fbpx

ส่องอดีต 9 รุ่นรถ HONDA ที่ล้มเหลวที่สุดในประวัติศาสตร์

ก.ย. 25, 2026

  • Clip

ส่องอดีต 9 รุ่นรถ HONDA ที่ล้มเหลวที่สุดในประวัติศาสตร์

ฮอนด้า (HONDA) แบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นเจ้าใหญ่ที่เดิมทีมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตเครื่องยนต์เสริมสำหรับจักรยาน แต่ในปัจจุบัน ฮอนด้าได้ผลิตเครื่องยนต์สี่ล้ออย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ระดับโลก ทั้งนี้แม้ฮอนด้าจะเป็นยักษ์ใหญ่แห่งขุมพลัง แต่ในอดีตก็เคยผ่านความล้มเหลวมามากมาย

ในครั้งนี้ เราจะพาทุกคนไปส่อง 9 รุ่นรถ HONDA ที่ล้มเหลวที่สุดในประวัติศาสตร์  ซึ่งจะมีตัวอย่างหลายกรณีอย่าง “วิสัยทัศน์ที่ล้ำเกินยุค กลับกลายเป็นอุปสรรคเสียเอง” พร้อมเจาะลึกรุ่นรถยนต์ที่ล้มเหลวและเทคโนโลยีแปลกๆ ที่ยังทิ้งร่องรอยในหน้าประวัติศาสตร์ของฮอนด้า (HONDA) 

สารบัญ (Index) : ส่องอดีต 9 รุ่นรถ HONDA ที่ล้มเหลวที่สุดในประวัติศาสตร์

  1. Honda 1300
  2. Honda Vamos
  3. Honda Life Step Van
  4. Honda Accord Inspire
  5. Honda Accord Aerodeck
  6. Honda Ascot & Rafaga
  7. Honda CR-X del Sol
  8. Honda S2000 type V
  9. Honda Edix

1. Honda 1300

Honda 1300 (ปี 1969) เปิดตัวมาเป็นรถรุ่นแรกที่ Honda ก้าวเข้าสู่ตลาดรถยนต์ขนาดเล็กอย่างจริงจัง แม้ว่าในช่วงเวลานั้นเครื่องยนต์ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำจะกลายเป็นมาตรฐานหลักของอุตสาหกรรมไปแล้ว แต่ ผู้ก่อตั้งบริษัท โซอิจิโระ ฮอนด้า กลับยืนกรานอย่างหนักแน่นให้ใช้ “เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศ” แทน

อย่างไรก็ตาม เครื่องยนต์แบบนี้ต้องใช้ระบบระบายความร้อนที่ซับซ้อน เช่น พัดลมระบายความร้อนแบบบังคับ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น อีกทั้งตัวเครื่องยังมีน้ำหนักมาก ทำให้การควบคุมรถยากขึ้นและมีลักษณะการขับที่ค่อนข้างเฉพาะตัว ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาคือ “ยอดขายไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง” และรถรุ่นนี้ยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับวิกฤตทางธุรกิจในเวลานั้นอีกด้วย

Back To Index

2. Honda Vamos

หากพูดถึงรถรุ่นแปลกในยุค 1970s ของญี่ปุ่นก็คงจะเป็น Honda Vamos (1970) และ Honda Life Step Van (1972) โดย Honda Vamos เป็นรถที่ดัดแปลงจากรถบรรทุกขนาดเล็ก TN360 ให้กลายเป็นรถเปิดประทุนแบบสนุกๆ ที่ไม่มีแม้แต่ประตู ถือเป็นรถที่มีคาแรกเตอร์แปลกและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

แต่อย่างไรก็ตาม รถรุ่นนี้มีอายุในตลาดสั้นมากๆ สาเหตุสำคัญน่าจะเป็นเพราะในช่วงเวลานั้น คนญี่ปุ่นยังไม่ได้มีแนวคิดว่า “รถยนต์สามารถใช้เพื่อความสนุกหรือการพักผ่อน” ได้เหมือนในปัจจุบัน จึงทำให้รถที่มีไลฟ์สไตล์แบบนี้ยังไม่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในยุคนั้นได้

Honda Vamos เปิดตัวในปี 1970 เป็นรถแนวอเนกประสงค์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยพัฒนาบนพื้นฐานของรถกระบะขนาดเล็ก จุดเด่นสำคัญคือ “ยางอะไหล่ที่ติดอยู่ด้านหน้ารถ” แต่ก็น่าเสียดายที่รุ่นนี้ผลิตออกมาประมาณ 2,500 คันเท่านั้น

Back To Index

3. Honda Life Step Van

สำหรับ Honda Life Step Van เปิดตัวในปี 1972 ตัวรถมีความสูงถึง 1,620 มม. เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของรถ Kei-Car แบบ High Wagon ในยุคปัจจุบันได้เลย และยังถือเป็นรถที่มีแนวคิดล้ำยุคเกินกว่าสมัยของมัน

Honda Life Step Van ถูกพัฒนาจากรุ่น Life โดยเพิ่มความสูงของตัวรถเพื่อให้ใช้งานสะดวกและมีพื้นที่ภายในมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันรถประเภทนี้กลายเป็นรูปแบบหลักของรถประเภท Kei-Car ของญี่ปุ่นในปัจจุบัน เมื่อมองย้อนกลับไปจะเห็นว่าแนวคิดของรถรุ่นนี้สุดยอดมาก เพียงแต่การเปิดตัวอาจเร็วเกินไปสำหรับยุคนั้น

Back To Index

4. Honda Accord Inspire

ในช่วงยุคเศรษฐกิจฟองสบู่ของญี่ปุ่น รถซีดานขนาดเล็กระดับพรีเมียมอย่างสามพี่น้อง Toyota Mark II และ Nissan Laurel ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่ง Honda เองก็เข้าสู่ตลาดนี้เช่นกัน โดยเปิดตัว Honda Accord Inspire ในปี 1989 เพื่อแข่งขันในกลุ่มตลาดเดียวกัน

Accord Inspire แม้จะเป็นรถระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FF) แต่โครงสร้างของเครื่องยนต์กลับไม่ใช่แบบวางขวางเหมือนรถทั่วไป Honda เลือกใช้โครงสร้างพิเศษที่เรียกว่า “FF Midship” ซึ่งระบบนี้จะจัดวางเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังในแนวตามยาว โดยวางเครื่องเรียงต่อกัน และตำแหน่งของเฟืองท้ายที่จะถูกติดตั้งไว้ทางด้านซ้ายบริเวณกึ่งกลางของเครื่องยนต์ ส่งผลให้เพลาวิ่งผ่านห้องข้อเหวี่ยงและถังน้ำมันเครื่อง

Back To Index

5. Honda Accord Aerodeck

Accord Aerodeck (1985) ที่เกิดมาในตระกูล Accord รุ่นที่ 3 โดยรุ่น Aerodeck มาในรูปแบบของรถสไตล์สเตชันแวกอน 2 ประตู อาจจะมีความแปลกใหม่ที่ไม่ค่อยได้รับความยอมรับในสมัยนั้นเท่าไหร่ แต่ก็มีกลุ่มแฟนคลับอยู่เหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้น Accord Aerodeck ก็ไปไม่รอด

Back To Index

6. Honda Ascot & Rafaga

ต่อมาคือ Honda Ascot & Rafaga (1993) ที่เลือกใช้เครื่องยนต์ 5 สูบเรียงวางตามยาวในโครงสร้าง FF Midship หากพูดถึงเรื่องกลไกนวัตกรรม ถือว่า Honda จัดเต็มมาก และดีไซน์ของตัวรถเองก็ออกมาดูดี แต่ในแง่ยอดขายแล้วถือว่าล้มเหลว 

ทั้งนี้รถรุ่น Honda Ascot & Rafaga ก็ไม่ได้มีแต่ความล้มเหลวไปเสียทั้งหมด เพราะหนึ่งในข้อดีคือ แม้ว่าจะเป็นรถขับเคลื่อนล้อแบบ FF แต่ก็สามารถหักล้อเลี้ยวได้วงค่อนข้างแคบทีเดียว และยังทำให้สามารถออกแบบตัวถังที่มีระยะยื่นด้านหน้าสั้นคล้ายรถ FR ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ต้องขอชื่นชม Honda ที่สร้างระบบ FF ที่ซับซ้อนขนาดนี้ขึ้นมาได้และการวางระบบแบบ FF Midship นี้ยังถูกนำไปใช้ในรุ่น Legend และ Ascot & Rafaga ในภายหลังอีกด้วย

Back To Index

7. Honda CR-X del Sol

Honda CR-X ซึ่งเคยได้รับความนิยมในฐานะรถสปอร์ต FF แบบดั้งเดิม ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรุ่นที่ 3 อย่าง Honda CR-X del Sol (1992) โดยกลายเป็นรถเปิดประทุนแบบกะทันหัน แม้สุดท้ายจะจบลงด้วยความล้มเหลว แต่ก็น่าจะเป็นเพราะการตัดสินใจของ Honda ที่มองว่า “ยุคของรถที่เน้นสมรรถนะล้วนๆ ได้สิ้นสุดลงแล้ว” นั้นมาเร็วเกินไปก็เป็นได้

Honda CR-X del Sol (1992) ที่เคยเป็นรถสปอร์ตทรงเฉียบคมได้เปลี่ยนภาพลักษณ์มาเป็นรถสไตล์แคชชวลพร้อมจุดขายใหม่คือ “หลังคาแบบถอดได้ (Transtop)” แต่ท้ายที่สุดแล้ว CR-X del Sol ก็กลายเป็นอีกหนึ่งโมเดลรถที่ล้ำยุคเกินไปสำหรับช่วงเวลานั้น

หลังจากมีการปรับปรุงมาตรฐานรถยนต์ขนาดเล็ก หรือ Kei-Car ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 1998 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยจากการชน ส่งผลให้ Honda Vamos รุ่นที่ 2 และ Z รุ่นที่ 2 ที่เปิดตัวในปีเดียวกัน ได้ถูกวางโครงสร้างที่เรียกว่า “Underfloor Midship 4WD” หรือก็คือการวางเครื่องยนต์ไว้ใต้พื้นบริเวณใต้เบาะโดยสารด้านหลัง พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Midship 4WD

แม้จะมีข้อดีในด้านของความปลอดภัยจากการชนที่สูงขึ้น และสามารถสร้างพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางได้ก็ตาม แต่ข้อเสียในเรื่องของน้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่สูงกลับมีมากกว่า ทำให้เทคโนโลยีนี้ไม่ได้รับการแพร่หลายออกไป

Back To Index

8. Honda S2000 type V

ในปี 2000 ซึ่งเป็นเวลา 1 ปีหลังจากการเปิดตัวรุ่น S2000 ได้มีการนำเสนอ VGS (Variable Gear Ratio Steering) ซึ่งเป็นระบบพวงมาลัยแบบแปรผันตัวแรกของโลก โดยระบบนี้จะส่งผลให้เมื่อความเร็วต่ำหรือขณะหักพวงมาลัยมาก ล้อจะตอบสนองอย่างรวดเร็ว (เลี้ยวไว) และเมื่อวิ่งในความเร็วสูง รถจะคงการตอบสนองแบบปกติเพื่อเพิ่มความเสถียรในการขับขี่

และนี้ก็คือโครงสร้างระบบ VGS (Variable Gear Ratio Steering) ที่อยู่ในรุ่น S2000 type V

แม้จะไม่ได้ให้ความรู้สึกแปลกแยกในเชิงของการขับขี่ แต่เนื่องจากไม่เหมาะกับสไตล์การขับแบบดริฟต์ที่ต้องใช้การคอนโทรลพวงมาลัยสวน (Cunter Steering) จึงทำให้ระบบนี้ถูกนำมาใช้เพียงแค่ในรุ่น S2000 เท่านั้น

อย่างไรก็ตามเมื่อรู้ว่าในปัจจุบันผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Nissan และ BMW ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีลักษณะนี้อยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ Honda ได้ยุติการพัฒนาไปแล้ว

Back To Index

9.Honda Edix

และรุ่นสุดท้ายที่จะปิดท้ายประวัติศาสตร์คือ Honda Edix ที่เปิดตัวในปี 2004

Honda Edix เป็นความพยายามครั้งใหม่ของ Honda ในการสร้างรถทรงมินิแวนรูปแบบใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Fiat Multipla ด้วยการดีไซน์ที่นั่งแบบ 3 คน 2 แถว รวม 6 ที่นั่ง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหาจุดเด่นที่ชัดเจนในตลาดได้ และจบลงเพียงการวางจำหน่ายไปรุ่นเดียว

แม้ว่ารถรุ่นนี้จะมีเอกลักษณ์ตรงที่ครอบครัว พ่อ แม่ และลูก สามารถนั่งเรียงกันในแถวเดียวได้ ซึ่งแทบไม่มีรถรุ่นไหนทำได้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์

Honda Edix ถือว่าเป็นรถที่มีความน่าสนใจเฉพาะตัวเป็นอย่างมาก ภายนอกที่ดูคอมเแพคและภายในที่มีความแปลกใหม่ ถ้าได้มาเกิดใหม่ในยุคปัจจุบันอีกครั้ง อาจจะเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากกว่าใน 2004 ก็เป็นได้

ที่มา

https://bestcarweb.jp/feature/column/1403577

https://global.honda/jp/news/2000/4000707.html

https://www.honda.co.jp/auto-archive/edix/2009/webcatalogue/interior/index.html

https://www.honda.co.jp/auto-archive/edix/2009/webcatalogue/style/s-package/index.html

อ่านบทความที่น่าสนใจจาก fromJapan

 

Back To Top


แท็กยอดนิยม


แชร์บทความนี้

Klook.com

Top 5 Articles




อัปเดตเทรนด์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมสนุก ๆ
เพิ่มเติมได้ที่เพจ fromJapan !