-japan-falter-over-housing-meals-and-transport
https://sports.inquirer.net/695914/asian-games-2026-athletes-cant-take-it-any-more-as-issues-mount
https://openthemagazine.com/sports/ready-set-wait-why-asian-games-2026-is-making-the-wrong-headlines

https://www.aichi-nagoya2026.org/

อ่านบทความที่น่าสนใจจาก fromJapan

 

Back To Top


แท็กยอดนิยม


แชร์บทความนี้

Klook.com

Top 5 Articles




อัปเดตเทรนด์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมสนุก ๆ
เพิ่มเติมได้ที่เพจ fromJapan !