fbpx

แนะนำสายเที่ยวคนเดียว! มาลองสัมผัสเสน่ห์ของญี่ปุ่นในมุมลึกที่ “อิชิคิริ” และ “อิโกมะ”

ก.ย. 11, 2026

Kintetsu Railway

  • Clip

แนะนำสายเที่ยวคนเดียว! มาลองสัมผัสเสน่ห์ของญี่ปุ่นในมุมลึกที่ “อิชิคิริ” และ “อิโกมะ”

source : shutterstock_2700003369

source : https://www.kintetsu.co.jp

หากใครกำลังมองหาทริปใกล้โอซาก้าที่เที่ยวคนเดียวได้ เดินทางไม่ซับซ้อน และได้สัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบท้องถิ่น ลองปักหมุด “อิชิคิริ” ในเมืองฮิกาชิโอซาก้า จังหวัดโอซาก้า และ “อิโกมะ” ในจังหวัดนาราไว้ในทริปเดียวกันได้เลย เพราะทั้งสองพื้นที่ตั้งอยู่บริเวณภูเขาอิโกมะและเชื่อมต่อกันด้วยรถไฟสาย Kintetsu Nara Line จึงสามารถจัดเป็นเส้นทางเที่ยวแบบวันเดย์ทริปได้สะดวกมากๆ

เสน่ห์ของสองพื้นที่นี้คือการให้ความรู้สึกแตกต่างจากใจกลางเมืองใหญ่ของโอซาก้าอย่างชัดเจน อิชิคิริ จะพาเราเดินย้อนเข้าไปในย่านการค้าเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยร้านขนม ร้านอาหาร และร้านค้าท้องถิ่น ส่วน อิโกมะ จะพาทุกคนเปลี่ยนบรรยากาศไปชมเมืองบนภูเขา ที่มีทั้งวัดเก่า ถนนย้อนยุค เคเบิ้ลคาร์ และวิวเมืองจากด้านบน ที่สำคัญคือทั้งสองแห่งไม่ได้จำเป็นต้องมีเพื่อนร่วมทาง คุณก็สามารถเที่ยวได้เพราะเส้นทางค่อนข้างชัดเจน จึงสามารถกำหนดจังหวะการเดินทางของตัวเองได้เต็มที่

ทริปนี้จึงไม่ได้เน้นการเก็บแลนด์มาร์กให้ครบ แต่เป็นการค่อยๆ เดิน ค่อยๆ กิน และมองดูชีวิตรอบตัว ตั้งแต่ร้านค้าเล็กๆ บนถนนเก่า อาหารท้องถิ่น รถไฟบนภูเขา ไปจนถึงบรรยากาศของชุมชนที่ยังคงดำเนินไปในแบบของตัวเอง ใครที่อยากลองออกจากเส้นทางท่องเที่ยวเดิมๆ แล้วสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่เรียบง่ายและเป็นท้องถิ่นมากขึ้น อิชิคิริและอิโกมะจึงเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าลองค่ะ

เดินทางออกจากเมืองใหญ่ไปอิชิคิริ

ถ้าเดินทางมาเที่ยวอิชิคิริจากโอซาก้าหรือนารา การใช้เส้นทางรถไฟคินเท็ตสึถือเป็นตัวเลือกที่สะดวกที่สุดเลยค่ะ เพราะทุกคนสามารถเดินทางได้อย่างราบรื่นมายังสถานี Ishikiri Station ได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนรถไฟหลายต่อ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและไม่เหนื่อยด้วย

  • จากโอซาก้า : นั่งรถไฟสาย Kintetsu Nara Line จากสถานี Osaka-namba Station ไปยังสถานี Ishikiri Station ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
  • จากนารา : นั่งรถไฟ Kintetsu Nara Line ไปยังสถานี Ishikiri Station ใช้เวลา 15 นาที

นอกจากนี้ อีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับคนที่วางแผนเที่ยวหลายเมืองคือ Kintetsu Rail Pass ที่จะช่วยให้คุณเดินทางด้วยรถไฟคินเท็ตสึได้คุ้มค่ามากขึ้น เหมาะสำหรับทริปที่ไม่ได้เที่ยวแค่อิชิคิริหรืออิโกมะ แต่ยังมีแพลนไป โอซาก้า นารา เกียวโต และจุดหมายอื่นๆ ในคันไซ พาสก็จะช่วยให้เดินทางได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องซื้อตั๋วแยกทุกครั้ง และวางแผนการเที่ยวได้ยืดหยุ่นมากขึ้นด้วยค่ะ

อิชิคิริ (Ishikiri)

สำหรับอิชิคิริ หากอยากสัมผัสโอซาก้าในมุมที่ต่างจากย่านท่องเที่ยวยอดนิยม ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งย่านที่น่าสนใจ โดยเฉพาะบริเวณ ‘ย่านการค้าอิชิคิริซันโด’ ถนนสายเก่าที่ทอดยาวไปยังศาลเจ้าอิชิคิริสึรุงิยะ ซึ่งกลายเป็นย่านการค้าที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ระหว่างทางเต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านขนมญี่ปุ่น ร้านของฝาก และร้านค้าขนาดเล็กที่ยังคงบรรยากาศแบบดั้งเดิมเอาไว้

สำหรับคนที่มาเที่ยวคนเดียว เราแนะนำให้เริ่มเดินทางจาก สถานีอิชิคิริ – เดินลงเนินผ่านย่านการค้าอิชิคิริซันโด – มุ่งหน้าไปยังสถานีชินอิชิคิริ เส้นทางนี้เดินสบายกว่าการเริ่มจากฝั่งชินอิชิคิริแล้วเดินขึ้นเขา และยังสามารถใช้เวลาระหว่างทางแวะชิมอาหาร ซื้อขนม หรือถ่ายรูปได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องรีบอีกด้วยนะ

เดินเล่นย่านการค้า ‘อิชิคิริซันโด’

อิชิคิริซันโด (Ishikiri Sando) มีเสน่ห์ตรงที่ไม่ได้เป็นเพียงถนนสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผู้คนในท้องถิ่นใช้ชีวิตและแวะเวียนมาจับจ่ายใช้สอยกันเสมอ ระหว่างทางเราจะพบร้านค้าแบบดั้งเดิมที่มีหน้าร้านขนาดกะทัดรัด ป้ายร้านเก่าๆ และสินค้าที่วางเรียงอยู่หน้าร้าน ทำให้การเดินเล่นที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนได้เข้าไปสัมผัสย่านการค้าญี่ปุ่นในวันวาน

สิ่งที่สนุกที่สุดอย่างหนึ่งคือการเดินไปชิมไป เพราะสองข้างทางมีทั้งโซบะ โยโมงิโมจิ โยโมงิโซบะ โอเด้ง แตงกวาดองเสียบไม้ และของกินเล่นแบบญี่ปุ่นง่ายๆ อีกหลายอย่าง ร้านส่วนใหญ่มีขนาดไม่ใหญ่ จึงเหมาะกับการแวะกินคนเดียวแบบสบายๆ ไม่ต้องรู้สึกเขินหรือเกรงใจเหมือนการเข้าไปนั่งร้านอาหารขนาดใหญ่เลยค่ะ

ตลอดเส้นทางสู่ศาลเจ้าเต็มไปด้วยร้านน่าแวะเป็นระยะๆ

หนึ่งในของขึ้นชื่อคือเมนูที่ใช้โยโมงิเป็นวัตถุดิบ (โยโมงิดังโงะ และโยโมงิอุด้ง)

อิชิคิริโอเด้ง ก็เป็นอีกเมนูยอดนิยม

สำหรับของกินเล่นระหว่างเดินเที่ยว ต้องมาลองแตงกวาดองเสียบไม้กันดูนะ!

สำหรับสายขนมและของฝาก Suzuya เป็นร้านที่น่าแวะเลือกซื้อขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม มีทั้งขนมหน้าตาน่ารักและขนมตามฤดูกาล เหมาะสำหรับซื้อกลับไปเป็นของฝาก หรือจะเลือกชิมระหว่างเดินเล่นก็ได้เช่นกัน

ส่วนใครที่ชอบขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ลองแวะ Nunoiya ซึ่งโดดเด่นเรื่องคาตะยากิเซมเบ้ เซมเบ้เนื้อแข็งที่อบแบบดั้งเดิม รสชาติเรียบง่ายและมีเอกลักษณ์ เป็นอีกหนึ่งของฝากที่ช่วยสะท้อนเสน่ห์ของย่านอิชิคิริได้เป็นอย่างดี

เมอรี่ เมลบา (จำหน่ายจำกัดช่วงเวลา : รอบฤดูร้อนปีนี้สิ้นสุดแล้ว)

อีกหนึ่งร้านที่ได้รับความสนใจในย่านอิชิคิริ~อิโกมะ คือ “ร้านน้ำแข็งไส” ของหวานยอดนิยมที่ช่วยเติมความสดชื่นในช่วงหน้าร้อนของญี่ปุ่น! แนะนำเลยว่าหากใครมาเที่ยวคนเดียวแล้วอยากแวะเติมความสดชื่นระหว่างทริป ต้องห้ามพลาดร้านนี้เด็ดขาด!

ร้าน Yasuda Shoten Jun

ร้าน Shichimi Togarashi Chinmidou

นอกจากร้านอาหารและขนมแล้ว ระหว่างทางยังมีร้านเล็กๆ ที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น Kobaiyaki Otaya ที่มีเซมเบ้รูปน้ำเต้า Yasuda Shoten Jun ที่มีของจุกจิกและงานหัตถกรรมสไตล์ญี่ปุ่น และ Shichimi Togarashi Chinmidou ร้านเครื่องเทศที่จำหน่ายชิจิมิโทการาชิ เหมาะสำหรับคนที่อยากหาของฝากที่ไม่เหมือนขนมทั่วไป

อีกเอกลักษณ์ของอิชิคิริที่ทำให้ย่านนี้แตกต่างจากที่อื่นคือจำนวนร้านหมอดู ที่เรียงรายอยู่ตามถนน จนได้รับฉายาว่า ‘ถนนดูดวง’ ระหว่างเดินจึงสามารถพบเห็นร้านหมอดูอยู่เป็นระยะ กลายเป็นอีกหนึ่งภาพที่ค่อนข้างแปลกตาและช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับย่านการค้าแห่งนี้ได้มากเลยล่ะค่ะ

แวะดูร้านที่สะดุดตา ชิมของอร่อยและช้อปปิ้ง! เพลิดเพลินกับช่วงเวลาอิสระของการเที่ยวคนเดียว

โรงทอผ้า Kawachi Hataori Kobo

ตลอดเส้นทางสู่ศาลเจ้า มีโรงทอผ้าที่สืบสานวัฒนธรรมการผลิต “ผ้าฝ้ายคาวาจิ” ซึ่งเคยเป็นอุตสาหกรรมที่เฟื่องฟูในแถบคาวาจิในอดีต โดยทุกคนสามารถแวะชมการทอผ้า และสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านงานฝีมือของย่าน Higashi Osaka ได้ด้วย ลองมาแวะเดินเที่ยวกันดูนะ

ชมวิวที่ราบโอซาก้าจากสวน Higashi Ishikiri Park

Higashi Osaka Sky Terrace (ภายใน Hotel Seiryu เรียวคังออนเซ็นที่มีทิวทัศน์สุดอลังของโอซาก้า)

จากสวน Higashi Ishikiri Park และ “Higashi Osaka Sky Terrace” เราจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของที่ราบโอซาก้าได้อย่างกว้างไกลเต็มตา จากมุมนี้จึงสามารถพิสูจน์ด้วยตาได้เลยว่าอิชิคิริคือ “เมืองแห่งเนินเขา” จริงๆ

แวะไปที่ ‘Kyu-Kawazumike’

ก่อนที่จะถึงศาลเจ้า หากคุณมีเวลาเราแนะนำให้แวะไปที่ ‘Kyu-Kawazumike’ ซึ่งเป็นบ้านพักของ ‘โชยะ’ หรือผู้ใหญ่บ้านในสมัยเอโดะที่ยังคงหลงเหลือทั้งตัวบ้านและสวนไว้อย่างครบถ้วน แม้จะอยู่ห่างจากสถานีอิชิคิริออกไปเล็กน้อย แต่ก็เป็นสถานที่ที่สามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างดี บรรยากาศของที่นี่เงียบสงบ แตกต่างจากศาลเจ้าฯ ที่คึกคัก จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับใครที่คิดว่า “หากมีเวลา ต้องลองแวะไปสักหน่อย”

ศาลเจ้าอิชิคิริสึรุงิยะ

เมื่อเดินมาตามถนนจนสุดทาง เราจะพบกับ ศาลเจ้าอิชิคิริสึรุงิยะ (Ishikiri Tsurugiya Jinja) ศาลเจ้าสำคัญที่เป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาสักการะขอพรเกี่ยวกับสุขภาพและการรักษาโรค

หลังจากเดินชิมอาหารและสำรวจร้านค้าบนถนนอิชิคิริซันโดแล้ว การแวะสักการะที่ศาลเจ้าจึงเป็นเหมือนจุดปิดท้ายของเส้นทาง ก่อนเดินทางต่อไปยังสถานีชินอิชิคิริ บรรยากาศภายในค่อนข้างสงบและร่มรื่น เหมาะกับการใช้เวลาสักพักก่อนเดินทางต่อไปยังอิโกมะค่ะ

รายละเอียดเกี่ยวกับศาลเจ้าอิชิคิริสึรุงิยะ (Ishikiri Tsurugiya Jinja)

ที่อยู่
  • 1-1-1 Higashiishikiri-cho, Higashiosaka, Osaka Prefecture
เว็บไซต์
เวลาทำการ
  • พื้นที่ศาลเจ้า เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง
  • จุดจำหน่ายเครื่องราง / สำนักงาน เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 08:00 – 16:30 น.
พิกัด

โดยรวมแล้ว อิชิคิริไม่ได้เป็นย่านที่มีแลนด์มาร์กขนาดใหญ่ให้ต้องรีบไปเช็กอิน แต่เสน่ห์กลับอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ ระหว่างทาง ทั้งร้านอาหารเก่าแก่ ขนมญี่ปุ่น ป้ายร้าน ถนนย้อนยุค ร้านหมอดู และผู้คนที่ยังใช้ชีวิตตามปกติ การมาเที่ยวคนเดียวจึงยิ่งเหมาะมาก เพราะทุกคนจะสามารถเดินช้าๆ หยุดกินตรงไหนก็ได้ และใช้เวลาอยู่กับบรรยากาศรอบตัวได้เต็มที่เลยค่ะ

เดินทางจากอิชิคิริสู่อิโกมะ

หลังจากสักการะเทพที่ศาลเจ้าฯ กันแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางสู่ ‘อิโกมะ’ โดยทุกคนสามารถเดินเท้าจากศาลเจ้าฯ ไปยังสถานีชินอิชิคิริได้เลย

  • จากสถานี Shin-Ishikiri Station นั่งรถไฟสาย Kintetsu Keihanna Line ไปยังสถานี Ikoma Station โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

อิโกมะ (Ikoma)

อิโกมะ เป็นเมืองเล็กๆ ในจังหวัดนาราที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาอิโกมะ ที่นี่มีบรรยากาศแบบเมืองบนภูเขา มีบ้านเรือน ถนนเก่า วัด และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่เหมาะกับการเที่ยวคนเดียวแบบไม่ต้องวางแผนซับซ้อน

เสน่ห์ของอิโกมะไม่ได้มีแค่จุดชมวิว แต่คือการได้เห็นว่าภูเขาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คน เริ่มตั้งแต่ตอนขึ้นเขาด้วยเคเบิ้ลคาร์ที่เชื่อมระหว่างย่านเมืองกับพื้นที่บนภูเขา เราแนะนำให้ลองลงระหว่างทางแล้วเดินเล่นไปตามทางเล็กๆ บนภูเขา เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของย่านอิโกมะ

ภูเขาอิโกมะและวัดโฮซันจิ

หากพูดถึงสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนอิโกมะ ต้องยกให้ วัดโฮซันจิ (Hozanji Temple) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณกลางเขาอิโกมะ วัดแห่งนี้เป็นที่รักของคนท้องถิ่นที่เรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า “โชเท็นซัง”

ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ เส้นทางขึ้นไปยังวัดโฮซันจิที่จะกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีๆ ของทริปนี้ เส้นทางดังกล่าวทอดผ่านถนนหินและบ้านเรือนเก่าแก่ตามไหล่เขา ระหว่างทางจะพบอาคารเก่าและร้านค้าขนาดเล็กให้บรรยากาศแบบย้อนยุค ยิ่งเดินขึ้นบันไดที่ทอดคดเคี้ยวไปตามแนวลาดเขา บรรยากาศก็ยิ่งเงียบสงบ เหมาะสำหรับเดินเล่น ถ่ายรูป และชมรายละเอียดของเมืองโดยไม่ต้องรีบร้อน

จุดที่น่าสนใจจึงไม่ได้อยู่แค่ตัววัดเท่านั้น แต่รวมถึงเส้นทางระหว่างทางเพราะเป็นช่วงที่เราจะได้เห็นอิโกมะในฐานะเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่จริง มากกว่าจะเป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว

รายละเอียดเกี่ยวกับวัดโฮซันจิ (Hozanji Temple)

ที่อยู่
  • 1-1 Monzencho, Ikoma, Nara 630-0266, Japan
เวลาทำการ
  • เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 08:00 – 16:00 น.
พิกัด

อิโกมะเคเบิ้ลคาร์

source : https://fromjapan.info/kintetsurailway-topics-about-exploring-ikoma-a-hidden-gem-in-nara/

การขึ้นภูเขาด้วย อิโกมะเคเบิ้ลคาร์ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด ตัวรถมีดีไซน์น่ารักและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ทำให้การเดินทางขึ้นเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของการเที่ยวไปด้วย ระหว่างทางเราก็สามารถมองเห็นวิวเมืองด้านล่างที่ค่อยๆ กว้างใหญ่ขึ้น ยิ่งขึ้นสูงก็ยิ่งเห็นความแตกต่างระหว่างเมืองด้านล่างกับพื้นที่บนภูเขาได้อย่างชัดเจน

สำหรับคนที่มาเที่ยวคนเดียว นี่เป็นวิธีเดินทางที่สะดวกมาก เพราะไม่ต้องขับรถหรือเตรียมเส้นทางเดินเขาให้ยุ่งยาก เพียงขึ้นรถเคเบิ้ลคาร์แล้วนั่งชมวิวไปเรื่อยๆ ก็สามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางได้แล้ว

สวนสนุกอิโกมะซันโจ

เมื่อขึ้นมาถึงด้านบน อีกจุดที่น่าแวะคือ สวนสนุกอิโกมะซันโจ (Ikomasanjo Amusement Park) สวนสนุกที่ยังหลงเหลือกลิ่นอายของสมัยก่อนเอาไว้ ที่นี่เข้าชมฟรี (การเล่นเครื่องเล่นมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

แถมยังมีเครื่องเล่นหลากหลาย รวมถึงจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทั้งฝั่งโอซาก้าและนาราได้อย่างกว้างไกล

 

ความน่าสนใจของสวนสนุกแห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่ความหวือหวา แต่เป็นบรรยากาศสบายๆ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปเที่ยวสวนสนุกในวันวาน จะเดินเล่น ถ่ายรูป นั่งพัก หรือเลือกเล่นเครื่องเล่นที่สนใจ และใช้เวลาในแบบที่ตัวเองต้องการได้อย่างเต็มที่!

อิโกมะจึงเหมาะกับคนที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในจังหวะที่ช้าลง เพราะระหว่างทางไม่ได้มีแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังมีรถไฟสายท้องถิ่น ถนนเก่า บ้านเรือน ร้านค้า และผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางภูเขา การเที่ยวที่นี่จึงไม่จำเป็นต้องเร่งเก็บแลนด์มาร์ก แต่สามารถค่อยๆ เดิน ค่อยๆ ชม และปล่อยให้บรรยากาศของเมืองพาเราไป

รายละเอียดเกี่ยวกับสวนสนุกอิโกมะซันโจ (Ikomasanjo Amusement Park)

ที่อยู่
  • 312-1 Nabatacho, Ikoma, Nara 630-0231
เว็บไซต์
เวลาทำการ 
  • เวลา 10:00 – 17:00 น.
  • วันหยุด (ปิดทำการ) : ทุกวันพฤหัสบดี
พิกัด

เมื่อรวม อิชิคิริและอิโกมะ เข้าด้วยกัน เราจะได้ทริปที่ค่อยๆ เปลี่ยนบรรยากาศจากย่านการค้าเก่าแก่ฝั่งโอซาก้า ไปสู่เมืองบนภูเขาฝั่งนารา ทั้งสองแห่งเดินทางถึงกันได้ง่ายและเหมาะกับ Solo Trip ในแบบที่ไม่ต้องมีตารางแน่นๆ เพียงแค่เดินไปตามถนน แวะร้านที่สะดุดตา ลองชิมอาหารท้องถิ่น และใช้เวลาอยู่กับบรรยากาศรอบตัว ก็สามารถค้นพบเสน่ห์ของญี่ปุ่นที่ไม่อาจค้นพบจากการเที่ยวแบบทั่วไป

หากใครกำลังมีแพลนมาเที่ยวญี่ปุ่น อยากลองเปิดประสบการณ์และออกไปค้นพบสถานที่ที่แตกต่างจากเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยม ‘อิชิคิริและอิโกมะ’ ก็เป็นอีกสองจุดหมายที่อยากชวนให้ลองมาเยือน เพราะที่นี่จะพาเราไปสัมผัสญี่ปุ่นในอีกมุม ทั้งบรรยากาศเมืองเก่า วิถีชีวิตท้องถิ่น ธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่ยังคงเสน่ห์ไว้อย่างเต็มที่ และไม่แน่ว่าทริปครั้งนี้อาจทำให้คุณตกหลุมรักญี่ปุ่นในมุมที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนก็ได้นะ ✨

Kintetsu Railway Official Website

อ่านบทความที่น่าสนใจจาก fromJapan

 

Back To Top


แท็กยอดนิยม


แชร์บทความนี้

Klook.com

Top 5 Articles




อัปเดตเทรนด์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมสนุก ๆ
เพิ่มเติมได้ที่เพจ fromJapan !