fbpx

พาชมต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ณ ศาลเจ้าคะโมฮาจิมัง (Kamou Hachiman Shrine)

พ.ย. 10, 2022

พาชมต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ณ ศาลเจ้าคะโมฮาจิมัง (Kamou Hachiman Shrine)

“ศาลเจ้าคะโมฮาจิมัง” (Kamou Hachiman Shrine) เป็นหนึ่งในศาลเจ้าชินโตเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่มีอายุยาวนานกว่า 900 ปี! ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองไอระ จ. คาโกชิม่า

แต่นอกจากความเก่าแก่ของศาลเจ้าแล้ว อีกหนึ่งความโด่งดังของสถานที่แห่งนี้ก็คือ ‘ต้นการบูรยักษ์’ ภายในศาลเจ้า ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย!

ความเป็นมาของศาลเจ้าคะโมฮาจิมัง 

ย้อนกลับไปในปี 1123 ว่ากันว่าตระกูลกาโม (Gamo clan) เป็นตระกูลแรกที่สร้างศาลเจ้าคะโมฮาจิมังขึ้นมา แต่ภายหลังได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และในเวลาเดียวกันตระกูลกาโมก็มีความขัดแย้งกับตระกูลชิมาซุ (Shimazu Clan)

หลังจากทั้งสองตระกูลต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน บทสรุปของความขัดแย้งในครั้งนี้ก็คือ ตระกูลชิมาซุเป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะ ส่วนตระกูลกาโมถูกเนรเทศออกจากเมืองไปค่ะ

ต่อมาตระกูลชิมาซุได้เข้ามาดูแลศาลเจ้าคะโมฮาจิมังแทน พร้อมทั้งฟื้นฟูศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้นใหม่อีกครั้ง 

และในปี 1618 ตระกูลชิมาซุก็ได้สร้างเสาโทริอิและป้ายชื่อศาลเจ้าขึ้นมา ซึ่งเสาโทริอิดังกล่าวก็คือเสาโทริอิสีแดงที่ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าศาลเจ้าในปัจจุบันนั่นเองค่ะ ส่วนจุดแรกเริ่มของศาลเจ้าเวอร์ชั่นที่เราเห็นกันในปัจจุบันนั้น อาคารศาลเจ้าถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1985 ตอนนั้นมีพายุไต้ฝุ่นลูกใหญ่เกิดขึ้น ส่งผลให้ตัวอาคารหลักของศาลเจ้าหลังเดิมได้รับความเสียหายอย่างหนัก เพราะเหตุนี้เอง ตระกูลชิมาซุจึงได้ทำการบูรณะศาลเจ้าคะโมฮาจิมังขึ้นใหม่ทั้งหมดค่ะ 

หลังจากนั้นไม่นานก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อจาก ‘ศาลเจ้าฮาจิมัง’ ที่เป็นชื่อเดิม มาเป็น ‘ศาลเจ้าคะโมฮาจิมัง’ นั่นเองค่ะ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าศาลเจ้าคะโมฮาจิมังจะได้รับความเสียหายอยู่บ่อยครั้ง แต่ผู้คนก็ยังคงแวะเวียนมาขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้กันอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันค่ะ

“ต้นการบูรยักษ์” ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

นอกจากนี้ หากเราลองหันหน้าเข้าไปที่ศาลเจ้าก็จะเห็นได้ว่าทางด้านซ้ายมือจะมีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ต้นไม้ที่เห็นนั้นก็คือ “ต้นการบูรยักษ์” เป็นต้นไม้เก่าแก่ที่มีอายุยาวนานกว่า 1,600 ปีค่ะ! 

ต่อไปเราจะมาเล่าถึงความเป็นมาของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลเจ้าแห่งนี้กันนะคะ “ต้นการบูรยักษ์” เป็นต้นไม้ที่มีความสูงถึง 30 เมตร และมีเส้นรอบวง 24.2 เมตร ในปี 1988 กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่นยกย่องให้ต้นการบูรยักษ์ของศาลเจ้าแห่งนี้เป็นต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

และในปี 1952 ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอนุสาวรีย์ทางธรรมชาติอีกด้วยค่ะ

แต่กว่าจะกลายมาเป็นต้นไม้เก่าแก่ที่อยู่มาเป็นพันปีได้นั้น ก็เรียกได้ว่ามันเป็นต้นไม้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะไม่ต่างจากศาลเจ้าแห่งนี้เลยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ในปี 1506 ต้นการบูรยักษ์เคยถูกไฟไหม้ไปส่วนหนึ่ง แต่มันก็ยังสามารถฟื้นคืนชีพกลับมาได้

ต่อมาในปี 1985 ก็ได้เกิดพายุไต้ฝุ่นขึ้น ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่ตัวอาคารหลักของศาลเจ้าได้รับความเสียหาย และในตอนนั้นต้นการบูรยักษ์ก็ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกันค่ะ แต่สุดท้ายต้นการบูรก็ได้รับการดูแลให้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง

แม้ว่าต้นการบูรยักษ์ต้นนี้จะผ่านมรสุมมานานหลายร้อยปี มันก็ยังสามารถรอดพ้นทุกเหตุการณ์และกลับมามีชีวิตได้ทุกครั้ง สมกับที่ขึ้นชื่อว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของคาโกชิม่าจริงๆค่ะ 

หลังจากได้ทราบความเป็นมาและความขลังของศาลเจ้าคะโมฮาจิมังกันไปแล้ว ต่อไปแอดฯจะพาทุกคนไปมูเตลูกันค่ะ ตามความเชื่อของคนสมัยก่อน ศาลเจ้าคะโมฮาจิมังจะโดดเด่นเรื่องเทพเจ้าแห่งการค้าขาย เทพเจ้าแห่งการเรียนรู้ เทพเจ้าแห่งความเจริญรุ่งเรือง และเทพเจ้าแห่งการคลอดบุตรให้ปลอดภัย ซึ่งวิธีการขอพรที่นี่ก็จะคล้ายกับศาลเจ้าทั่วไป นั่นก็คือการสั่นกระดิ่งหรือเขียนคำอธิษฐานลงบนแผ่นไม้เอมะนั่นเองค่ะนอกจากนี้ที่ศาลเจ้ายังมีเครื่องรางจำหน่ายหลากหลายรูปแบบ หากทุกคนไหว้ขอพรกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมแวะซื้อเครื่องรางติดตัวเพื่อเสริมความปังกันด้วยนะคะ สำหรับบรรยากาศรอบๆศาลเจ้านั้นก็ร่มรื่นมากค่ะ ช่วงที่แอดฯไปเป็นช่วงฤดูฝนของคาโกชิม่า ต้นไม้ที่นี่กำลังเขียวชอุ่มพอดีเลยค่ะ แถมอากาศยังเย็นสบายเหมาะแก่การเดินเล่นชิลล์ๆอีกด้วย 

หากเพื่อนๆมีโอกาสได้มาเที่ยวคาโกชิม่าแล้ว อย่าลืมแวะมาขอพรและชมต้นการบูรยักษ์ที่ศาลเจ้าคะโมฮาจิมังกันนะคะ

ข้อมูลเกี่ยวกับศาลเจ้าคะโมฮาจิมัง

ที่อยู่ 
  • 2259-1 Kamoucho Kamigyutoku, Aira, Kagoshima 899-5302, Japan
 เบอร์ติดต่อ
  •  0995528400
เวลาทำการ
  •  ตั้งแต่เวลา 09:00 – 17:00 น.
ค่าเข้าชม 
  •  เข้าชมฟรี
 วิธีเดินทาง 
  • หากเดินทางมาจากสนามบิน Kagoshima ให้ขับรถเช่าหรือนั่งแท็กซี่ประมาณ 20 นาที
  • หากเดินทางมาจากสถานี JR Kagoshima Chuo Station ให้ขับรถเช่าหรือนั่งแท็กซี่โดยใช้ทางด่วน Kyushu Aira IC (ใช้เวลาประมาณ 40 นาที)
  • หากต้องการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ สามารถนั่งรถบัสจากสถานี Chosa Station ไปลงที่ป้าย Yahata Bus Stop (ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที) จากนั้นเดินต่ออีก 3 นาทีก็จะถึงศาลเจ้าคะโมฮาจิมัง
เว็บไซต์
แผนที่ 

ที่มา

เฟซบุ๊ก Kagoshima Thailand
เว็บไซต์จังหวัดคาโกชิม่า

อ่านบทความอื่นๆเกี่ยวกับจังหวัดคาโกชิม่า

มากดไลค์เพจ fromJapan กันเถอะ!

รู้หรือเปล่าว่าพวกเรามี official fanpage ด้วยนะ!

ถ้าไม่อยากพลาดเทรนด์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมสนุกๆ ก็ต้องกดไลค์เพจเราแล้วล่ะ

Back To Top