fbpx

เขาใช้ชีวิตลำบากมาตลอดเพราะครอบครัวจน 40 ปีต่อมาจึงรู้ว่าไม่ใช่อย่างที่คิด!

ส.ค. 07, 2026

  • Clip

เขาใช้ชีวิตลำบากมาตลอดเพราะครอบครัวจน 40 ปีต่อมาจึงรู้ว่าไม่ใช่อย่างที่คิด!

เคนตะ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี เชื่อมาตลอดชีวิตว่า “ครอบครัวยากจน” เขามีพ่ออายุ 74 ปี ที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยเงินบำนาญรายเดือนประมาณ 240,000 เยน พ่อของเขาอาศัยอยู่คนเดียวในบ้านเก่าๆหลังหนึ่ง

ในวัยเด็กเคนตะต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมาย เขาไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อเครื่องเล่นเกมพกพาที่กำลังเป็นที่นิยม จึงมักถูกเพื่อนๆ ไม่คุยด้วย เขาแทบไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อหนังสือการ์ตูน เขาไม่เคยได้ซื้อเสื้อผ้าตามแฟชั่น และเพราะการเรียนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เขาจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานพาร์ทไทม์เพื่อหาเงินเพิ่ม

เมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้าเรียนมหาลัยฯ เคนตะพยายามอย่างหนักเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐแต่ก็สอบไม่ติด สุดท้ายเขาจึงเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง พ่อของเขาพูดว่า “เพราะลูกเลือกมหาวิทยาลัยเอกชนที่ค่าเทอมแพงมาก ลูกควรขอทุนการศึกษานะ” เคนตะจึงขอทุนการศึกษา ซึ่งก็จะได้เดือนละ 100,000 เยนแต่นั่นก็ยังไม่พอ สุดท้ายเขาก็ต้องกู้เงินเพื่อเรียน

ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน จุดเปลี่ยนมาถึงตอนที่พ่อของเขาป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ เคนตะรู้สึกไม่สบายใจที่พ่อต้องอยู่คนเดียว อย่างไรก็ตาม เขาก็มีงานและลูกเล็กๆ จึงไม่อาจไปคอยดูแลพ่อได้ แต่หลังจากนั้นไม่นาน พ่อของเขาก็พูดอย่างสบายๆ ว่า “ไม่ต้องห่วงลูก พ่อจะย้ายไปอยู่บ้านพักคนชรา พ่อไปดูมาแล้ว” เคนตะถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินว่าต้องจ่ายถึง 7.8 ล้านเยน แต่อะไรก็ไม่อึ้งเท่าการที่พ่อของเขามีเงินฝากอยู่ประมาณ 46 ล้านเยน และยังมีกองทุนรวมอื่นๆ กลายเป็นว่าพ่อของเขามีเงินเก็บมากมายสำหรับการเกษียณอายุ นั่นควรจะทำให้เขาสบายใจ แต่เคนตะกลับรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ทุกวันนี้เคนตะอายุ 40 กว่าแล้วแต่ยังต้องทำงานหนัก เลี้ยงลูกไปพร้อมๆ กับจ่ายหนี้เงินกู้เรียนที่ยืมมาในตอนนั้น เมื่อได้ทราบว่าพ่อมีเงินเก็บเยอะขนาดนี้ เคนตะก็เริ่มตั้งคำถามว่า “ความยากจน” ที่เขาต้องเจอมาตลอดเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า? ในขณะเดียวกัน พ่อของเขาก็พูดอย่างภูมิใจว่า “พ่อเก็บเงินไว้ใช้ตอนเกษียณจะได้ไม่เป็นภาระของลูกยังไงล่ะ”

บางคนอาจเห็นด้วยกับการกระทำของพ่อเขา โดยคิดว่านั่นเป็นเรื่องดีที่ไม่ต้องรบกวนลูกยามแก่ชรา แต่สำหรับเคนตะ เขาอาจจะไม่ต้องเจอความทุกข์ยาก ไม่ต้องกู้ยืมเงินเพื่อเรียน และอาจได้สนุกกับกิจกรรมต่างๆ ตามช่วงวัย ถ้าเพียงแต่ตอนนั้นพ่อของเขายอมใช้เงินกับครอบครัวมากกว่านี้สักหน่อย

แม้ประสบการณ์เหล่านั้นไม่อาจเรียกคืนได้อีกแล้ว และเขาก็รักพ่อ แต่ความรู้สึกหน่วงใจเล็กๆนี้ยังอยู่ในใจของเคนตะ แม้สุดท้ายพ่อจะมีเงินมากจนไม่ต้องพึ่งพาเขายามแก่ แต่ก็ไม่ได้ลบเลือนความทุกข์ที่เขาเจอมาทั้งชีวิต จนเกิดคำถามตามมาว่า รางวัลจากความอดทนมาตลอดนี้ สุดท้ายเป็นของใครกันแน่?

อ่านบทความที่น่าสนใจจาก fromJapan

 

Back To Top


แท็กยอดนิยม


แชร์บทความนี้

Klook.com

Top 5 Articles




อัปเดตเทรนด์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมสนุก ๆ
เพิ่มเติมได้ที่เพจ fromJapan !