fbpx

รีวิววิธีเดินทางไปชมไฟประดับและสวนดอกไม้ที่ Nabanaba no Sato

มี.ค. 13, 2020

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักนาบานะ โนะ ซาโตะ (Nabana no Sato) กันก่อน

นาบานะ โนะ ซาโตะ (Nabana no Sato) ตั้งอยู่ในเมืองคุวานะ จังหวัดมิเอะ ภายใน Nagashima Resort  ทุกปีจะมีงานไฟประดับ Illumination ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น งานประดับไฟ Nabana no sato Winter Illumination 2019 นี้ใช้หลอดไฟกว่าล้านดวงในการประดับ โดยในปี 2019 – 2020 นี้งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 ต.ค. 2019 ไปจนถึง 6 พ.ค. 2020 นับว่าเป็นงานแสดงไฟประดับที่มีระยะเวลายาวนาน

การมาที่ Nabana no Sato ในครั้งนี้เป็นครั้งแรกของทีมงาน เราจะขอรีวิวตั้งแต่วิธีการเดินทางไปจนถึงความสนุก รวมถึงความอลังการภายใน Nabana no Sato ให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของที่นี่ว่ามันสมคำร่ำลือที่ว่าเป็นงานแสดง Illumination ที่สุดยอดระดับโลกขนาดไหน

ก่อนอื่นเรามาเริ่มต้นจากสถานีรถไฟ Kintetsu Nagoya กัน

ในครั้งนี้เราจะใช้บัตร KINTETSU RAIL PASS plus ในการเดินทางไปยัง Nabana no Sato เพียงแค่มีบัตรนี้ก็สามารถใช้สิทธิพิเศษของสถานที่ท่องเที่ยวภายในเส้นทางของสายรถไฟ Kintetsu ได้

บัตรนี้สามารถซื้อได้ที่เคาน์เตอร์ภายในสถานี Kintetsu นะคะ

หรือหากซื้อผ่านทางออนไลน์หรือผ่านตัวแทนจำหน่ายภายในประเทศไทยก็จะได้รับส่วนลดด้วยนะ

https://www.kintetsu.co.jp/foreign/english/ticket/index.html

เราจะทำการออกเดินทางจากสถานี Kintetsu Nagoya ไปยังสถานี Kintetsu Nagashima โดยรถไฟ Semi Express ที่วิ่งไปทาง Yokkaichi จะใช้เวลาประมาณ 25 นาที

เราต้องไปขึ้นรถที่ชานชาลาหมายเลข 2 ค่ะ

※ ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ของงานเทศกาลอิลลูมิเนชัน(15:00 – 21:00 น.)
รถไฟ Semi Express ที่ออกจากสถานี Kintetsu Nagoya จะจอดสถานี Kintetsu Nagashima

เมื่อเดินมาตามทางจะมีป้ายบอกหมายเลขชานชาลาให้เป็นระยะ

จากนั้นขึ้นรถไฟที่ชานชาลาหมายเลข 2 เลยจ้า อย่าเผลอไปขึ้นขบวนที่เป็นรถ Express นะ เพราะรถจะไม่จอดและต้องมีการเปลี่ยนรถจ้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของรถไฟด้วย สามารถสอบถามนายสถานีได้เลยค่ะ

หลังจากนั่งรถไฟมา 25 นาที เราก็มาถึงสถานี Kintetsu Nagashima เป็นสถานีที่ใกล้ Nabana no Sato มากที่สุด

ทางออกมีทางเดียวค่ะ รับรองไม่หลงแน่นอน

เมื่อออกมาแล้วให้หันไปทางขวา จะพบกับป้ายรถบัส

เดินไปยังป้ายรถเมล์ด้านในสุด

สามารถตรวจสอบรอบรถได้ตามนี้

ตั้งแต่ช่วงเวลา 15:00 น. เป็นต้นไป มีรถออกทุกๆ 20 นาที ไม่ช้าไม่นานจนเกินไป ช่วงหน้าหนาวอาจจะหนาวๆหน่อยระหว่างที่ยืนรอ เตรียมเสื้อให้อุ่นไว้นะคะ

ค่าโดยสารผู้ใหญ่ 220 เยน เด็กราคา 110 เยน สามารถใช้บัตรรถไฟ IC Card ในการชำระเงินได้
หากไม่มีเศษเหรียญก็เพียงแค่แตะบัตรเท่านั้น! สะดวกมาก!

หากใช้บัตร KINTETSU RAIL PASS PLUS สามารถขึ้นได้ฟรีค่ะ!!

รถบัสมาแล้ว!

เมื่อมาถึง Nabana no Sato แล้วก็อย่ารอช้า รีบเดินไปยังบริเวณทางเข้าเพื่อซื้อตั๋วเข้ากันเลยค่ะ

หากมีบัตร KINTETSU RAIL PASS PLUS จะได้รับสิทธิพิเศษด้วยนะ

นี่คือบัตรที่แนะนำไปตอนต้น KINTETSU Rail Pass !!
หากคุณมีบัตรนี้ ค่าเข้าจะถูกลงจาก 2,300 เยนเป็น 1,800 เยน!!
ทั้งสองราคานี้รวมค่าเข้าสวน Begonia แล้วด้วย!!
แค่นี้ก็คุ้มค่าบัตรแล้ว!!

หากซื้อราคาปกติ จะได้รับบัตรเข้ากับคูปองเงินสดมูลค่า 1,000 เยนด้วย!!

เมื่อเข้ามาทางด้านซ้ายจะมีล็อกเกอร์ฝากของอยู่ ตู้เยอะมากๆ รับรองว่าไม่เต็มแน่นอน

ตู้ใหญ่ก็มี!! กระเป๋าเดินทางสองใบก็ใส่เข้าไปได้ สบายมาก!!

แผนที่ภายในสวน กว้างมากเลย ตื่นเต้นจัง~ เตรียมกล้องให้พร้อมแล้วไปลุยกันเลย!

พอเดินเข้ามาเราจะได้เจอกับบ่อออนเซ็นแช่เท้าก่อนเลย

เหมาะกับอากาศหนาวๆเลย~ แช่เท้าให้อุ่นแล้วค่อยเดินเล่นกันต่อดีกว่า

อย่าลืมเตรียมผ้าขนหนูมาด้วยนะ แช่ตอนอากาศหนาวอาจจะฟินก็จริง แต่ถ้าไม่เช็ดเท้าคราวนี้จะหนาวกว่าเดิมเลยนะ

บรรยากาศภายในสวน รื่นรมย์และโรแมนติกมาก

ตอนที่ไปดอกบ๊วยเริ่มบานแล้วด้วย (ช่วงเดือนกุมภาพันธ์)

ปกติสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.พ.ไปจนถึงกลางเดือน มี.ค. นะคะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละปีด้วย ปีนี้อากาศค่อนข้างอุ่น ดอกบ๊วยเลยบานเร็วมาก

ระหว่างที่รอไฟประดับ เราก็มาแวะชมสวนดอกไม้สุดแสนอลังการที่ Begonia Garden กันก่อน

ที่นี่เป็นสวนขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่มากถึง 9,000 ตร.ม. ภายในเรือนกระจกนี้มีดอกไม้และต้นไม้หลากหลายฤดูกาลจากทั่วทุกมุมโลกให้คุณได้ชมมากกว่า 12,000 ชนิด นับว่าเป็นเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น จะยิ่งใหญ่ขนาดไหนไปดูกันเลยดีกว่า

ค่าเข้าชม

  • ผู้ใหญ่ 1,000 เยน
  • เด็กประถม 700 เยน
  • เด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไปที่ยังไม่ถึงชั้นประถม 200 เยน
  • เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ เข้าชมฟรี

หากซื้อตั๋วค่าเข้าราคาเต็มสามารถใช้บัตรคูปองเงินสดในการเข้าชมได้เลย

เมื่อพร้อมแล้วเราไปดูข้างในกันเลยว่าจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน

เมื่อเข้ามาถึงก็ประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา
ดอกกุหลาบและดอกไม้อื่นๆนานาชนิดถูกประดับไว้อย่างสวยงาม มันสวยมากกกกกกกก
ใครไม่เตรียมกล้องถ่ายรูปมานี่พลาดมากค่ะบอกเลย

ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็สวยมากจริงๆ อยากจะกดชัตเตอร์ทุกมุม

ใครไม่มีกล้องถ่ายรูป ที่นี่ก็มีจุดบริการถ่ายรูปให้ด้วยนะ ลองทักพี่ชายคนนี้ดู

เมื่อเข้ามาอีกโซน เราจะพบกับดอกไม้ชนิดอื่น

จุดนี้ยิ่งสวยเลย มีกุหลาบดอกโตหลากสีสันวางเรียงยาวสุดสายตา

มีที่นั่งสำหรับนั่งพักท่ามกลางบรรยากาศอันแสนวิเศษแบบนี้ด้วย จะสั่งชากาแฟมาจิบหรือทานไอศกรีมก็ดีทั้งนั้น

และสุดท้ายคือบ่อน้ำที่สวยมากกกกกกกก ทั้งบ่อถูกล้อมด้วยดอกไม้หลากสีสันนานาชนิด จะอดใจไม่กดชัตเตอร์ได้ยังไงไหว

เมื่อชมความงามของดอกไม้จนจิตใจสดชื่นเบิกบานแล้ว เรามาเติมพลังด้วย ‘ขนมเซ็นไซ’ ขนมญี่ปุ่นที่ใส่โมจิกับถั่วแดงต้มกันดีกว่า ช่วงอากาศหนาวๆถ้าได้ทานขนมอุ่นๆกับชาร้อนๆจะยิ่งช่วยให้ร่างกายอบอุ่นมากยิ่งขึ้น หากอยากลองทานขนมญี่ปุ่นอร่อยๆกับชาเขียวอุ่นๆ ให้ลองแวะมานั่งตรงนี้กันดูนะคะ

เซ็ตขนมเซ็นไซ ราคา 550 เยน

หลังจากทานอิ่มแล้วเราเดินไปดูมุมอื่นกันบ้างดีกว่า

บริเวณนี้มีร้านค้าขายอาหารมากมาย และยังมีที่นั่งให้นั่งพักผ่อนหลังจากเดินมารอบสวน

ของฝากของ Nabana no Sato สามารถหาซื้อได้ที่นี่เลย Mura no Ichi มีให้เลือกเยอะมาก!!

เมื่อดูของฝากกันเสร็จแล้วเราก็เห็นว่าฟ้าเริ่มมืด เป็นสัญญาณว่าได้เวลาไปชมอุโมงค์ไฟประดับ ซึ่งเป็นจุดที่ทุกคนมาแล้วจะต้องไปถ่ายรูปกันค่ะ!!!

พอเห็นแล้วก็ได้แต่คิดว่างดงามสมคำร่ำลือจริงๆ เป็นงานไฟประดับที่สวยที่สุดเท่าที่เราเคยไปมาเลย

เมื่อเข้ามาในอุโมงค์จะรู้สึกราวกับหลุดเข้ามายังอีกโลกหนึ่ง ไฟประดับ LED ดวงเล็กๆจำนวนมากถูกประดับไว้อย่างแน่นหนา เมื่อเรามองไปยังจุดที่ไกลออกไปจะยิ่งรู้สึกเหมือนเราเดินอยู่บนทางช้างเผือก

อุโมงค์นี้มีความยาวถึง 200 เมตร

ตรงนี้ว่าสวยแล้ว แต่จุดไคลแม็กซ์ของงานไฟประดับคือต่อจากนี้!!

เมื่อเดินมาตามทางเราจะพบกับอาคารนี้ ให้ขึ้นไปด้านบนค่ะ เราจะได้ชมบรรยากาศของงานไฟประดับได้อย่างทั่วถึงจากมุมสูง

และนี่คืองานไฟประดับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ธีมในปี 2019 – 2020 นี้คือ ~SAKURA~
งานแสดงไฟประดับในบริเวณนี้จะเปลี่ยนธีมทุกปี ธีมในปีนี้แสดงถึงความเป็นญี่ปุ่นได้ดีมากๆเลยค่ะ

งดงามมากจนไม่อาจละสายตาได้

ตลอดทั้งโชว์นี้ ไฟจะแสดงถึงทิวทัศน์ของป่าในแต่ละฤดู ไม่ใช่เพียงแค่ซากุระเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงฤดูทั้ง 4 ของญี่ปุ่น

อย่างในรูปนี้จะแสดงถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง จากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นสีขาวของหิมะ และกลับมาเป็นซากุระในฤดูใบไม้ผลิใหม่อีกครั้ง

ลานงานแสดงไฟนี้มีความสูงถึง 30 เมตร กว้าง 155 เมตร เราอยากให้คุณได้มาลองชมงานแสดงไฟอิลลูมิเนชันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นแห่งนี้กันดูค่ะ

หลังจากชมจุดไคลแม็กซ์ไปแล้วยังไม่จบเพียงแค่นี้ ยังมีอุโมงค์สีเขียว Canola flower เป็นอุโมงค์ทางออกด้วย อุโมงค์นี้มีอิมเมจเป็นใบไม้สีเขียวอ่อนของต้นอ่อนที่เริ่มผลิจากลำต้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เข้ากับธีมงานแสดงไฟอิลลูมิเนชันในปีนี้ได้เป็นอย่างดี ความยาวของอุโมงค์ประมาณ 100 เมตร

ในตอนกลางคืน บริเวณรอบสวนจะมีการจัดไฟไลต์อัพให้ชมทั่วสวนเลย โดยเฉพาะบริเวณต้นบ๊วย

พอตกกลางคืนก็จะได้ชมสวนที่สวยในแบบที่ต่างไปจากตอนกลางวัน

นอกจากนี้ยังมีจุดชมงานแสดงไฟบนผิวน้ำด้วย!! เป็นจุดที่ทาง Nabana no Sato แนะนำในปีนี้

โดยงานแสดงไฟนี้มีชื่อว่า ‘แสงสว่างบนแม่น้ำใหญ่ (Hikari-no-taiga)’ เป็นงานแสดงไฟบนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีความกว้างประมาณ 5 เมตร ความยาว 120 เมตร

คุณสามารถชมความงามของแสงที่เปลี่ยนสีไปมาบนผิวน้ำเป็นบริเวณกว้าง และไฟ LED ที่แสดงสีได้มากถึง 64 พันล้านสี ประกอบกับเสียงดนตรี BGM ที่แสดงถึงบรรยากาศของฤดูกาลทั้งสี่ของญี่ปุ่น

และก่อนกลับเราก็ต้องเดินมาถึงจุดที่เป็นบริเวณทางเข้า บริเวณนี้มีการจัดแสดงไฟไว้อย่างอลังการเช่นกัน

จุดนี้มีชื่อว่า ‘Millennium Garden’ เป็นต้นโอลีฟอายุ 1,000 ปีที่ส่องประกายกับ Millennium tree ที่จะนำพาความสุขมาให้ เป็นจุดพาวเวอร์สป็อตสำหรับคู่รักโดยเฉพาะเลยจ้า~

นอกจากนี้ทางออกจากที่นี่ยังเป็นไฟประดับแสนงดงาม ให้เราได้ประทับใจจนถึงวินาทีสุดท้ายที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับ Nabana no Sato งานแสดงไฟอิลลูมิเนชันประจำปี 2019 – 2020
สำหรับเรางานปีนี้ก็ยิ่งใหญ่อีกเช่นเคย สมกับเป็นงานแสดงไฟที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นเลยค่ะ!!

Nabana no Sato เป็นงานแสดงไฟที่มีระยะเวลาในการจัดงานยาวนานที่สุดในญี่ปุ่น
งานแสดงไฟนี้จัดยาวถึง 7 เดือนต่อปี
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เราสามารถชมไลต์อัพใบไม้เปลี่ยนสีในตอนกลางคืนได้
ช่วงปลายฤดูหนาวก็สามารถชมไลต์อัพดอกบ๊วยได้

มาสร้างความทรงจำดีๆที่ Nabana no Sato กันไหมคะ?

รายละเอียดของงาน Nabana no Sato (なばなの里)

การเดินทาง

จากสถานี Nagoya ให้นั่งรถไฟสาย Kintetsu มาลงที่สถานี Nagashima ใช้เวลาประมาณ 25 นาที จากนั้นต่อรถบัสอีกประมาณ 7 นาที (สามารถตรวจสอบรอบรถไฟได้ที่บทความ)

ค่าโดยสารรถบัส 220 เยน

ค่าเข้า

2,300 เยน (มีคูปองเงินสด 1,000 เยน)
หากมีบัตร KINTETSU Rail Pass ลดเหลือ 1,800 เยน

ค่าเข้า Begonia Garden 1,000 เยน
หากมีบัตร KINTETSU Rail Pass เข้าชมฟรี!!

ระยะเวลาที่จัดงานแสดงไฟ

19 ต.ค. 2019 – 6 พ.ค. 2020

วันและเวลาทำการ

※ 19 ต.ค. – 31 ธ.ค.

วันธรรมดา เปิดทำการเวลา 9:00 – 21:00 น.
วันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการ เปิดทำการเวลา 9:00 – 22:00 น.

※ 1 ม.ค. – 29 ก.พ.

วันทั่วไปที่ไม่ใช่วันที่กำหนดไว้ในบรรทัดด้านล่าง เปิดทำการเวลา 9:00 – 21:00 น.

วันที่ 2-5,11,12,18,25,26 มกราคม และ 22,23 กุมภาพันธ์ เปิดทำการเวลา 9:00 – 22:00 น.

※ 1 มี.ค. – 6 พ.ค.

เปิดทำการเวลา 9:00 – 22:00 น. ทุกวัน

เว็บไซต์

https://www.nagashima-onsen.co.jp/nabana/