fbpx

รวม 15 ที่เที่ยวใน ‘จังหวัดนางาซากิ’ ที่ต้องไปโดนให้ได้!

ก.ย. 22, 2021

บทนำ : ไปเที่ยว ‘จังหวัดนางาซากิ’ กันเถอะ

เที่ยวนางาซากิ

จังหวัดนางาซากิ (Nagasaki Prefecture) เป็นจังหวัดเล็กๆที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘หน้าต่างสู่ประเทศญี่ปุ่น’ ทั้งนี้เพราะในช่วงที่ญี่ปุ่นปิดประเทศและงดความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ (ช่วงศตวรรษที่ 17 – 19) จังหวัดนางาซากิ เป็นเพียงจังหวัดเดียวที่เปิดการค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับต่างประเทศอย่างเนเธอร์แลนด์ จีน เป็นต้น ภายในเมืองจึงมีรูปแบบของเมืองที่แตกต่างไปจากที่อื่นๆในญี่ปุ่น รวมถึงมีร่องรอยที่แสดงให้เห็นว่าเคยมีชาวต่างชาติมาอาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ดังนั้นในปัจจุบันเราจึงยังสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่คล้ายกันกับต่างประเทศ ซึ่งน่าจะหาไม่ได้จากที่ไหนในการเที่ยวญี่ปุ่นนอกจากที่นี่

นอกจากนี้ในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม นางาซากิมีสถานที่ที่เคยเป็นแหล่งอุตสาหกรรมซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย นั่นก็คือเกาะฮาชิมะ (เกาะเรือรบ) และเนื่องจากนางาซากิเคยถูกทำลายโดยฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยการทิ้งระเบิดปรมาณูเช่นเดียวกับฮิโรชิม่า ปัจจุบันที่นี่จึงเป็นเมืองแห่งสันติภาพอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

จังหวัดนางาซากิ เป็นจังหวัดที่โดยภาพรวมแล้วสามารถเดินทางได้สะดวกพอสมควร แต่ด้วยความที่จังหวัดนี้ตั้งอยู่ในภูมิภาคคิวชู ถ้าจะมาที่นี่จากฮอนชูก็คงต้องนั่งเครื่องบินหรือรถไฟชินคันเซ็น ซึ่งถ้านั่งเครื่องบินมาจะใช้เวลาประมาณนี้ครับ

  • จากโตเกียว ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 15 นาที
  • จากนาโกย่า ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 25 นาที
  • จากโอซาก้า ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที

สำหรับการเดินทางภายในตัวเมืองนางาซากิเอง สามารถเลือกนั่งรถบัสหรือรถรางก็ได้

สำหรับผู้ที่จะเที่ยวนางาซากิโดยรวมโซนรอบนอกและจังหวัดอื่นๆในคิวชูด้วย จะมีตัวเลือกอันได้แก่

ความต่างของตั๋วพาส 2 แบบนี้คือ ตั๋ว JR Kyushu Pass ใช้กับรถไฟ ส่วนตั๋ว Sun Q Pass ใช้กับรถบัส แต่หากถามว่าแบบไหนดีกว่ากันก็คงต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับแผนเที่ยวของแต่ละคนครับ (โดยส่วนตัวมองว่า Sun Q ดีกว่านิดๆ เพราะหลายๆที่เที่ยวในคิวชูต้องนั่งรถบัสไปเนื่องจากไม่มีรถไฟ)

สำหรับรถไฟ JR Kyushu ทุกคนสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่นี่เลย >> JR Kyushu Railpass Guidebook (ภาษาไทย)

ต่อจากนี้เราจะเริ่มแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งชอปปิ้งใน ‘จังหวัดนางาซากิ’ กันเลยนะครับ

สารบัญ (Index)

สถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัดนางาซากิ : โซนเมืองนางาซากิ (Nagasaki)
สถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัดนางาซากิ : โซนเมืองซาเซโบะ (Sasebo)
สถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัดนางาซากิ : โซนอื่นๆ
อาหารท้องถิ่นประจำจังหวัดนางาซากิ

สถานที่ท่องเที่ยวประจำ ‘จังหวัดนางาซากิ’ : โซนเมืองนางาซากิ (Nagasaki)

1. โบสถ์โออุระ (Oura Church)

โบสถ์โออุระ (Oura Church) สร้างขึ้นโดยบาทหลวงชาวฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1864 ช่วงปลายยุคเอโดะ เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของกลุ่มพ่อค้าชาวตะวันตก โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์คริสต์นิกายคาทอลิคที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

นอกจากนี้ โบสถ์โออุระยังถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงผู้นับถือศาสนาคริสต์จำนวน 26 คนที่ถูกประหารชีวิตในปี 1597 อีกทั้งยังเป็นโบสถ์คริสต์แห่งแรกที่ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นสมบัติแห่งชาติของญี่ปุ่น

ภายในโบสถ์จะมีพื้นที่ให้ประชาชนได้เข้ามาสวดภาวนา และมีส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของผู้ที่นับถือคริสต์ในช่วงที่ญี่ปุ่นปิดประเทศ

ข้อมูลเกี่ยวกับโบสถ์โออุระ (Oura Church)

ที่อยู่
  • Oura Church, 5-3 Minamiyamatecho, Nagasaki 850-0931, Japan
โทร
  • 0958-232-628
วันและเวลาทำการ
  • เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8:00 – 18:00 น.
ค่าเข้าชม
  • 1,000 เยน
วิธีเดินทาง
  • จากสถานีรถไฟ Nagasaki ให้ขึ้นรถรางหมายเลข 5 ไปลงที่สถานี Ouratenshudo-Shita จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

2. สวนโกลเวอร์ (Glover Garden)

สวนโกลเวอร์ (Glover Garden) เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารสถานที่หลายแห่ง ซึ่งในสมัยก่อนเป็นที่พำนักของของชาวต่างชาติจำนวนหนึ่งที่เข้ามาตั้งรกรากหลังจากญี่ปุ่นเปิดประเทศ 

จุดเด่นสำคัญของสวนโกลเวอร์คืออาคารตามรูปแรก อาคารแห่งนี้เป็นที่พำนักของโทมัส โกลเวอร์ (Thomas Glover/1838 – 1911) ซึ่งเป็นชาวสกอตแลนด์ที่เข้ามาพำนักที่นางาซากิ และยังเป็นส่วนหนึ่งของผู้สนับสนุนการก่อการปฏิวัติในยุคเมจิ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลโชกุนและคืนอำนาจให้แก่พระจักรพรรดิเมจิอีกด้วย

ที่มา : www.japan-guide.com

ภายในบริเวณสวนโกลเวอร์นั้น นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นมาชมทัศนียภาพอันสวยงามของเมืองท่านางาซากิจากด้านบนของอาคารได้ และภายในอาคารจะมีการจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ที่บรรดาพ่อค้าต่างชาติเป็นเจ้าของในสมัยก่อนด้วย

ข้อมูลเกี่ยวกับสวนโกลเวอร์ (Glover Garden)

ที่อยู่
  • Glover Garden, 8-1 Minamiyamatemachi, Nagasaki, Nagasaki 850-0931, Japan
โทร
  • 0958-228-223
วันและเวลาทำการ
  • เปิดทำการทุกวัน เวลา 8:00 – 18:00 น. (ช่วงปกติ)
  • หมายเหตุ : ช่วงที่มีการจัดแสดงไลท์อัพตอนกลางคืน สวนจะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 8:00 – 21:00 น. ในวันที่ 27 เมษายน – 5 พฤษภาคม และวันที่ 22 – 25 ธันวาคม และเปิดเวลา 8:00 – 21:30 น. ในวันที่ 19 กรกฎาคม – 9 กันยายน
ค่าเข้าชม
  • บุคคลทั่วไป : 610 เยน
  • นักเรียนมัธยมปลาย : 300 เยน
  • นักเรียนมัธยมต้นและประถม : 180 เยน
วิธีเดินทาง
  • จากสถานี Nagasaki ให้ขึ้นรถรางหมายเลข 5 ไปลงที่สถานี Ouratenshudo-shita แล้วเดินต่ออีกประมาณ 7 นาที
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

3. เดจิมะ (Dejima)

beibaoke/Shutterstock

ที่มา : www.japan-guide.com

เดจิมะ (Dejima) เป็นพื้นที่เกาะในเมืองที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เกิดจากการถมที่ในช่วงปี 1636 เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวโปรตุเกสที่เข้ามาทำงานในญี่ปุ่น (และเพื่อป้องกันบาทหลวงเผยแพร่ศาสนาคริสต์ด้วย)

ต่อมาญี่ปุ่นตัดความสัมพันธ์กับโปรตุเกสและค้าขายกับชาวดัตช์แทน (จริงๆคือในช่วงปิดประเทศ ญี่ปุ่นตัดความสัมพันธ์กับต่างประเทศหมดเลย ยกเว้นจีนและดัตช์) จึงมีการย้ายกลุ่มชาวดัตช์จากเมืองฮิราโดะมาอยู่ที่นี่แทน ซึ่งในปัจจุบันแม้เดจิมะจะไม่ใช่ที่อยู่ของชาวดัตช์แล้ว แต่ชาวเมืองนางาซากิก็ยังรักษาสถานที่แห่งนี้ไว้ในฐานะเมืองพิพิธภัณฑ์

ข้อมูลเกี่ยวกับเดจิมะ (Dejima)

ที่อยู่
  • Dejima, 6-1 Dejima-machi, Nagasaki City, Nagasaki Pref 850-0862, Japan
โทร
  • 095-821-7200
วันและเวลาทำการ
  • เปิดทำการทุกวัน เวลา 8:00 – 21:00 น.
ค่าเข้าชม
  • ผู้ใหญ่ : 520 เยน
  • นักเรียนมัธยมปลาย : 200 เยน
  • นักเรียนมัธยมต้นและประถม : 100 เยน
วิธีเดินทาง
  • จากสถานีรถไฟ Nagasaki ขึ้นรถรางหมายเลข 1 ไปลงที่สถานี Dejima แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

4. Twenty Six Martyrs Museum and Monument

Joshua-Hawley/Shutterstock

Cleop6atra/Shutterstock

Twenty Six Martyrs Museum and Monument เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้นับถือศาสนาคริสต์จำนวน 26 คนที่ถูกประหารชีวิตในปี 1597 โดยคำสั่งของไดเมียว ‘โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ’ (สาเหตุคือขัดคำสั่งห้ามเผยแพร่ศาสนาคริสต์) โดยนอกจากอนุสาวรีย์แล้ว ที่นี่ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์ด้วย สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเราก็ไม่ต้องกังวลเลยครับ เพราะที่นี่มีป้ายภาษาอังกฤษให้อ่านเยอะ เรียนรู้ประวัติศาสตร์กันได้เพลินๆแน่นอน

ข้อมูลเกี่ยวกับ Twenty Six Martyrs Museum and Monument

ที่อยู่
  • Twenty Six Martyrs Museum and Monument, 7-8 Nishizakamachi, Nagasaki, 850-0051
โทร
  • 095-822-6000
วันและเวลาทำการ
  • เปิดทำการทุกวัน เวลา 9:00 – 17:00น.
  • หยุดวันที่ 31 ธันวาคม ถึง 2 มกราคม
ค่าเข้าชม
  • ผู้ใหญ่ : 500 เยน
  • นักเรียนมัธยมปลาย : 300 เยน
  • นักเรียนมัธยมต้นและประถม : 150 เยน
วิธีเดินทาง
  • จากสถานีรถไฟ Nagasaki หากเดินไปที่อนุสรณ์สถานจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

5. โบสถ์อุราคามิ (Urakami Cathedral)

โบสถ์อุราคามิ (Urakami Cathedral) เป็นโบสถ์คริสต์ที่เคยถูกทำลายโดยการทิ้งระเบิดปรมาณูในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้มีการสร้างขึ้นใหม่ในช่วงหลังสงครามโลก เดิมทีพื้นที่ของโบสถ์แห่งนี้เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีเหยียบย่ำไบเบิล ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคเอโดะ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความพยายามของรัฐบาลโชกุนในการกวาดล้างศาสนาคริสต์ และได้มีการบังคับให้ผู้คนมาเหยียบย่ำคัมภีร์ไบเบิลเพื่อบังคับให้ผู้คนเลิกนับถือศาสนาคริสต์ หลังจากที่ญี่ปุ่นเปิดประเทศจึงได้มีการเลือกบริเวณนี้เป็นพื้นที่สร้างโบสถ์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

ข้อมูลเกี่ยวกับโบสถ์อุราคามิ (Urakami Cathedral)

ที่อยู่
  • Urakami Cathedral, 1-79 Honocho, Nagasaki City, Nagasaki Prefecture 852-8112, Japan
โทร
  • 095-844-1777
วันและเวลาทำการ
  • เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00 – 17:00 น.
ค่าเข้าชม
  • ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีเดินทาง
  • จากสถานีรถไฟ Nagasaki ขึ้นรถรางหมายเลข 1, 3 แล้วลงที่สถานี Nagasaki Peace Park จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

6. นางาซากิ ชินจิ ไชน่าทาวน์ (Nagasaki Shinchi China Town)

Shawn.ccf/Shutterstock

นางาซากิ ชินจิ ไชน่าทาวน์ (Nagasaki Shinchi China Town) เป็นชุมชนจีนขนาดใหญ่ที่ตั้งรกรากมานาน จนติดอันดับ 1 ใน 3 ไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ร่วมกันกับไชน่าทาวน์ที่โยโกฮาม่าและโกเบ สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือการลองไปกินนางาซากิจัมปงและซาระอุด้งที่นี่ นอกจากนี้ไชน่าทาวน์ที่นางาซากิยังมีการจัด ‘เทศกาลโคมไฟประดับนางาซากิ’ อีกด้วย

ข้อมูลเกี่ยวกับนางาซากิ ชินจิ ไชน่าทาวน์ (Nagasaki Shinchi China Town)

ที่อยู่
  • Nagasaki Shinchi China Town, 10-13 Shinchimachi, Nagasaki, 850-0842
โทร
  • 095-822-6540
วันและเวลาทำการ
  • ร้านค้าและร้านอาหารส่วนใหญ่เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00 – 21:00 น. (ลิสต์ร้านอาหารสามารถดูได้ที่นี่ >> http://www.nagasaki-chinatown.com/tenpo.html)
ค่าเข้าชม
  • ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีเดินทาง
  • จากสถานีรถไฟ Nagasaki ขึ้นรถรางหมายเลข 1, 5 ไปลงที่สถานี Shinchi Chinatown แล้วเดินต่ออีกประมาณ 8 นาที
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

7. วัดโซฟุคุจิ (Sofukuji Temple)

วัดโซฟุคุจิ (Sofukuji Temple) เป็นวัดสไตล์จีนที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1629 โดยชาวจีนที่อพยพมาอยู่ในเมืองนางาซากิ วัดแห่งนี้มีความพิเศษกว่าวัดจีนอื่นๆในญี่ปุ่นเพราะลักษณะของอาคารที่ดูแปลก แตกต่างจากที่อื่น เช่นประตูวัดตามรูปที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1673

beibaoke/Shutterstock

นอกจากนี้วัดโซฟุคุจิยังเป็นสถานที่ซึ่งเก็บสมบัติแห่งชาติไว้หลายชิ้นอีกด้วย

ข้อมูลเกี่ยวกับวัดโซฟุคุจิ (Sofukuji Temple)

ที่อยู่
  • Sōfuku-ji Temple, 7-5 Kajiyamachi, Nagasaki, 850-0831
โทร
  • 095-823-2645
วันและเวลาทำการ
  • เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8:00 – 17:00 น.
ค่าเข้าชม
  • ผู้ใหญ่ : 300 เยน
  • นักเรียนมัธยมปลาย : 200 เยน
  • นักเรียนมัธยมต้นและประถม : ฟรี
วิธีเดินทาง
  • จากสถานีรถไฟ Nagasaki ขึ้นรถรางหมายเลข 1,4 ไปลงที่สถานี Sōfuku-ji แล้วเดินต่ออีกประมาณ 3 นาที
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

8. สะพานเมกาเนะบาชิ (Meganebashi Bridge)

สะพานเมกาเนะบาชิ (Meganebashi Bridge) เป็นสะพานที่หลายๆคนรู้จักกันในชื่อ สะพานแว่นตา ฉายานี้มาจากลักษณะของสะพานที่เป็นรูปครึ่งวงกลม 2 วงติดกัน ซึ่งเมื่อมองเงาสะท้อนในน้ำ เราจะเห็นเป็นรูปวงกลมเต็มวง 2 วง ซึ่งดูคล้ายกับแว่นตา

สะพานเมกาเนะบาชิสร้างขึ้นในปี 1634 โดยพระจีนรูปหนึ่ง ที่นี่นับเป็นสะพานหินแห่งแรกของญี่ปุ่น เป็นสะพานที่มีความสวยงามจนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสะพานที่สวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น

ข้อมูลเกี่ยวกับสะพานเมกาเนะบาชิ (Meganebashi Bridge)

ที่อยู่
  • Meganebashi Bridge, Uonomachi, Nagasaki, 850-0874
โทร
  • 095-829-1193
วันและเวลาทำการ
  • เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตลอดเวลา
ค่าเข้าชม
  • ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีเดินทาง
  • จากสถานีรถไฟ Nagasaki ขึ้นรถรางหมายเลข 4, 5 ไปลงที่สถานี Meganebashi แล้วเดินต่ออีกประมาณ 3 นาที
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

9. สวนสันติภาพนางาซากิ (Nagasaki Peace Park)

ที่มา : www.japan-guide.com

สวนสันติภาพนางาซากิ (Nagasaki Peace Park) เป็นพื้นที่ที่เป็นจุดศูนย์กลางของการทิ้งระเบิดปรมาณูที่นางาซากิในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยพิ้นที่นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนของพิพิธภัณฑ์และสวนสาธารณะ

ในส่วนของพิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ (Nagasaki Atomic Bomb Museum) จะมีการจัดแสดงแบบจำลองของ Fat Man ระเบิดปรมาณูลูกที่ทิ้งลงที่นางาซากิ และก่อความเสียหายอย่างมหาศาลให้แก่ชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งยังทิ้งสารกัมมันตภาพรังสีเอาไว้ในพื้นที่เป็นเวลานานหลายสิบปี โดยผลจากการทิ้งระเบิดดังกล่าวส่งผลให้ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงครามอย่างไม่มีเงื่อนไข

ภายในสวนมีรูปปั้นจำลองที่แสดงถึงเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของผู้คนที่ดำเนินไปในระหว่างสงคราม ในวันหนึ่งของฤดูร้อนปีนั้น ซึ่งก็คือวันที่ระเบิดปรมาณูถูกทิ้งลงที่นางาซากิ และมีระฆังแห่งสันติภาพเป็นสิ่งย้ำเตือนถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น

ข้อมูลเกี่ยวกับสวนสันติภาพนางาซากิและพิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ

ที่อยู่
  • สวนสันติภาพนางาซากิ : Nagasaki Peace Park, 9 Matsuyamacho, Nagasaki City, Nagasaki Prefecture 852-8118
  • พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ : Nagasaki Atomic Bomb Museum, 7-8 Hirano-machi, Nagasaki, 852-8117, Japan
โทร
  • 095-844-1231
แฟ็กซ์
  • 095-846-5170
วันและเวลาทำการ
  • สวนสันติภาพนางาซากิ : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่จำกัดเวลา
  • พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8:30 – 18:30 น. / ในช่วงเดือนกันยายนถึงเมษายน เปิดให้บริการเวลา 8:30 – 17:30 น. / ปิดให้บริการในวันที่ 29 – 31 ธันวาคม
ค่าเข้าชม
  • สวนสันติภาพนางาซากิ : ไม่มีค่าเข้าชม
  • พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ : มีค่าเข้าชม 200 เยน
วิธีเดินทาง
  • จากสถานีรถไฟ Nagasaki ขึ้นรถรางหมายเลข 1, 3 ไปลงที่สถานี Nagasaki Peace Park แล้วเดินต่ออีกประมาณ 3 นาที
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

10. ภูเขาอินาสะ (Mt. Inasa)

ภูเขาอินาสะ (Mt. Inasa) เป็นจุดชมวิวบนภูเขาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามวิวยามกลางคืนที่ดีที่สุดของประเทศ เทียบเท่ากับจุดชมวิวบนภูเขาโมอิวะ เมืองฮาโกดาเตะ จังหวัดฮอกไกโด และจุดชมวิวบนภูเขามายะ เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโกะ

ที่จุดชมวิวบนภูเขาอินาสะแห่งนี้ เราสามารถชื่นชมและดื่มด่ำวิวทิวทัศน์ของเมืองนางาซากิในยามค่ำคืนได้อย่างเพลิดเพลิน โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการขึ้นมาชมวิวนั้น หากเป็นไปได้ควรมาในช่วงก่อนที่ฟ้าจะมืดสนิท เพราะจะได้แสงที่สวยเป็นพิเศษครับ

ข้อมูลเกี่ยวกับภูเขาอินาสะ (Mt. Inasa)

ที่อยู่
  • Inasa Observasion Deck, 364 Inasacho, Nagasaki, Nagasaki 852-8011, Japan
โทร
  • 095-861-7742
วันและเวลาทำการ
  • กระเช้าขึ้นจุดชมวิวเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00 – 22:00 น.
ค่าเข้าชม
  • กระเช้าขึ้นจุดชมวิวภูเขาอินาสะมีค่าบริการ สำหรับกรณีเที่ยวเดียว 730 เยน กรณีไปกลับ 1,250 เยน
วิธีเดินทาง
  • จากสถานีรถไฟ Nagasaki ให้ขึ้นรถรางไปลงที่สถานี Takaramachi Tram Stop แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีเพื่อไปที่จุดขึ้นกระเช้า จากนั้นจะใช้เวลานั่งกระเช้าประมาณ 5 นาทีเพื่อไปถึงจุดชมวิว
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

11. เกาะฮาชิมะ (Hashima Island)

เกาะฮาชิมะ (Hashima Island) หรือในอีกชื่อหนึ่งคือกุนคังชิมะ (หมายถึง ‘เกาะเรือรบ’ ตามรูปร่างของเกาะที่ดูเหมือนเรือรบแบบที่เห็นในรูป) แม้ว่าดูเผินๆที่นี่จะเป็นเพียงเกาะที่มีแต่ซากปรักหักพัง แต่เกาะฮาชิมะก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดนางาซากิ ถึงขนาดที่เคยเป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังอย่างเจมส์ บอนด์ ภาค Skyfall และหนังไทยเรื่องฮาชิมะ โปรเจกต์ ไม่เชื่อต้องลบหลู่ (Hashima Project)

ทั้งนี้ เกาะฮาชิมะได้รับตำแหน่งมรดกโลกจากยูเนสโกในปี 2015 ในฐานะมรดกทางอุตสาหกรรมที่ยังคงหลงเหลือเค้าเดิมและส่งผลมาถึงคนรุ่นหลัง

ข้อมูลเกี่ยวกับเกาะฮาชิมะ (Hashima Island)

ที่อยู่
  • เกาะฮาชิมะ (Hashima Island / Hashima Takashimacho) : Nagasaki City, Nagasaki Prefecture 851-1315
  • Nagasaki Port Terminal (ท่าเรือ) : 17-3 Motofunamachi, Nagasaki, 850-0035
โทร
  • 095-822-5002
วันและเวลาทำการ
  • เกาะฮาชิมะเปิดให้เข้าชมตลอด แต่การเข้าไปชมเกาะต้องติดต่อผ่านบริษัทเรือทัวร์เท่านั้น
  • รายละเอียดของรอบเรือ โปรดดูที่เว็บไซต์นี้ >> https://www.gunkan-jima.net/en/
ค่าเข้าชม
  • ค่าบริการของบริษัทเรือทัวร์จะอยู่ที่ระหว่าง 3,400 – 4,500 เยน (ใช้เวลาทัวร์รวมประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)
วิธีเดินทาง
  • เกาะฮาชิมะ สามารถเดินทางจากตัวเมืองนางาซากิได้โดยบริษัทเรือทัวร์เกาะฮาชิมะ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์นี้ >> https://www.gunkan-jima.net/en/
  • การเดินทางไปที่ท่าเรือ หากเริ่มต้นจากสถานีรถไฟ Nagasaki ให้ขึ้นรถรางหมายเลข 1 แล้วลงรถที่สถานี Ohato จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีก็จะถึงท่าเรือ
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

สถานที่ท่องเที่ยวประจำ ‘จังหวัดนางาซากิ’ : โซนเมืองซาเซโบะ (Sasebo)

12. หมู่เกาะคุจูคุชิมะ (Kujukushima Archipelago)

หมู่เกาะคุจูคุชิมะ (Kujukushima Archipelago) หรือในภาษาไทยคือ ‘เกาะทั้ง 99’ เป็นชื่อของหมู่เกาะขนาดเล็กๆที่มีจำนวนรวมกัน 208 เกาะ (มากกว่าจำนวนตัวเลขในชื่อเกาะซะอีก) หมุ่เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ในอ่าวซาเซโบะ จังหวัดนางาซากิ ด้วยลักษณะการวางตัวของหมู่เกาะ ที่นี่จึงเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเมืองซาเซโบะ

วิธีการอย่างหนึ่งในการชมเกาะน้อยใหญ่เหล่านี้ที่ได้รับความนิยมก็คือ การนั่งเรือโจรสลัดชมอ่าว

ที่มา : https://media-cdn.tripadvisor.com

อีกวิธีคือจุดชมวิวบนภูเขาที่มีชื่อเสียง 3 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ จุดชมวิวอิชิดาเกะ โดยจุดชมวิวนี้เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงที่สุดในทั้งสามจุด สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะจุดชมวิวนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง The Last Samurai ที่แสดงนำโดย Tom Cruise และ Ken Watanabe (ตอนพระอาทิตย์ตกวิวสวยมากกกกกกกกก)

ข้อมูลเกี่ยวกับหมู่เกาะคุจูคุชิมะ (Kujukushima Archipelago)

ที่อยู่
  • Kujukujima Bay Cruise : 1008 Kashimae-cho, Sasebo-shi, Nagasaki 858-0922
    • โทร : 095-628-1999
    • แฟ็กซ์: 095-628-2399
  • Ishidake Observatory Deck : 2277 Funakoshi-cho, Sasebo City, Nagasaki Prefecture 857-1231
    • โทร : 095-624-1111
วันและเวลาทำการ
  • Kujukujima Bay Cruise : เรือทัวร์ชมอ่าวเปิดให้บริการทุกวัน โปรดตรวจสอบรอบเรือที่เว็บไซต์นี้ >> https://99cruising.jp/en
  • Ishidake Observatory Deck : เปิดให้บริการทุกวัน ตลอดเวลา
ค่าเข้าชม
  • Kujukujima Bay Cruise : ค่าทัวร์ของเรือสำหรับผู้ใหญ่ 1,400 เยน สำหรับเด็ก 700 เยน
  • Ishidake Observatory Deck : ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีเดินทาง
  • Kujukujima Bay Cruise
    • จากสถานีรถไฟ Sasebo ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Kujukushima Pearl Sea Resort ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
    • ในส่วนของการเดินทางไปยังสถานี Sasebo กรณีที่เดินทางมาจากสถานีรถไฟ Nagasaki ให้นั่งรถไฟ JR Seaside Liner ไปลงที่สถานี Sasebo โดยใช้เวลาประมาณ 100 นาที หรืออาจนั่งรถบัสไปลงก็ได้เช่นกัน โดยใช้เวลาเท่ากัน
  • Ishidake Observatory Deck
    • จากสถานีรถไฟ Sasebo ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Shimo-Funakoshi แล้วเดินอีก 15 นาที หรือเรียกรถแท็กซี่ไป (ผู้เขียนขอแนะนำวิธีนี้มากกว่า)
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

13. เฮาส์เทนบอช (Huis Ten Bosch)

เฮาส์เทนบอช (Huis Ten Bosch / ハウステンボス) เป็นสวนสนุกที่สร้างขึ้นโดยดีไซน์ตามแบบหมู่บ้านชาวดัตช์ สวนสนุกแห่งนี้มีพื้นที่กว้างและมีสวนสไตล์ตะวันตกอันสวยงาม สิ่งปลูกสร้างที่นี่จะสร้างขึ้นเพื่อเนรมิตให้สวนสนุกแห่งนี้มีกลิ่นอายแบบยุโรป

Hunter2018/Shutterstock

ทั้งนี้ สิ่งที่ทำให้เฮาส์เทนบอชเป็นสวนสนุกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดนั้นไม่ใช่เครื่องเล่น แต่เป็นความสวยงามของสวนดอกทิวลิป และไฟประดับในยามค่ำคืน สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่ามาที่นี่แล้วทุกคนจะต้องได้รูปวิวสวยๆ หรือรูปของตัวเองกับวิวสวยๆกลับไปอย่างแน่นอน (ที่นี่ติดอันดับการจัดแสดงไฟประดับเป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่นมาตลอดด้วยนะ!)

ข้อมูลเกี่ยวเฮาส์เทนบอช (Huis Ten Bosch)

ที่อยู่
  • Huis Ten Bosch, 1-1 Huis Ten Bosch, Sasebo City, Nagasaki Prefecture 859-3292
โทร
  • 057-006-4110
วันและเวลาทำการ
  • เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00 – 22:00 น.
ค่าเข้าชม
  • กรณีซื้อบัตรเข้าชมอย่างเดียว : 4,500 เยน
  • กรณีซื้อบัตรเข้าชมแบบรวมค่าเครื่องเล่นด้วย : 7,000 เยน
วิธีเดินทาง
  • หากเดินทางจากสถานีรถไฟ Nagasaki ให้นั่งรถไฟ JR Seaside Liner ไปลงที่สถานี Huis Ten Bosch โดยใช้เวลาประมาณ 75 นาที
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

สถานที่ท่องเที่ยวประจำ ‘จังหวัดนางาซากิ’ : โซนอื่นๆ

14. คาบสมุทรชิมาบาระ (Shimabara Peninsula)

คาบสมุทรชิมาบาระ (Shimabara Peninsula) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของจังหวัดนางาซากิ ในบริเวณคาบสมุทรนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น Unzen Onsen เป็นบ่อน้ำพุร้อนและจุดปีนเขาที่มีชื่อเสียง น้ำพุร้อนที่นี่มีซัลเฟอร์สูง ว่ากันว่าช่วยในการรักษาโรคผิวหนัง ช่วยสมานแผล และช่วยให้ผิวพรรณสวยเปล่งปลั่งขึ้น

ต่อมาคือ ปราสาทชิมาบาระ (Shimabara Castle) ปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นประมาณช่วงต้นของยุคเอโดะในปี 1618 เนื่องจากปราสาทแห่งนี้สวยงามและใหญ่โตมาก จึงมีการใช้เงินภาษีจำนวนมากในการสร้าง และเรื่องนี้ก็นำไปสู่การก่อกบฏของชาวบ้านในปี 1637 ต่อมาปราสาทถูกทำลายลงในช่วงยุคเมจิ ปัจจุบันที่เห็นคือการบูรณะใหม่ในปี 1964 บนปราสาทสามารถชมวิวของภูเขา Unzen และมองไกลไปถึงเมืองคุมาโมโตะได้ในวันฟ้าใส

ที่มา : www.japan-guide.com

ส่วนสถานที่ในรูปนี้ก็คือ พิพิธภัณฑ์ภัยพิบัติจากภูเขาไฟอุนเซน (Unzen Disaster Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างเพื่อการรำลึกถึงการระเบิดของภูเขาไฟ Unzen ครั้งล่าสุดเมื่อปี 1990 

อ้อ! เกือบลืมบอกไป ที่นี่ได้ชื่อว่าเมืองแห่งน้ำด้วยนะ เพราะมีน้ำใต้ดินใสสะอาด เห็นปลาชัดแจ๋วเลยครับ (เห็นได้ทั่วเมืองเลย)

ข้อมูลเกี่ยวกับคาบสมุทรชิมาบาระ (Shimabara Peninsula)

ที่อยู่
  • Unzen Onsen (Unzen Tourist Association), 320 Unzen, Obama-cho, Unzen-city, Nagasaki, Japan 854-0621
    • โทร : 095-773-3434
  • Shimabara Castle, 1 Chome-1183-1 Jonai, Shimabara, Nagasaki 855-0036
    • โทร : 095-762-4766
  • Unzen Disaster Museum, 1-1 Heiseimachi, Shimabara, Nagasaki 855-0879
    • โทร : 095-765-5555
วันและเวลาทำการ
  • Unzen Onsen :
    • แล้วแต่ที่พัก สามารถดูข้อมูลได้ที่นี่ >> http://www.unzen.org/e_ver/yado/
    • ถ้าอยากใช้ออนเซ็นแบบไม่เข้าพัก ขอแนะนำ Kojigoku Onsen เปิดเวลา 9:00 – 21:00 น.
  • Shimabara Castle : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00 – 17:30 น.
  • Unzen Disaster Museum : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00 – 18:00 น.
ค่าเข้าชม
  • Unzen Onsen :
    • ราคาที่พักจะแตกต่างกันไป สามารถดูข้อมูลได้ที่นี่ : http://www.unzen.org/e_ver/yado/
    • ถ้าอยากใช้ออนเซ็นแบบไม่เข้าพัก ขอแนะนำ Kojigoku Onsen ค่าบริการ 460 เยน
  • Shimabara Castle :
    • ผู้ใหญ่ : 550 เยน
    • นักเรียนมัธยมปลาย มัธยมต้น และประถม : 280 เยน
  • Unzen Disaster Museum : 1,050 เยน
วิธีเดินทาง

การไป Shimabara Peninsula ในกรณีที่เดินทางจากสถานีรถไฟ Nagasaki ให้นั่งรถไฟ JR ไปลงที่สถานี Isahaya (รถด่วนใช้เวลา 15 นาที ค่าโดยสาร 1,000 เยน รถธรรมดาใช้เวลา 30 นาที ค่าโดยสาร 480 เยน) จากนั้นให้นั่งรถไฟของ Shimatetsu ไปลงที่สถานี Shimabara (ใช้เวลา 70 นาที ค่าโดยสาร 1,460 เยน) จากนั้นแต่ละที่จะเดินทางไปได้ดังนี้

  • Unzen Onsen : จากสถานี Shimabara ให้นั่งรถบัสไปที่ออนเซ็น (ใช้เวลา 50 นาที ค่าโดยสาร 850 เยน) หรือจะนั่งรถบัสจากสถานี Nagasaki ยิงตรงเลยก็ย่อมได้ (ใช้เวลา 100 นาที ค่าโดยสาร 1,850 เยน)
  • Shimabara Castle : จากสถานี Shimabara ใช้เวลาเดิน 10 นาที
  • Unzen Disaster Museum : จากสถานี Shimabara ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Arena Iriguchi (ใช้เวลา 30 นาที ค่าโดยสาร 250 เยน) แล้วเดินอีก 5 นาที
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

15. เมืองฮิราโดะ (Hirado City)

เมืองฮิราโดะ (Hirado City) เป็นเมืองเกาะเล็กๆที่อยู่ในจังหวัดนางาซากิ ในอดีตประมาณ 400 ปีก่อน ที่นี่เคยเจริญรุ่งเรืองด้วยการค้ากับชาวดัตช์ (ก่อนจะย้ายจุดค้าขายไปที่ Dejima) ปัจจุบันฮิราโดะก็ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของสมัยก่อนอยู่ ทำให้ทุกหนแห่งในเมืองนี้เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออกเข้าไว้ด้วยกัน โดยจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แก่

ที่มา : www.japan-guide.com

ที่มา : www.japan-guide.com

Hirado Dutch Trading Post หนึ่งในอาคารสไตล์ตะวันตกของนางาซากิ สร้างขึ้นในปี 1639 เพื่อใช้เป็นที่ทำการค้าของพ่อค้าชาวดัตช์ ปัจจุบันที่นี่ได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงความเป็นมาของการค้าระหว่างชาวญี่ปุ่นและชาวดัตช์

ที่มา : https://opt.jtb.co.jp

Matsura Historical Museum พิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าประวัติของตระกูล Matsura ซึ่งเป็นผู้ปกครองพื้นที่ในโซน Hirado ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 – 19 ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีเกราะซามูไรจำนวนมากให้ชมกันอย่างจุใจ

St. Francis Xavior Memorial Church สร้างขึ้นในปี 1931 เพื่อรำลึกถึงฟรานซิสซาเวียร์ มิชชันนารีนิกายเยซูอิตผู้มีบทบาทในการเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในเอเชีย เป็นโบสถ์ที่โดดเด่นด้วยกำแพงสีเขียวอ่อนและหลังคาสองฝั่งซ้ายขวาที่ไม่สมมาตรกัน

ปราสาทฮิราโดะ (Hirado Castle) สร้างขึ้นในสมัยเอโดะ  เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้คนในตระกูล Matsura ผู้ครองแคว้น Hirado อยู่อาศัย แต่ในปี 1871 ก็มีคำสั่งให้รื้อถอนปราสาท ทำให้สิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่ในปราสาทได้รับความเสียหาย แต่แล้วปราสาทก็ได้ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี 1962

ที่มา : https://cdn.mainichi.jp

ความพิเศษของปราสาทฮิราโดะคือ ที่นี่เป็นปราสาทที่เปิดให้คนทั่วไปจองเข้าพักแรมได้ (เป็นโรงแรมนั่นเอง!!!) รายละเอียดสามารถดูได้ที่นี่ >> https://www.castlestay.jp/en/

ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองฮิราโดะ (Hirado City)

ที่อยู่
  • Hirado Dutch Trading Post : 859-5102 Nagasaki, Hirado, Ookubo 2477
    • โทร : 095-026-0636
  • Matsura Historical Museum : 12 Kagamigawa Hirado, Nagasaki 859-5152
    • โทร : 095-022-2236
  • Francis Xavier Memorial Church : 259-1 Kagamigawa-cho Hirado-shi Nagasaki
    • โทร : 095-022-2442
  • Hirado Castle : Iwanoue-cho, Hirado-shi, Nagasaki 859-5121
    • โทร : 095-022-2201
วันและเวลาทำการ
  • Hirado Dutch Trading Post
    • เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8:30 – 17:30 น.
    • หยุดทุกวันอังคาร/พุธ/พฤหัส ของสัปดาห์ที่ 3 ในเดือนมิถุนายน
  • Matsura Historical Museum
    • เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8:30 – 17:30 น.
    • หยุดวันที่ 29 ธันวาคม – 1 มกราคม
  • Francis Xavier Memorial Church
    • เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6:00 – 16:30 น. (วันอาทิตย์เปิด 10:00 น.)
  • Hirado Castle
    • เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8:30 – 18:00 น. (เมษายน-กันยายน) และ 8:30 – 17:00 น. (ตุลาคม-มีนาคม)
ค่าเข้าชม
  • Hirado Dutch Trading Post
    • ผู้ใหญ่ : 300 เยน
    • เด็ก : 200 เยน
  • Matsura Historical Museum
    • ผู้ใหญ่ : 600 เยน
    • นักเรียนมัธยมปลาย มัธยมต้น ประถม : 350 เยน
  • Francis Xavier Memorial Church : ไม่มีค่าเข้าชม
  • Hirado Castle
    • ผู้ใหญ่ : 520 เยน
    • นักเรียนมัธยมปลาย : 310 เยน
    • นักเรียนมัธยมต้นประถม : 200 เยน
วิธีเดินทาง

กรณีที่เดินทางจากสถานีรถไฟ Sasebo ให้นั่งรถไฟสาย Matsuura ไปลงที่สถานี Tabira-Hiradoguchi (ใช้เวลา 80 นาที ค่าโดยสาร 1,340 เยน) จากนั้นเดิน 10 นาทีเพื่อไปขึ้นรถบัสเข้าเมือง (ใช้เวลา 12 นาที ค่าโดยสาร 260 เยน)

อีกตัวเลือกคือนั่งรถบัสจากสถานี Sasebo แล้วยิงตรงไปเลย (ใช้เวลา 90 นาที ค่าโดยสาร 1,500 เยน)

จากนั้นแต่ละที่จะเดินทางไปได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • Hirado Dutch Trading Post : จากท่ารถบัส Hirado เดิน 5 นาที
  • Matsura Historical Museum : จากท่ารถบัส Hirado เดิน 10 นาที
  • Francis Xavier Memorial Church : จากท่ารถบัส Hirado เดิน 20 นาที
  • Hirado Castle : จากท่ารถบัส Hirado เดิน 20 นาที
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

อาหารท้องถิ่นประจำจังหวัดนางาซากิ

1. นางาซากิจัมปง (Nagasaki Champon)

อาหารเส้นที่เห็นอยู่นี้ ถึงไม่บอกก็คงเดากันได้ว่าได้รับอิทธิพลมาจากอาหารจีน นางาซากิจัมปง (Nagasaki Champon) เป็นอาหารจานเส้นที่อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารและพลังงาน นอกจากเส้นแล้วจัมปงที่นางาซากิก็ยังครบเครื่องด้วยผัก เช่น ถั่วงอก เห็ดหูหนู กะหล่ำปลี รวมถึงอาหารทะเล เนื้อหมูหรือไก่ พร้อมด้วยน้ำซุปที่เคี่ยวจากกระดูกหมูหรือไก่ จนออกมาเป็นสีขาวขุ่น ไปจนถึงครีม ทั้งหมดนี้จะผสมรวมกันจนกลายเป็นจัมปงแสนอร่อยให้เราได้ลิ้มลอง

รสชาติของจัมปงจะออกมันๆเค็มๆ ซึ่งเป็นรสชาติที่มาจากซุปกระดูก นอกจากนี้ยังมีรสชาติหวานของผักกะหล่ำปลี และรสชาติจากอาหารทะเลในชาม ผสมกันอย่างลงตัว ทั้งเส้นทั้งเครื่องก็ให้มาจนล้นชาม รับรองได้ว่าเมื่อกินจนหมด นอกจากจะอิ่มแล้วเรายังได้พลังงานเต็มที่ (ช่วงนี้มาญี่ปุ่นไม่ได้ อาจจะกิน Ringer Hut ร้านเชนดังจากญี่ปุ่นให้หายอยากไปก่อนก็ได้นะ)

Back To Index

2. ซาระอุด้ง (Sara Udon)

ซาระอุด้ง (Sara Udon) เป็นอีกหนึ่งเมนูเส้นแนวจีน ลักษณะจะเป็นหมี่กรอบราดหน้าสไตล์ญี่ปุ่น มีวัตถุดิบที่ใช้คือผัก เนื้อหมู และอาหารทะเล น้ำซุปข้นเหนียวนั้นทำจากแป้งมัน มีรสชาติหวานอ่อนๆ ช่วยให้เพลิดเพลินกับรสชาติของผักและเส้นที่กลมกล่อม (เส้นมีทั้งเส้นเล็กและเส้นใหญ่)

ช่วงนี้ที่ยังไปญี่ปุ่นไม่ได้เพราะโควิด ถ้าอยากกินแก้อยากก็สามารถไปที่ Ringer Hut ได้เลย)

Back To Index

3. ซาเซโบะเบอร์เกอร์ (Sasebo Burger)

“สงครามไม่เคยนำสิ่งที่ดีมาให้เรา” คำกล่าวนี้ก็ถูกต้องอยู่ แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากสงครามนั่นก็อีกเรื่อง

และหนึ่งในสิ่งดีๆที่ตามมาหลังจากสงครามก็คือ ซาเซโบะเบอร์เกอร์ (Sasebo Burger) เมนูซึ่งมีที่มาจากช่วงหลังสงครามโลกสิ้นสุดลง ในตอนนั้นกองทัพเรือสหรัฐฯได้ยกพลขึ้นบกมาตั้งฐานทัพที่เมืองท่าแห่งนี้แทนที่กองทัพเรือของญี่ปุ่น ซึ่งทหารเรือแยงกี้ได้หยิบวัฒนธรรมการกินเบอร์เกอร์ติดตัวมาด้วย

หลังจากที่คนญี่ปุ่นได้ทำความรู้จักและคุ้นเคยกับเบอร์เกอร์ของคนอเมริกัน พวกเขาจึงเริ่มประยุกต์การทำเบอร์เกอร์ให้กลมกลืนและลงตัวกับความเป็นญี่ปุ่นมากขึ้น ทั้งในแง่ของรสชาติและวิธีการทำ จนในที่สุดก็ออกมาเป็นซาเซโบะเบอร์เกอร์ ว่ากันว่านี่เป็นเบอร์เกอร์ที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่นเลยล่ะ

Back To Index

4. ชิปโปกุเรียวริ (Shippoku Ryori)

ที่มา : http://kyoudo-ryouri.com

คำว่าชิปโปกุ (Shippoku) หมายถึง ‘โต๊ะ’ ซึ่งในที่นี้หมายถึง ‘โต๊ะกลม’ อาหารแบบโต๊ะกลมนี้เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมการกินของโปรตุเกส ดัตช์ และจีนเข้าด้วยกัน แล้วดัดแปลงให้เป็นสไตล์ญี่ปุ่น ส่วนมากจะเสิร์ฟโดยมีจานหลักเป็นปลากระพง ซุป ไก่ทอด และเทมปุระ (เผื่อมีคนไม่รู้ จริงๆแล้วเทมปุระดั้งเดิมเป็นอาหารโปรตุเกสนะ!) ชิปโปกุเรียวริจะเสิร์ฟมาบนโต๊ะกลมและกินรวมกันแบบจีน (ปกติญี่ปุ่นจะกินอาหารแบบ Teishoku คือของใครของมัน ไม่แชร์กัน)

  • ร้านแนะนำ >> Ichiriki

Back To Index

5. คาสเทลล่า (Castella)

คาสเทลล่า (Castella) เป็นเค้กฟองน้ำสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งมีต้นกำเนิดในช่วงกลางศตวรรษที่ 16 หรือเมื่อประมาณ 450 ปีมาแล้ว โดยบรรดาพ่อค้าและมิชชันนารีชาวโปรตุเกสที่เดินทางเข้ามาในเมืองนางาซากิได้สอนวิธีทำขนมให้กับชาวบ้าน ในตอนนั้นชาวโปรตุเกสเรียกขนมนี้ว่า “ขนมที่มาจากอาณาจักร Castella” ของสเปน ชาวญี่ปุ่นจึงเรียกชื่อขนมนี้ตามชาวโปรตุเกส

คาสเทลล่าที่นางาซากินั้นมีรสชาติหวานกำลังดีและมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มเต็มคำ เหมาะกับการกินคู่ชาหรือกาแฟเป็นอย่างยิ่ง

  • ร้านแนะนำ : Fukusaya มีเชนทั่วญี่ปุ่น

Back To Index

มากดไลค์เพจ fromJapan กันเถอะ!

รู้หรือเปล่าว่าพวกเรามี official fanpage ด้วยนะ!

ถ้าไม่อยากพลาดเทรนด์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมสนุกๆ ก็ต้องกดไลค์เพจเราแล้วล่ะ

Back To Top