ค้นพบเมืองมรดกโลกแห่งใหม่ ‘อาสึกะ’ ต้นกำเนิดของญี่ปุ่นที่เก่าแก่ยิ่งกว่าเกียวโต
ต.ค. 15, 2026
ค้นพบเมืองมรดกโลกแห่งใหม่ ‘อาสึกะ’ ต้นกำเนิดของญี่ปุ่นที่เก่าแก่ยิ่งกว่าเกียวโต

หากพูดถึงเมืองเก่าแก่ของญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกถึงเกียวโตหรือนาราเป็นชื่อแรกๆ แต่รู้หรือไม่ว่า ก่อนจะมีทั้งสองเมืองนี้ ญี่ปุ่นเคยมีเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองอยู่ในดินแดนที่ชื่อว่า อาสึกะ – ฟูจิวาระ (Asuka-Fujiwara) มาก่อน และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อไม่นานมานี้ อาสึกะ-ฟูจิวาระ ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 กรกฎาคม 2026 อีกด้วย
หรือถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ หากใครที่กำลังมองหาสถานที่เงียบสงบเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย ลองออกจากเส้นทางท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยผู้คน แล้วย้อนเวลาไปสัมผัสเรื่องราวของญี่ปุ่นในยุคแรกเริ่ม ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวค่ะ
เอาเป็นอย่ารอช้า เราไปดูกันเลยว่า อาสึกะ-ฟูจิวาระ จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง?
สารบัญ (Index)
- วิธีการเดินทาง
- ย้อนเวลากลับไปกว่า 1,300 ปีก่อน เมื่อ ‘อาสึกะ’ เป็นศูนย์กลางของญี่ปุ่น
- 4 สถานที่สำคัญใน อาสึกะ – ฟูจิวาระ ที่ควรไปเยือน!
- ‘แต่งชุดย้อนยุค’ สวมวิญญาณคนญี่ปุ่นโบราณแล้วออกไปเที่ยวอาสึกะ
- นั่ง “Shijin Liner” จากโอซาก้าไปยังอาสึกะ รถไฟด่วนพิเศษที่มีขบวนเดียว!
วิธีการเดินทาง
สำหรับการเดินทางไปพื้นที่ อาสึกะ – ฟูจิ สามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟคินเท็ตสึ (Kintetsu Railway) ดังนี้
- เดินทางจากนารา
นั่งรถไฟสาย Kintetsu-Nara Line จากสถานี Kintetsu-Nara Station ไปลงสถานี Yamato-Saidaiji Station (ประมาณ 5 นาที) จากนั้นเปลี่ยนขบวนเป็นสาย Kintetsu-Kashihara Line เพื่อไปยังสถานี Kashiharajingu-mae Station (ประมาณ 30-40 นาที) แล้วต่อรถไฟสาย Kintetsu-Yoshino Line ไปลงสถานี Asuka Station
- เดินทางจากเกียวโต
นั่งรถไฟสาย Kintetsu-Kyoto Line จากสถานี Kintetsu-Kyoto Station มาลงที่สถานี Kashiharajingu-mae Station (ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) จากนั้นเปลี่ยนขบวนเป็นสาย Kintetsu-Yoshino Line เพื่อไปลงสถานี Asuka Station
- เดินทางจากโอซาก้า
นั่งรถไฟด่วนหรือด่วนพิเศษของคินเท็ตสึ สาย Kintetsu Minami-Osaka Line จากสถานี Osaka-Abenobashi Station ไปลงที่สถานี Kashiharajingu-mae Station หรือ สถานี Asuka Station ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน (ใช้เวลาประมาณ 40-50 นาที)
ย้อนเวลากลับไปกว่า 1,300 ปีก่อน เมื่อ ‘อาสึกะ’ เป็นศูนย์กลางของญี่ปุ่น

อาสึกะ – ฟูจิวาระ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแอ่งนารา ครอบคลุมพื้นที่เมืองคาชิฮาระ เมืองซากุไร และหมู่บ้านอาสึกะ (Asuka Village) ในปัจจุบัน เมื่ออดีตฝั่งอาสึกะเคยเป็นแอ่งขนาดเล็กที่ล้อมรอบด้วยเนินเขา ส่วนบริเวณฟูจิวาระอยู่ในพื้นที่ราบทางตะวันตกเฉียงเหนือของอาสึกะ
แม้ปัจจุบันบริเวณดังกล่าวจะเป็นพื้นที่ชนบทที่มีทุ่งนาและภูเขาเป็นฉากหลัง แต่ใต้ผืนดินและภูมิทัศน์เหล่านี้กลับเต็มไปด้วยร่องรอยของพระราชวัง วัด สวนโบราณ สุสาน และสถานที่ประกอบพิธีกรรมจากเมื่อกว่า 1,300 ปีก่อน!

แล้วทำไมอาสึกะจึงถูกเรียกว่า ‘ดินแดนต้นกำเนิดของญี่ปุ่น’?
เหตุผลสำคัญอยู่ที่ช่วงเวลาราว ค.ศ. 592 – 710 ซึ่งเป็นยุคที่ อาสึกะ – ฟูจิวาระ มีบทบาทเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและเป็นที่ตั้งของเมืองหลวง ก่อนที่จะย้ายไปยังเฮโจเคียว (เมืองนาราในปัจจุบัน) เมื่อปี ค.ศ. 710 โดยช่วงเวลาดังกล่าวกินเวลาประมาณ 120 ปี เรียกกันว่า สมัยอาสึกะ (Asuka Period) ซึ่งนี่จึงเป็นหตุผลว่าทำให้อาสึกะจึงมีประวัติศาสตร์เก่าแก่กว่าเมืองหลวงอื่นๆ ของญี่ปุ่นหลังจากนั้นนั่นเอง
นอกจากนี้ ช่วงเวลาดังกล่าวยังเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของญี่ปุ่นอีกด้วย เนื่องจากมีการรับเอาความรู้ เทคโนโลยี วัฒนธรรม รวมถึงระบบการปกครองจากจีนและคาบสมุทรเกาหลีเข้ามาผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น ทั้งในเรื่องของพุทธศาสนา วัดวาอาราม ระบบการปกครอง ไปจนถึงการวางผังเมือง ล้วนก็มีร่องรอยทิ้งไว้ให้เห็นในพื้นที่ อาสึกะ – ฟูจิวาระ จนถึงปัจจุบันเลยละค่ะ

ดังนั้น การมาเที่ยวที่นี่จึงไม่ใช่แค่การเที่ยวชมโบราณสถานเท่านั้น แต่จะเหมือนกับเราได้ย้อนเวลาเข้าไปอยู่ในช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นกำลังสร้างรากฐานของประเทศขึ้นมาเลยก็ว่าได้
อ่านมาถึงตรงนี้ถือว่าทุกคนทำความรู้จักกับ ‘อาสึกะ – ฟูจิวาระ’ กันไปพอสมควรแล้ว ต่อจากนี้เราจะพาไปดูว่าที่นี่มีสถานที่ที่น่าสนใจอะไรบ้าง?
4 สถานที่สำคัญใน อาสึกะ – ฟูจิวาระ ที่ควรไปเยือน!
-
- วัดอาสึกะเดระ (Asuka-dera Temple)

เริ่มต้นกันที่ วัดอาสึกะเดระ (Asuka-dera Temple / 飛鳥寺) ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สะท้อนการเข้ามาของพุทธศาสนาในญี่ปุ่นและเป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในยุคอาสึกะอีกด้วย โดยวิธีการก่อสร้างก็มีการนำเทคนิคการก่อสร้างและวัฒนธรรมจากทวีปเอเชียเข้ามาใช้ผสมร่วมด้วย

ถ้าหากมีโอกาสได้มาเดินเที่ยวชมภายในบริเวณวัด ทุกคนจะได้เห็นร่องรอยของช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นกำลังเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ๆ ความเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงการผสมผสานของวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างงดงามและวิจิตรค่ะ
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดอาสึกะเดระ (Asuka-dera Temple)
ที่อยู่
- 682 Asuka, Takaichi District, Nara 634-0103, Japan
เบอร์ติดต่อ
- 081744542126
วันและเวลาทำการ
- ทุกวัน 09:00 – 17:30 น. (เดือนตุลาคม – เดือนมีนาคมเปิดถึงแค่ 17.00 น)
วิธีการเดินทาง
- จากสถานี Kashiharajingu-mae Station ให้นั่งรถบัส Nara Kotsu ไปลงที่ป้าย Asukadaibutsu-mae Bus Stop แล้วเดินต่ออีก 1 นาทีก็จะถึง
พิกัด
*.。.*゚*.。.*゚*
-
- วัดทาจิบานะเดระ (Tachibana-dera Temple)

อีกหนึ่งวัดสำคัญของอาสึกะคือ วัดทาจิบานะเดระ (Tachibana-dera Temple / 橘寺) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนถึงการแพร่ขยายของพุทธศาสนาในยุคอาสึกะ พื้นที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ดังนั้น การมาเยือนที่นี่ถือเป็นเหมือนการตามรอยเรื่องราวของญี่ปุ่นในช่วงเริ่มต้นตั้งแต่การก่อร่างสร้างรัฐใหม่ๆ เลยค่ะ

สำหรับบรรยากาศโดยรวมของวัดก็ดูโบราณ ขลัง แล้วก็มีมนต์เสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก นอกจากนี้ อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ ภาพวาดดอกไม้อันงดงามที่อยู่ด้านบนเพดานอาคาร “โอโจอิน” (Ojouin / 往上院) ซึ่งในแต่ละช่องของ “โกเท็นโจ (Gotenjou / 格天井)” หรือเพดานอาคารแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมนั้นจะถูกประดับด้วยผลงานภาพวาดดอกไม้ตามฤดูกาลที่เหล่าจิตรกรนำมาถวาย ซึ่งมีภาพวาดรวมกันมากถึง 260 ภาพเลยทีเดียว! แนะนำให้แวะมาเดินชมไปเรื่อยๆ ไม่เสียดายเวลาแน่นอนค่ะ
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดทาจิบานะเดระ (Tachibana-dera Temple)
ที่อยู่
- 532 Tachibana, Asuka, Takaichi District, Nara 634-0142, Japan
เบอร์ติดต่อ
- 081744542026
วันและเวลาทำการ
- ทุกวัน 9.00 – 17.00 น.
วิธีการเดินทาง
- จากสถานี Asuka Station หรือสถานี Kashiharajingu-mae Station ให้นั่งรถบัสท้องถิ่น (Asuka Loop Bus) หรือรถบัส Nara Kotsu Bus ไปลงที่ป้าย Okahashimoto Bus Stop หรือ Kawahara Bus Stop แล้วเดินต่อประมาณ 3 นาทีก็จะถึง
พิกัด
*.。.*゚*.。.*゚*
-
- สุสานโบราณอิชิบุไทโคฟุน (Ishibutai Kofun)

ถ้าเห็นก้อนหินขนาดมหึมาวางเรียงกันอยู่กลางทุ่ง อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเพียงกองหินธรรมดา เพราะนี่คือ อิชิบุไทโคฟุน (Ishibutai Kofun/ 石舞台古墳) หรือสุสานโบราณชื่อดังของอาสึกะนั่นเองค่ะ

คำว่า โคฟุน (古墳)หมายถึง สุสานหรือเนินฝังศพขนาดใหญ่ของผู้มีอำนาจในยุคโบราณของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในช่วงยุคโคฟุน ซึ่งนิยมสร้างหลุมฝังศพและเนินดินขนาดใหญ่เพื่อใช้ฝังบุคคลสำคัญ ส่วน ‘อิชิบุไทโคะฟุน’ แห่งนี้นั้นเป็นสุสานหินขนาดมหึมาที่ประกอบกันเป็นห้องฝังศพ โดยตัวสุสานเดิมมีเนินดินปกคลุมอยู่ แต่ปัจจุบันส่วนของห้องหินยังคงมองเห็นได้อย่างชัดเจน และกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของอาสึกะ
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุสานโบราณอิชิบุไทโคฟุน (Ishibutai Kofun)
ที่อยู่
- 254 Shimasho, Asuka, Takaichi District, Nara 634-0112
วิธีการเดินทาง
- จากสถานี Asuka Station หรือสถานี Kashiharajingu-mae Station ให้ขึ้นรถบัสสาย Aka Kame (มุ่งหน้าไป Kashiharajingu-mae Eki Minamiguchi) ลงที่ป้าย Ishibutai Bus Stop โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นเดินต่ออีก 3 นาทีก็จะถึง
เว็บไซต์
พิกัด
*.。.*゚*.。.*゚*
-
- สุสานโบราณคิโทระโคฟุน (Kitora Kofun)


อีกหนึ่งจุดที่คนชอบประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาดคือ คิโทระโคฟุน (Kitora Kofun / キトラ古墳) ที่นี่มีชื่อเสียงจากภาพจิตรกรรมภายในห้องฝังศพ โดยเฉพาะภาพ ชินจิน (四神) ที่แปลว่า สี่เทพ อันได้แก่ มังกรฟ้า เสือขาว หงส์แดง และเต่าดำ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัตว์เทพผู้พิทักษ์ทิศทั้งสี่ตามความเชื่อของเอเชียตะวันออกนั่นเอง
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุสานโบราณคิโทระโคฟุน (Kitora Kofun)
ที่อยู่
- 243 Abeyama, Asuka, Takaichi District, Nara 634-0134
วิธีการเดินทาง
- นั่งรถไฟคินเท็ตสึ มาลงที่สถานี Tsubosakayama Station จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 15 นาทีก็จะถึง
เว็บไซต์
พิกัด
‘แต่งชุดย้อนยุค’ สวมวิญญาณคนญี่ปุ่นโบราณแล้วออกไปเที่ยวอาสึกะ

ถ้าแค่เดินชมโบราณสถานอาจยังรู้สึกไม่ถึงใจ อาสึกะก็มีอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจรอทุกคนอยู่ นั่นคือ การแต่งตัวด้วยชุดโบราณญี่ปุ่นแล้วไปเดินเที่ยวเล่นกัน!
หากลงจากรถไฟที่บริเวณหน้าสถานี Asuka Station ทุกคนอาจสังเกตเห็น ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยว อาสึกะบิโตะโนะยากาตะ ( 飛鳥びとの館 / Asukabito-no-Yakata) ตั้งอยู่ แต่หลายๆ คนอาจไม่ทราบว่าที่นี่มีให้บริการเช่าชุดโบราณด้วยนะ โดยมีทั้งชุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องแต่งกายของราชวงศ์และขุนนาง รวมถึงชุดของนางกำนัลและข้าราชบริพารในสมัยอาสึกะ ใครชอบแบบไหนก็เลือกกันได้

หลังจากแต่งองค์ทรงเครื่องกันแล้ว ก็ออกไปเดินเที่ยวตามโบราณสถานและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้แบบฟินๆ ลองจินตนาการดูสิคะว่า จากนักท่องเที่ยวธรรมดาๆ เราจะได้สวมบทเป็นผู้คนจากเมื่อกว่า 1,300 ปีก่อน แล้วเดินท่ามกลางทุ่งนา ภูเขา และโบราณสถานของอาสึกะ งานนี้ได้ทั้งประสบการณ์และรูปถ่ายที่ไม่เหมือนทริปญี่ปุ่นทั่วไปแน่นอนค่ะ!
นั่ง “Shijin Liner” จากโอซาก้าไปยังอาสึกะ รถไฟด่วนพิเศษที่มีขบวนเดียว!

ถ้าใครอยากเข้าถึงความเป็นอาสึกะให้ถึงแก่น เราแนะนำว่าให้มาอาสึกะด้วย รถไฟด่วนพิเศษ “Shi Jin Liner” ขบวนนี้ค่ะ
เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2026 เป็นต้นมา คินเท็ตสึได้เปิดตัวรถไฟขบวนพิเศษ อาสึกะ – ฟูจิวาระ “Shijin Liner” ซึ่งเป็นรถไฟด่วนพิเศษที่นำรถไฟ Sakura Liner มาตกแต่งใหม่โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของอาสุกะ-ฟูจิวาระ

บนตัวรถจะมีการตกแต่งด้วยภาพและลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก สี่เทพ (四神) ที่ปรากฎอยู่ในคิโทระโคฟุน อันได้แก่ เซริว (มังกรฟ้า) เบียกโกะ (เสือขาว) สึซาคุ (หงส์แดง) และเก็มบุ (เต่าดำ) รวมถึงโบราณสถานและภูมิทัศน์สวยๆของอาสึกะ – ฟูจิวาระ


สำหรับรถไฟขบวนนี้จะวิ่งระหว่างสถานี Osaka-Abenobashi Station – สถานี Yoshino Station แน่นอนว่าผ่านสถานีสำคัญที่เราต้องการอย่าง Kashiharajingu-mae Station และ Asuka Sttaion ทุกคนจึงสามารถใช้เดินทางจากฝั่งโอซาก้าเข้าสู่พื้นที่อาสึกะได้โดยสะดวก

แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า รถไฟด่วนพิเศษ “Shijin Liner” มีเพียง 1 ขบวนเท่านั้น!

และนี่ก็คือเหตุผลที่ “อาสึกะ – ฟูจิวาระ” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2026 ดังนั้นถ้าใครกำลังมองหาสถานที่เที่ยวญี่ปุ่นที่ได้ทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และบรรยากาศเงียบสงบแบบชนบทญี่ปุ่น ลองมาเที่ยวที่ อาสึกะ – ฟูจิวาระ แล้วออกเดินทางไปทำความรู้จักกับดินแดนต้นกำเนิดของญี่ปุ่นแห่งนี้กันดูสักครั้ง เพราะบางทีการเที่ยวญี่ปุ่นที่น่าสนใจที่สุด อาจไม่ใช่การไปยังสถานที่ที่ทุกคนรู้จัก แต่อาจเป็นการได้เดินทางย้อนกลับไปยังจุดที่เรื่องราวของญี่ปุ่นเพิ่งเริ่มต้นก็เป็นได้ค่ะ
แหล่งที่มาข้อมูล (Source) :
https://world-heritage-quest.com/ancient-capitals-of-asuka-and-fujiwara/
https://asuka-fujiwara.jp/asuka-fujiwara/
https://asukamura.com/sightseeing/kodai-isho/
https://www.kintetsu.co.jp/zigyou/shijinliner/
https://www.kashihara-kanko.or.jp/feature/detail.php?fid=45
https://www.kashihara-kanko.or.jp/feature/detail.php?fid=40
https://asukamura.com/asuka-fujiwara/
https://sakuraikanko.com/sp/sekaiisannhego/
อ่านบทความที่น่าสนใจจาก fromJapan
- แนะนำสายเที่ยวคนเดียว! มาลองสัมผัสเสน่ห์ของญี่ปุ่นในมุมลึกที่ “อิชิคิริ” และ “อิโกมะ”
- รวม 7 สถานที่สุดหลอนในโตเกียว (ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!)
- ขับรถเที่ยวญี่ปุ่นแบบสโลว์ไลฟ์! ด้วย ‘NICONICO Rent a Car’ บริการเช่ารถญี่ปุ่น
อัปเดตเทรนด์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมสนุก ๆ
เพิ่มเติมได้ที่เพจ fromJapan !




