รวม ‘พาสรถไฟญี่ปุ่น’ ที่ใช้นั่ง ‘ชินคันเซ็น’ ได้ครอบคลุม
ส.ค. 25, 2026
รวม ‘พาสรถไฟญี่ปุ่น’ ที่ใช้นั่ง ‘ชินคันเซ็น’ ได้ครอบคลุม

วันนี้ fromJapan ก็ขอเอาใจสายท่องเที่ยวด้วยการรวบรวม พาสรถไฟญี่ปุ่น ที่สามารถใช้โดยสาร ชินคันเซ็น ได้ครอบคลุม มาให้เลือกกันถึง 6 พาส พร้อมแนะนำจุดเด่นของแต่ละพาส รวมถึงแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมากมาย!
งานนี้บอกเลยว่าเราคัดมาให้แล้วว่าพาสไหนดี พาสไหนคุ้ม! แต่จะมีพาสอะไรบ้างก็อย่ารอช้า เราไปดูกันเลย 🚅
สารบัญ (Index)
- ทำไมต้องใช้พาสรถไฟญี่ปุ่นขึ้นชินคันเซ็น
- JR EAST PASS
- JR TOKYO Wide Pass
- Hokuriku Arch Pass
- Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass
- Kansai WIDE Area Pass
- JR KYUSHU RAIL PASS Northern Kyushu
ทำไมต้องใช้ ‘พาสรถไฟญี่ปุ่น’ ขึ้น ‘ชินคันเซ็น’?
หากพูดถึงการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น เชื่อว่าชื่อของ ‘ชินคันเซ็น (Shinkansen)’ ต้องเป็นหนึ่งในรถไฟที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรก เพราะเป็นรถไฟความเร็วสูงที่ช่วยย่นระยะเวลาเดินทางระหว่างเมืองต่างๆ ได้อย่างมาก จากเดิมที่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง ก็สามารถไปถึงจุดหมายได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
อ่านบนความ 👉 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ‘ชินคันเซ็น’ รถไฟที่เร็วที่สุดในญี่ปุ่น!
แต่ข้อแลกเปลี่ยนของความรวดเร็วคือ ราคาตั๋วชินคันเซ็นค่อนข้างสูง โดยเฉพาะหากเป็นเส้นทางระยะไกล เช่น โตเกียวไปเซนได โตเกียวไปอาโอโมริ หรือชินโอซาก้าไปโอคายามะ ดังนั้น หากมีแผนเดินทางหลายเมือง การซื้อตั๋วรถไฟเป็นเที่ยวๆ อาจทำให้ค่าเดินทางรวมสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ ‘พาสรถไฟญี่ปุ่น’ กลายเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญสำหรับคนที่วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นแบบเดินทางหลายเมือง เพราะจ่ายค่าพาสล่วงหน้าเพียงครั้งเดียว แล้วสามารถใช้เดินทางได้ไม่จำกัดตามพื้นที่และระยะเวลาที่กำหนด โดยพาสหลายประเภทก็ครอบคลุมการเดินทางด้วย ‘ชินคันเซ็น’ ด้วยนั่นเอง
1. JR EAST Pass

หากคุณเป็นสายเที่ยวที่อยากออกจากโตเกียวไปสัมผัสธรรมชาติ ชมวิวภูเขา แช่ออนเซ็น หรือเดินทางเที่ยวหลายจังหวัดในฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น JR EAST PASS ถือเป็นหนึ่งในพาสที่น่าสนใจมาก เพราะครอบคลุมพื้นที่กว้างตั้งแต่โตเกียวขึ้นไปถึงโทโฮคุ รวมถึงพื้นที่นากาโนะและนีงาตะ
จุดเด่นของพาสนี้คือสามารถใช้เดินทางด้วยรถไฟ JR EAST และชินคันเซ็นในพื้นที่ที่กำหนดได้แบบไม่จำกัด ทำให้เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่มีแผนเดินทางไกลหลายครั้ง และแม้จะเป็นพาสที่มีราคาสูง แต่หากมีแผนใช้ชินคันเซ็นหลายเที่ยวก็มีโอกาสคุ้มกว่าการซื้อตั๋วแยกนั่นเอง
- เส้นทางที่สามารถใช้นั่งชินคันเซ็นได้
- Tohoku Shinkansen ระหว่างสถานีโตเกียว (Tokyo Station) – สถานีชิน-อาโอโมริ (Shin-Aomori Station)
- Akita Shinkansen ระหว่างสถานีโตเกียว (Tokyo Station) – สถานีอาคิตะ (Akita Station)
- Yamagata Shinkansen ระหว่างสถานีโตเกียว (Tokyo Station) – สถานีชินโจ (Shinjo Station)
- Joetsu Shinkansen ระหว่างสถานีโตเกียว (Tokyo Station) – สถานีนีกาตะ (Niigata Station)
- Hokuriku Shinkansen ระหว่างสถานีโตเกียว (Tokyo Station) – สถานีโจเอ็ตสึเมียวโคะ (Joetsumyoko Station)
- ราคา
ระยะเวลา 5 วันติดต่อกัน
-
- ผู้ใหญ่ : 35,000 เยน
- เด็ก : 17,500 เยน
ระยะเวลา 10 วันติดต่อกัน
-
- ผู้ใหญ่ : 50,000 เยน
- เด็ก : 25,000 เยน
หากต้องการอ่านเงื่อนไขการใช้พาส สถานที่จำหน่าย และข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่ 👉 JR EAST PASS
*อัปเดตราคา ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2026
สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจสำหรับ JR EAST Pass
-
- อุทยานลิงภูเขาจิโกกุดานิ จังหวัดนากาโนะ

อุทยานลิงภูเขาจิโกกุดานิ หรือ Snow Monkey Park เป็นหนึ่งในจุดหมายชื่อดังของจังหวัดนากาโนะ ไฮไลต์คือการได้ชมลิงแสมญี่ปุ่นลงมาแช่น้ำพุร้อนท่ามกลางธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุมทั่วบริเวณ จึงกลายเป็นภาพจำสุดคลาสสิกของญี่ปุ่นในฤดูหนาว
วิธีการเดินทาง : จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่ง Hokuriku Shinkansen ไปลงสถานี Nagano Station จากนั้นต่อรถบัสไปยังบริเวณ Snow Monkey Park แล้วเดินเท้าต่อเข้าสู่อุทยานประมาณ 30 – 40 นาที
-
- หมู่บ้านโออุจิจูคุ จังหวัดฟุกุชิมะ

หมู่บ้านโบราณในจังหวัดฟุกุชิมะที่ยังคงรักษาบรรยากาศของเมืองพักแรมในสมัยเอโดะเอาไว้ได้อย่างสวยงาม จุดเด่นคือบ้านหลังคามุงจากเรียงรายตลอดสองข้างทาง และบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่หมู่บ้านถูกปกคลุมด้วยหิมะ
วิธีการเดินทาง : จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่ง Tohoku Shinkansen ไปสถานี Koriyama Station จากนั้นต่อรถไฟ JR Ban-etsu West Line ไปสถานี Aizuwakamatsu Station แล้วต่อรถไฟ Aizu Railway ไปลง Yunokami-Onsen Station จากนั้นสามารถต่อรถบัสเข้าหมู่บ้านได้เลย
2. JR TOKYO Wide Pass

สำหรับใครที่มีแพลนเที่ยว โตเกียวและจังหวัดใกล้เคียง แต่ไม่อยากเที่ยวอยู่แค่ในเมือง พาสรถไฟญี่ปุ่น อย่าง JR TOKYO Wide Pass เป็นอีกหนึ่งทางเลือกน่าสนใจ เพราะใช้เดินทางได้ไม่จำกัดเป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน และครอบคลุมทั้งรถไฟ JR EAST รวมถึงรถไฟบางสายของเอกชนในพื้นที่
พาสนี้ยังสามารถใช้นั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวไปยังจุดหมายยอดนิยมอย่าง สกีรีสอร์ทกาล่า ยูซาว่า (GALA Yuzawa) และพื้นที่รอบโตเกียว จึงเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบ Day Trip ต่อให้มีเวลาน้อยก็เที่ยวได้ สบายๆ
- เส้นทางที่สามารถนั่งชินคันเซ็นได้
- Hokuriku Shinkansen ระหว่างสถานีโตเกียว (Tokyo Station) – สถานีซาคุไดระ (Sakudaira Station)
- Joetsu Shinkansen ระหว่างสถานีโตเกียว (Tokyo Station) – สถานี Echigo-Yuzawa Station หรือ สถานี GALA Yuzawa Station
- Tohoku Shinkansen ระหว่างสถานีโตเกียว (Tokyo Station) – สถานีนาสุชิโอบาระ (Nasushiobara Station)
- ราคา
3 วันติดต่อกัน
-
- ผู้ใหญ่ : 16,000 เยน
- เด็ก : 8,000 เยน
หากต้องการอ่านเงื่อนไขการใช้พาส สถานที่จำหน่าย และข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่ 👉 JR TOKYO Wide Pass
*อัปเดตราคา ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2026
สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจสำหรับ JR TOKYO Wide Pass
-
- นิกโก้ จังหวัดโทชิงิ

นิกโก้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เหมาะกับการเที่ยวแบบ Day Trip บริเวณนี้จะเต็มไปด้วยทั้งศาลเจ้าและวัดสำคัญที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รวมถึงธรรมชาติสวยงามอย่างทะเลสาบชูเซ็นจิและน้ำตกเคกอน จึงสามารถเที่ยวได้ทั้งสายวัฒนธรรมและสายธรรมชาติ
วิธีการเดินทาง : จากสถานีโตเกียว (Tokyo) นั่งรถไฟ JR Tohoku Shinkansen ไปสถานี Utsunomiya Station แล้วต่อ JR Nikko Line ไปสถานี Nikko Station
-
- สกีรีสอร์ทกาล่า ยูซาว่า จังหวัดนีงาตะ

สกีรีสอร์ทกาล่า ยูซาว่า เป็นสกีรีสอร์ทยอดนิยมที่เดินทางจากโตเกียวได้สะดวกมาก เพราะมีสถานีรถไฟชินคันเซ็นอยู่ภายในพื้นที่รีสอร์ท เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสหิมะ เล่นสกี หรือเล่นสโนว์บอร์ดแบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียว โดยสถานี GALA Yuzawa Station จะเปิดให้บริการตามฤดูกาล
วิธีการเดินทาง : จากสถานีโตเกียว (Tokyo) นั่ง Joetsu Shinkansen ไปลงสถานี GALA Yuzawa Station
3. Hokuriku Arch Pass

หากอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากเส้นทางยอดนิยมอย่างจากโตเกียวถึงเกียวโต แล้วเดินทางเลียบฝั่งทะเลญี่ปุ่น Hokuriku Arch Pass จึงเป็นอีกพาสที่น่าสนใจ เพราะเชื่อมเส้นทางระหว่าง โตเกียว นาโกย่า โทยามะ คานากาวะ ฟูกุอิ เกียวโต และโอซาก้า ทำให้สามารถวางทริปเที่ยวญี่ปุ่นแบบข้ามภูมิภาคได้ในพาสเดียว
สำหรับพาสนี้สามารถนั่ง Hokuriku Shinkansen ได้ในเส้นทางโตเกียวถึงสึรุกะ รวมถึงรถไฟ Thunderbird และ HARUKA ในพื้นที่ที่กำหนด จึงเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวทั้งฝั่งคันไซและโฮคุริคุในทริปเดียว
- เส้นทางที่สามารถนั่งชินคันเซ็นได้
- Hokuriku Shinkansen ระหว่างสถานีโตเกียว (Tokyo Station) – สถานีสึรุกะ (Tsuruga Station)
- ราคา
7 วันติดต่อกัน
-
- ผู้ใหญ่ : 35,000 เยน
- เด็ก : 17,500 เยน
หากต้องการอ่านเงื่อนไขการใช้พาส สถานที่จำหน่าย และข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่ 👉 Hokuriku Arch Pass
*อัปเดตราคา ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2026
สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจสำหรับ Hokuriku Arch Pass
-
- หุบเขาคุโรเบะ จังหวัดโทยามะ

หุบเขาขนาดใหญ่ที่มีทิวทัศน์ภูเขาและธรรมชาติอันงดงาม โดยเฉพาะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่ภูเขาทั้งหุบเขาจะเต็มไปด้วยสีสัน ไฮไลต์คือการนั่งรถไฟชมวิวไปตามหุบเขา ซึ่งให้มุมมองธรรมชาติที่สวยงามมาก
วิธีการเดินทาง : จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่ง Hokuriku Shinkansen ไปลงสถานี Kurobe-Unazuki Onsen Station จากนั้นต่อรถไฟท้องถิ่นไปสถานี Unazuki Station แล้วต่อ Kurobe Gorge Railway เข้าสู่หุบเขา
-
- ย่านฮิกาชิชายะ จังหวัดอิชิกาวะ

ย่านฮิกาชิชายะเป็นย่านเก่าแก่ของเมืองคานาซาวะที่ยังคงรักษาอาคารไม้แบบดั้งเดิมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมตรอกซอยเก่า แวะร้านขนมญี่ปุ่น คาเฟ่ หรือชมงานหัตถกรรมท้องถิ่นได้
วิธีการเดินทาง : จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) ให้นั่ง Hokuriku Shinkansen ไปสถานี Kanazawa Station จากนั้นต่อรถบัสจากหน้าสถานีไปยังป้าย Hashiba-cho bus stop หรือ Higashi Chaya District bus stop
4.Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass

ใครที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่เต็มไปด้วย เมืองเก่า ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดั้งเดิม ต้องลองใช้ Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass เพราะพาสนี้เชื่อมพื้นที่สำคัญอย่าง โอซาก้า เกียวโต คานากาวะ โทยามะ ทาคายามะ และนาโกย่า รวมถึงเส้นทางรถบัสไปยังแหล่งมรดกโลกอย่าง หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)
นอกจากนี้ตัวพาสยังไม่ได้มีดีแค่ชินคันเซ็น แต่ครอบคลุมรถไฟและรถบัสในเส้นทางสำคัญ จึงถือว่าเป็นพาสนี้คุ้มมาก เพราะแค่พาสเดียวก็เที่ยวสถานที่ฮิตๆ ได้หลายแห่ง
- เส้นทางที่สามารถนั่งชินคันเซ็นได้
- Hokuriku Shinkansen ระหว่างสถานีสึรุกะ (Tsuruga Station) – สถานีโทยามะ (Toyama Station)
- ราคา
5 วันติดต่อกัน
-
- ผู้ใหญ่ : 19,800 เยน
- เด็ก : 9,900 เยน
หากต้องการอ่านเงื่อนไขการใช้พาส สถานที่จำหน่าย และข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่ 👉 Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass
*อัปเดตราคา ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2026
สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจสำหรับ Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass
-
- กำแพงหิมะทาเตยามะ จังหวัดโทยามะ

กำแพงหิมะทาเตยามะเป็นเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงซึ่งเกิดจากหิมะที่ถูกสะสมจนมีความสูงหลายเมตร โดยนอกจากกำแพงหิมะแล้ว ยังสามารถชมวิวเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นได้อีกด้วย
วิธีการเดินทาง : นั่ง Hokuriku Shinkansen มาลงที่ Toyama Station จากนั้นต่อรถไฟ Toyama Chihou Railway ไปลงสถานี Tateyama Station แล้วต่อรถบัสไปจุดชมวิว
-
- หมู่บ้านชิราคาวาโกะ จังหวัดกิฟุ

หมู่บ้านชิราคาวาโกะเป็นหมู่บ้านมรดกโลกที่มีชื่อเสียงจากบ้านโบราณหลังคาทรง Gassho-zukuri ที่มีความหมายว่า หลังคาแบบทรงประนมมือ ซึ่งออกแบบให้เหมาะกับพื้นที่ที่มีหิมะตกหนัก บรรยากาศของหมู่บ้านจะสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาวที่หลังคาบ้านถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาว
วิธีการเดินทาง : นั่ง Hokuriku Shinkansen มาลงที่สถานี Takayama Station, Kanazawa Station หรือ Toyama Station แล้วต่อรถบัสไปยังหมู่บ้านชิราคาวาโกะ
5. Kansai WIDE Area Pass

สำหรับคนที่ปักหลักอยู่ในโอซาก้าแต่ต้องการออกไปเที่ยวจังหวัดรอบๆ มากขึ้น Kansai WIDE Area Pass เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุ้มค่า เพราะสามารถใช้เดินทางได้หลายเส้นทาง ตั้งแต่โอคายามะ คิโนซากิออนเซ็น อามาโนะฮาชิดาเตะ ทตโตริ ไปจนถึงชิราคาฮามะ
ที่สำคัญคือพาสนี้สามารถใช้นั่ง Sanyo Shinkansen ระหว่างระหว่างสถานีชินโอซาก้า (Shin-Osaka Station) – สถานีโอคายามะ (Okayama Station) ทำให้การเดินทางข้ามจังหวัดรวดเร็วขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะหากวางแผนไปโอคายามะหรือเที่ยวต่อไปยังเมืองต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง
- เส้นทางที่สามารถใช้นั่งชินคันเซ็นได้
- Sanyo Shinkansen ระหว่างสถานีชินโอซาก้า (Shin-Osaka Station) – สถานีโอคายามะ (Okayama Station)
- ราคา
5 วันติดต่อกัน
-
- ผู้ใหญ่ : 12,000 เยน
- เด็ก : 6,000 เยน
หากต้องการอ่านเงื่อนไขการใช้พาส สถานที่จำหน่าย และข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่ 👉 Kansai WIDE Area Pass
*อัปเดตราคา ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2026
สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจสำหรับ Kansai WIDE Area Pass
-
- ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน จังหวัดโอซาก้า

Universal Studios Japan หรือ USJ เป็นหนึ่งในสวนสนุกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของโอซาก้า ภายในมีเครื่องเล่นและโซนธีมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา รวมถึง Super Nintendo World ที่กลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของนักท่องเที่ยว
วิธีการเดินทาง : จากสถานี Osaka Station นั่งสาย JR Osaka Loop Line ไปยังสถานี Nishikujo Station แล้วต่อสาย JR Yumesaki Line ไปลงสถานี Universal City Station จากนั้นเดินต่อเข้าสวนสนุกได้เลย
-
- ทะเลสาบบิวะ จังหวัดชิกะ

ทะเลสาบบิวะเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในจังหวัดชิกะ ใกล้กับเกียวโต เหมาะสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองท่องเที่ยวชื่อดังมาสัมผัสธรรมชาติ ทั้งวิวทะเลสาบ เมืองริมฝั่ง และกิจกรรมกลางแจ้งตามฤดูกาล
วิธีการเดินทาง : จากสถานี Kyoto Station นั่งรถไฟสาย JR Biwako Line ไปลงสถานี Otsu Station ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำหรับเที่ยวพื้นที่รอบทะเลสาบ จากนั้นสามารถต่อรถบัสหรือรถไฟท้องถิ่นไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ รอบทะเลสาบได้เลย
6. JR KYUSHU RAIL Pass Northern Kyushu

หากใครกำลังวางแผนเที่ยว ฟุกุโอกะ คุมาโมโตะ นางาซากิ โออิตะ และซากะ ในทริปเดียว JR KYUSHU RAIL PASS Northern Kyushu เป็นพาสที่จะช่วยให้สามารถเดินทางข้ามเมืองในภูมิภาคคิวชูสะดวกมากขึ้น
พาสนี้สามารถใช้นั่งชินคันเซ็นในพื้นที่ที่กำหนดได้ จึงให้เหมาะจะจัดทริปแบบ Day Trip เช่น พักที่ฟุกุโอกะ แล้วเดินทางไปเที่ยวคุมาโมโตะหรือนางาซากิ ก่อนกลับมาพักที่เดิมในช่วงเย็น ดังนั้น สำหรับคนที่มีเวลาน้อย พาสนี้จึงช่วยให้เที่ยวได้หลายเมืองมากขึ้น เก็บครบแลนด์มาร์กสำคัญของคิวชูแล้วยังไม่เหนื่อยกับการเดินทางอีกด้วย
- เส้นทางที่สามารถนั่งชินคันเซ็นได้
- Kyushu Shinkansen ระหว่างสถานีฮากาตะ (Hakata Station) – สถานีคุมาโมโตะ (Kumamoto Station)
- Nishi-Kyushu Shinkansen ระหว่างสถานีทาเคโอะออนเซ็น (Takeo-onsen Station) – สถานีนางาซากิ (Nagasaki Station)
- ราคา
3 วันติดต่อกัน
-
- ผู้ใหญ่ : 15,000 เยน
- เด็ก : 7,500 เยน
5 วันติดต่อกัน
-
- ผู้ใหญ่ : 17,000 เยน
- เด็ก : 8,500 เยน
หากต้องการอ่านเงื่อนไขการใช้พาส สถานที่จำหน่าย และข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่ 👉 JR KYUSHU RAIL PASS Northern Kyushu
*อัปเดตราคา ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2026
สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจสำหรับ JR KYUSHU RAIL Pass Northern Kyushu
-
- ปราสาทคุมาโมโตะ จังหวัดคุมาโมโตะ

ปราสาทคุมาโมโตะเป็นหนึ่งในปราสาทสำคัญของญี่ปุ่นและเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัดคุมาโมโตะ ตัวปราสาทมีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสเรื่องราวของซามูไรและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในภูมิภาคคิวชู
วิธีการเดินทาง : จากสถานี Hakata Station นั่ง Kyushu Shinkansen ไปที่สถานี Kumamoto Station จากนั้นต่อรถราง Kumamoto City Tram ไปลงบริเวณปราสาทได้
-
- เบปปุออนเซ็น จังหวัดโออิตะ

เบปปุเป็นหนึ่งในเมืองออนเซ็นที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น ที่นี่เต็มไปด้วยบ่อน้ำพุร้อนและแหล่งท่องเที่ยวอย่าง Beppu Jigoku หรือ Hells of Beppu และยังมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีการเดินทาง : จาก Hakata Station สามารถนั่งรถไฟ JR ไปลงสถานี Beppu Station ได้โดยตรง
💚 🚅 💚 🚅 💚 🚅
เป็นอย่างไรบ้างคะกับ ‘พาสรถไฟญี่ปุ่น’ ที่สามารถใช้โดยสาร ‘ชินคันเซ็น’ ที่ fromJapan นำมาฝากกันในวันนี้ แต่ละพาสก็มีจุดเด่นและพื้นที่การใช้งานที่แตกต่างกัน บางพาสเหมาะกับการเที่ยวรอบโตเกียว บางพาสเหมาะสำหรับการเดินทางข้ามหลายจังหวัด หรือบางพาสก็เหมาะกับการเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ในภูมิภาคต่างๆ ของญี่ปุ่น
หากใครกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นและอยากประหยัดทั้งเวลาและค่าเดินทาง ลองเลือกพาสที่เหมาะกับเส้นทางของตัวเอง รับรองว่าจะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นและเที่ยวได้คุ้มค่ากว่าเดิมแน่นอน
และสำหรับใครที่มีแพลนพร้อมแต่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะใช้ ‘พาสรถไฟญี่ปุ่น’ ใบไหนดี 🤔 fromJapan ก็รวบรวมมาให้แล้วกับฟีเจอร์ใหม่เอี่ยมของเรา ‘ALL RAIL PASS fromJapan’ เพียงแค่เสิร์ชชื่อสถานที่เที่ยว หรือสนามบินที่สนใจ พาสที่เหมาะกับเส้นทางเหล่านั้นก็จะปรากฏขึ้น 👇
อ่านบทความน่าสนใจจาก fromJapan
- เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ‘ชินคันเซ็น’ รถไฟที่เร็วที่สุดในญี่ปุ่น!
- บินตรงจากไทยไปญี่ปุ่น มีสนามบินอะไรบ้าง?
- รวมจุดชม ซากุระญี่ปุ่น ด้วยบัตร JR TOKYO Wide Pass พาสเดียวเที่ยวครบ!
อัปเดตเทรนด์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมสนุก ๆ
เพิ่มเติมได้ที่เพจ fromJapan !





