fbpx

รวม 10 ที่เที่ยวใน ‘จังหวัดอิชิกาวะ’ ที่ต้องไปโดนสักครั้ง!

มี.ค. 10, 2022

บทนำ : ไปเที่ยวที่ ‘จังหวัดอิชิกาวะ’ กันเถอะ!

จังหวัดอิชิกาวะ อีกหนึ่งจังหวัดที่คนไม่คุ้นชินและมักจะถูกมองข้าม แต่ความจริงแล้วที่นี่มีของดีให้เที่ยวอยู่หลายแห่ง ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำจังหวัดอิชิกาวะโดยเน้นไปที่โซนเมืองคานาซาวะและละแวกใกล้เคียงนะครับ

เมืองคานาซาวะนั้นในอดีตเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของตระกูลมาเอดะ ตระกูลไดเมียวท้องถิ่นซึ่งมีอำนาจเป็นรองก็แค่ตระกูลโทคุกาวะแห่งเอโดะ คานาซาวะเป็นเมืองที่มีความเจริญทางการค้าเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีโซนเมืองโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนมีคนเปรียบเทียบว่าเป็น “ลิตเติ้ลเกียวโต” (เป็นเหมือนเกียวโตที่คนไม่แออัดเป็นปลากระป๋อง เที่ยวได้ชิลล์ๆสบายๆ)

การเดินทางไปยังจังหวัดอิชิกาวะ (เมืองคานาซาวะ) นั้นก็สามารถทำได้สะดวก หากเดินทางโดยรถไฟชินคันเซ็นหรือรถไฟด่วน จะใช้เวลาเดินทางจากที่ต่างๆดังต่อไปนี้

    • จากโตเกียว : ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที
    • จากนาโกย่า : ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที
    • จากโอซาก้า : ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 45 นาที

อย่างไรก็ตาม หากใครแพลนว่าจะเที่ยวอิชิกาวะรวมถึงจังหวัดใกล้เคียงอื่นๆด้วย ถ้าเป็นไปได้เราขอแนะนำให้ใช้ตั๋ว JR Pass หรือ JR Hokuriku Pass ครับ เพราะจะช่วยทุ่นเรื่องค่าเดินทางไปได้มากเลย

ในส่วนของเมืองคานาซาวะก็จะมีรถบัสของ JR วิ่งให้บริการในเมืองด้วย ทุกคนสามารถใช้ JR Pass เพื่อขึ้นรถบัสสายนี้ได้ฟรีครับ (ส่วนรถบัสสายอื่นๆในตัวเมือง ขอแนะนำให้ใช้ตั๋ว Kanazawa Loop Bus แบบ 1 day pass ราคา 600 เยน)

สารบัญ (Index)

สถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัดอิชิกาวะ
    1. สวนเค็นโรคุเอ็น (Kenrokuen)
    2. ปราสาทคานาซาวะ (Kanazawa Castle)
    3. พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Museum of Contemporary Art)
    4. ศาลเจ้าโอยามะ (Oyama Shrine)
    5. ย่านฮิกาชิชายะ (Higashi Chaya District)
    6. วัดนินจา (Ninja Dera / Myouryuji Temple)
    7. หมู่บ้านซามูไรนางามาจิ (Nagamachi Samurai District)
    8. ตลาดโอมิโจ (Omicho Market)
    9. ศาลเจ้าชิรายามะฮิเมะ (Shirayama Hime Shrine)
    10. ศาลเจ้าคินเค็งงุ (Kinkengu Shrine)
อาหารท้องถิ่นประจำจังหวัดอิชิกาวะ
    1. แกงกะหรี่คานาซาวะ (Kanazawa Curry)
    2. ปูคาโนะ (Kano Crab)
    3. ปลาโนโดกุโระ (Nodoguro)
    4. ข้าวฮังตง (Hanton Rice)
    5. โจนามะกาชิ (Jonamagashi)

สถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัดอิชิกาวะ

1. สวนเค็นโรคุเอ็น (Kenrokuen)

สวนเค็นโรคุเอ็น (Kenrokuen) สร้างขึ้นในปี 1676 โดยตระกูลมาเอดะ ตระกูลไดเมียวผู้ปกครองพื้นที่ละแวกนี้ในช่วงยุคเอโดะ สวนแห่งนี้เป็นสวนญี่ปุ่นชื่อดังของเมืองคานาซาวะ จังหวัดอิชิกาวะ และได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 3 สวนญี่ปุ่นที่สวยงามที่สุด ร่วมกับสวนโคราคุเอ็น (Korakuen) ของจังหวัดโอคายามะ และสวนไคราคุเอ็น (Kairakuen) ของจังหวัดอิบารากิ

ชื่อ เค็นโรคุ (Kenroku) นั้นหมายถึงสวนที่มีองค์ประกอบที่ดี 6 อย่างด้วยกัน คือ

  1. พื้นที่อันกว้างขวาง
  2. บรรยากาศที่เงียบสงบ
  3. ความลงตัว
  4. ประวัติความเป็นมาอันยาวนาน
  5. แหล่งนํ้า
  6. ทัศนียภาพล้อมรอบที่สวยงามตระการตา

ซึ่งสวนเค็นโรคุเอ็นมีองค์ประกอบที่ดีครบทุกอย่าง อีกทั้งยังมีวิวทิวทัศน์สวยงามในทุกๆฤดูกาล สวนแห่งนี้จึงเหมาะแก่การมาเดินเล่นพักผ่อนหรือถ่ายรูปเป็นอย่างยิ่ง

จุดที่สวยที่สุดในสวนเค็นโรคุเอ็นคือ ต้นสน Karasaki ต้นสนสีดำเก่าแก่ที่ปลูกโดยมาเอดะ นาริยาสุ (Maeda Nariyasu) ไดเมียวรุ่นที่ 13 ของตระกูลมาเอดะ ส่วนเชือกที่ขึงเป็นรูปทรงโดมครอบกิ่งไม้อยู่นั้นมีชื่อว่า ยูกิทสึริ (Yukitsuri) เป็นวิธีการนำเชือกมาขึงเพื่อปกป้องต้นไม้จากหิมะ ไม่ให้มันตกลงมาทับถมต้นไม้หนักจนเกินไป ทั้งนี้รูปทรงของยูกิทสึริก็ดูสวยงามคล้ายร่มญี่ปุ่นด้วย

ข้อมูลเกี่ยวกับสวนเค็นโรคุเอ็น (Kenrokuen)

วิธีเดินทาง
  • จากสถานี Kanazawa นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Kenrokuen-shita โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-20 นาที แล้วแต่ว่าขึ้นรถที่วิ่งวนไปยังเส้นทางไหน (ค่าโดยสาร 200 เยน)
ที่อยู่      
  • Kenrokuen, 1 Kenrokumachi, Kanazawa, Ishikawa 920-0936
เบอร์ติดต่อ
  • 0762343800
วันและเวลาทำการ
  • สวนเปิดให้บริการทุกวัน ตามเวลาดังต่อไปนี้
    • 1 มีนาคม – 15 ตุลาคม : 7:00 – 18:00 น.
    • 16 ตุลาคม – 28/29 กุมภาพันธ์ : 8:00 – 17:00 น.
  • Tea House เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 9:00 – 16:30 น. (ปิดในวันที่ 29 ธันวาคม – 3 มกราคม)
ค่าเข้าชม
  • ผู้ใหญ่ : 320 เยน
  • เด็ก : 100 เยน
  • สามารถซื้อตั๋วชุด Kenrokuen Plus One Ticket เพื่อใช้เข้าปราสาทคานาซาวะและที่เที่ยวอื่นๆด้วยได้
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

2. ปราสาทคานาซาวะ (Kanazawa Castle)

ปราสาทคานาซาวะ (Kanazawa Castle) สร้างขึ้นในปี 1583 โดยตระกูลมาเอดะ เพื่อใช้เป็นศูนย์อำนาจของตระกูล ในอดีตที่นี่เป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่มาก แต่โชคไม่ดีเท่าไหร่ที่ปราสาทเจอเพลิงไหม้หลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 1881 อันส่งผลให้มีเพียงส่วนของประตูปราสาทและห้องเก็บของเท่านั้นที่รอดจากเพลิงไหม้ แต่ในปัจจุบันทางการมีแผนจะบูรณะตัวปราสาทและส่วนอื่นๆขึ้นมาใหม่ครับ (ยังไม่มีกำหนดแน่นอนว่าจะเสร็จทั้งหมดเมื่อไหร่)

แต่ถึงจะเหลือเพียงส่วนของประตูปราสาทกับห้องเก็บของ ปราสาทคานาซาวะก็ยังคงเป็นสถานที่ที่สวยมากๆอยู่ดี เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีสวนญี่ปุ่นที่สวยงาม รายล้อมไปด้วยต้นไม้ต่างๆ และจะสวยมากเป็นพิเศษในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วงครับ

ข้อมูลเกี่ยวกับปราสาทคานาซาวะ (Kanazawa Castle)

วิธีเดินทาง
  • จากสถานี Kanazawa ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Kenrokuen-shita โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-20 นาที แล้วแต่ว่าจะขึ้นรถที่วิ่งวนไปในเส้นทางไหน (ค่าโดยสาร 200 เยน)
ที่อยู่      
  • Kanazawa Castle (Ishikawa Gate), 1-1 Marunouchi, Kanazawa, Ishikawa 920-0936
เบอร์ติดต่อ
  • 0762343800
วันและเวลาทำการ
  • สวนของปราสาท : เปิดให้บริการทุกวัน ในเวลาดังต่อไปนี้
    • 1 มีนาคม – 15 ตุลาคม : 7:00 – 18:00 น.
    • 16 ตุลาคม – 28/29 กุมภาพันธ์ : 8:00 – 17:00 น.
  • Gojukken Nagaya Storehouse and Turrets
    • เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 9:00 – 16:30 น.
  • Kahoku-mon Gate and Nezumita-mon Gate
    • เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 9:00 – 16:30 น.
ค่าเข้าชม
  • สวนของปราสาท : ไม่มีค่าเข้าชม
  • Gojukken Nagaya Storehouse and Turrets
    • ผู้ใหญ่ : 320 เยน
    • เด็ก : 100 เยน
    • สามารถซื้อตั๋วชุด Kenrokuen Plus One Ticket เพื่อใช้เข้าสวนเค็นโรคุเอ็นและที่เที่ยวอื่นๆด้วยได้
  • Kahoku-mon Gate and Nezumita-mon Gate
    • ไม่มีค่าเข้าชม
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

3. พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Museum of Contemporary Art)

M3nizz / Shutterstock

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Museum of Contemporary Art) เปิดให้เข้าชมในปี 2004 ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีชื่อเสียงของเมืองคานาซาวะ โดยเน้นจัดแสดงงานศิลปะและนิทรรศการที่มีความล้ำสมัย ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ และเน้นการมีส่วนร่วมกับผู้ชม

จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือสระน้ำแบบที่เห็นในรูปแรก สระน้ำนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของงานศิลปะแบบที่ให้ผู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยครับ (อย่าลืมเตรียมกล้องมาให้พร้อมด้วยนะ)

TK-Kurikawa / Shutterstock

ข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Museum of Contemporary Art)

วิธีเดินทาง
  • จากสถานี Kanazawa ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Hirosaka โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-20 นาที แล้วแต่ว่าขึ้นรถที่วิ่งวนไปยังเส้นทางไหน (ค่าโดยสาร 200 เยน)
ที่อยู่      
  • 21st Century Museum of Contemporary Art, 1 Chome-2-1 Hirosaka, Kanazawa, Ishikawa 920-8509
เบอร์ติดต่อ
  • 0762202800
วันและเวลาทำการ
  • เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10:00 – 18:00 น. (วันศุกร์และวันเสาร์เปิดถึงเวลา 20:00 น.)
  • ปิดทุกวันจันทร์และช่วงวันหยุดปีใหม่
ค่าเข้าชม
  • 1,200 เยน
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

4. ศาลเจ้าโอยามะ (Oyama Shrine)

Sean-Pavone / Shutterstock

ศาลเจ้าโอยามะ (Oyama Shrine) สร้างขึ้นในปี 1599 โดยมาเอดะ โทชินากะ (Maeda Toshinaga) โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นที่สักการะมาเอดะ โทชิอิเอะ (Maeda Toshiie) ไดเมียวรุ่นแรกของตระกูลมาเอดะ แต่เดิมศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เชิงเขาอุทัตสึ (Utatsu) ก่อนจะย้ายมายังที่ตั้งในปัจจุบัน

จุดเด่นของศาลเจ้าโอยามะคือ แทนที่จะสร้างให้เป็นศาลเจ้าแบบญี่ปุ่นทั่วไป ที่นี่กลับได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวดัตช์ ด้วยเหตุนี้สถาปัตยกรรมของศาลเจ้าแห่งนี้จึงผสมผสานกันระหว่างยุโรปและศาสนาในเอเชีย จะเห็นได้จากประตูทางเข้าศาลเจ้า ชั้นแรกจะเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากญี่ปุ่นและจีน ส่วนชั้นบนมีลักษณะเหมือนประภาคารสไตล์ดัตช์ที่มีหน้าต่างเป็นกระจกสี

Manuel-Ascanio / Shutterstock

ข้อมูลเกี่ยวกับศาลเจ้าโอยามะ (Oyama Shrine)

วิธีเดินทาง
  • จากสถานี Kanazawa ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Minamimachi Oyama Shrine โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-10 นาที แล้วแต่ว่าจะขึ้นรถที่วิ่งวนไปในเส้นทางไหน (ค่าโดยสาร 200 เยน) จากนั้นให้เดินต่ออีก 3 นาที
ที่อยู่      
  • Oyama Shrine, 11-1 Oyamamachi, Kanazawa, Ishikawa 920-0918
เบอร์ติดต่อ
  • 0762317210
วันและเวลาทำการ
  • เปิดให้เข้าสักการะทุกวัน เวลา 8:30 – 18:00 น.
ค่าเข้าชม
  • ไม่มีค่าเข้าชม
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

5. ย่านฮิกาชิชายะ (Higashi Chaya District)

ย่านฮิกาชิชายะ (Higashi Chaya District) เป็นย่านโรงน้ำชาและร้านค้าสไตล์ย้อนยุค ในสมัยเอโดะที่นี่เป็นสถานบันเทิงซึ่งแขกผู้มาเยือนจะได้เพลิดเพลินไปกับการร้องเพลงและเต้นรำของเกอิชา ในปัจุบันก็ยังคงมีเกอิชาทำงานอยู่ในย่านนี้ด้วยครับ (ที่ฮิกาชิชายะไม่มีข้อห้ามเรื่องการถ่ายรูปเหมือนตรอกกิองในเกียวโตด้วย ดังนั้นถ่ายรูปได้เต็มที่เลย!)

ที่มา : https://assets.st-note.com

สำหรับสายช้อป เราขอแนะนำให้แวะร้าน Hakuza เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์งานฝีมือจากทองคำเปลวติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากหรือของที่ระลึกด้วยครับ เพราะคานาซาวะขึ้นชื่อเรื่องการผลิตทองคำเปลว และผลิตภัณฑ์จากทองคำเปลวก็หาซื้อได้ที่นี่ครับ

ข้อมูลเกี่ยวกับย่านฮิกาชิชายะ (Higashi Chaya District)

วิธีเดินทาง
  • จากสถานี Kanazawa ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Hashibacho โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-20 นาที แล้วแต่ว่าจะขึ้นรถที่วิ่งวนไปในเส้นทางไหน (ค่าโดยสาร 200 เยน) จากนั้นให้เดินต่ออีก 5 นาที
ที่อยู่      
  • Higashi Chaya District, 1 Chome-13 Higashiyama, Kanazawa, Ishikawa 920-0831
เบอร์ติดต่อ
  • 0762325555
วันและเวลาทำการ
  • หมู่บ้านเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตลอดเวลา (ร้านค้าส่วนมากเปิดทำการเวลา 9:00 – 18:00 น.)
ค่าเข้าชม
  • ไม่มีค่าเข้าชม
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

6. วัดนินจา (Ninja Dera / Myouryuji Temple)

Manuel-Ascanio / Shutterstock

วัดนินจา (Ninja Dera) มีชื่อทางการว่า วัดเมียวริวจิ (Myouryuji Temple) ถึงจะได้รับการขนานนามว่าเป็นวัดนินจา แต่ที่จริงแล้ววัดแห่งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนินจาสักเท่าไหร่นะครับ เพราะผู้ที่สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาก็คือตระกูลมาเอดะ ไม่ใช่นินจาแต่อย่างใด แต่เหตุผลที่ทุกคนเรียกวัดนี้ว่าวัดนินจานั้น ก็เพราะว่าวัดเมียวริวจิเต็มไปด้วยกับดักต่างๆ อุปกรณ์ป้องกัน ที่ซ่อนตัว และยังมีทางหนีทีไล่มากมายด้วย

ที่มา : https://lh3.googleusercontent.com

จุดประสงค์ของการมีสิ่งเหล่านี้เตรียมไว้ก็คือ คนในสมัยก่อนใช้วัดแห่งนี้เป็นด่านหน้าของปราสาทคานาซาวะ จึงต้องมีอุปกรณ์และที่ซ่อนต่างๆเตรียมไว้นั่นเอง

หลายๆคนอาจจะงงว่าทำไมต้องลงทุนถึงขั้นสร้างวัด คำตอบคือในยุคเอโดะโชกุนได้ออกนโยบายต่างๆที่ลดทอนอำนาจไดเมียวในท้องถิ่นลง เพื่อแก้ปัญหานี้จึงเกิดการใช้ช่องว่างของกฎที่มีอยู่สร้างวัดบังหน้า เพื่อใช้เป็นด่านหน้าของปราสาทนั่นเอง

ข้อมูลเกี่ยวกับวัดนินจา (Ninja Dera / Myouryuji Temple)

วิธีเดินทาง
  • จากสถานี Kanazawa ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Hirokoji (ใช้เวลาเดินทาง 15 นาที ค่าโดยสาร 200 เยน) แล้วเดินต่ออีก 5 นาที
ที่อยู่      
  • Myouryuji (Ninja Temple), 1-2-12, Nomachi, Kanazawa, Ishikawa 921-8031
เบอร์ติดต่อ
  • 0762410888
วันและเวลาทำการ
  • วันธรรมดา : 9:00 – 16:00 น.
  • เสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการ : 9:00 – 16:30 น.
ค่าเข้าชม
  • ผู้ใหญ่ : 1,000 เยน
  • เด็ก : 700 เยน
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

7. หมู่บ้านซามูไรนางามาจิ (Nagamachi Samurai District)

หมู่บ้านซามูไรนางามาจิ (Nagamachi Samurai District) เป็นหมู่บ้านซามูไรที่อยู่ไม่ไกลจากปราสาทคานาซาวะ แต่เดิมที่นี่เป็นหมู่บ้านของเหล่าซามูไรที่รับใช้ไดเมียวตระกูลมาเอดะและครอบครัว ในปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ที่นี่จึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายของยุคเอโดะ นอกจากนี้ยังมีอาคารหลายหลังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมด้วย

อาคารหลังหนึ่งที่เราอยากจะแนะนำให้ทุกคนเข้าไปเยี่ยมชมก็คือ Nomura-ke หรือ บ้านซามูไรตระกูลโนมุระ ภายในบ้านหลังนี้จะมีรูปวิวทิวทัศน์ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินชื่อดังอย่าง Sasaki Senkei เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีสวนสวยๆให้ได้ชม ควรค่าแก่การไปเยี่ยมเยือนจริงๆครับ

ข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้านซามูไรนางามาจิ (Nagamachi Samurai District)

วิธีเดินทาง
  • จากสถานี Kanazawa ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Korinbo (ใช้เวลา 10 นาที ค่าโดยสาร 200 เยน) แล้วเดินต่ออีก 5 นาที
ที่อยู่      
  • Nagamachi Samurai District
    • 1 Nagamachi, Kanazawa, Ishikawa 920-0865
  • Nomura Clan Samurai Home
    • 1 Chome-3-32 Nagamachi, Kanazawa, Ishikawa 920-0865
    • เบอร์ติดต่อ : 0762213553
วันและเวลาทำการ
  • หมู่บ้านซามูไร : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตลอดเวลา
  • Nomura Clan Samurai Home
    • เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8:30 – 17:30 น. (เปิดถึงเวลา 16:30 น. ในช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคม)
    • ปิดวันที่ 26 -27 ธันวาคม และวันที่ 1-2 มกราคม
ค่าเข้าชม
  • หมู่บ้านซามูไร : ไม่มีค่าเข้าชม
  • Nomura Clan Samurai Home : มีค่าเข้าชม 550 เยน
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

8. ตลาดโอมิโจ (Omicho Market)

Sean-Pavone / Shutterstock

ตลาดโอมิโจ (Omicho Market) เป็นตลาดสดขนาดใหญ่ในเมืองคานาซาวะที่เก่าแก่กว่า 200 ปี ตลาดแห่งนี้มีร้านค้ามากมายกว่า 200 ร้าน ทั้งร้านขายอาหารสด อาหารแห้ง ผัก และผลไม้

Picture-Partners / Shutterstock

นอกจากนี้ ตลาดโอมิโจยังมีร้านอาหารที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาลิ้มลองความอร่อยของอาหารทะเลกันแบบสดๆด้วยครับ ใครชอบซีฟู้ดบอกเลยว่าห้ามพลาด!

ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดโอมิโจ (Omicho Market)

วิธีเดินทาง
  • จากสถานี Kanazawa ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Musashigatsuji  (ใช้เวลาเดินทาง 5 นาที ค่าโดยสาร 200 เยน) แล้วเดินต่ออีก 2 นาที
ที่อยู่      
  • Ōmichō Market, 50, Kamiomi-cho, Kanazawa-shi, Ishikawa, 920-0905
เบอร์ติดต่อ
  • 0762311462
วันและเวลาทำการ
  • ร้านค้าส่วนมากเปิดเวลา 9:00 – 17:30 น.
  • ร้านค้าส่วนมากปิดวันพุธ วันเสาร์ และช่วงวันปีใหม่
ค่าเข้าชม
  • ไม่มีค่าเข้าชม
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

9. ศาลเจ้าชิรายามะฮิเมะ (Shirayama Hime Shrine)

ที่มา : https://www.hot-ishikawa.jp

ศาลเจ้าชิรายามะฮิเมะ (Shirayama Hime Shrine) เป็นศาลเจ้าระดับ Ichinomiya หรือระดับสูงสุดของจังหวัดอิชิกาวะ และเป็นศาลเจ้าหลักในบรรดากลุ่มศาลเจ้า Hakusan ที่มีอยู่กว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น

ที่มา : https://stat.ameba.jp

ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อสักการะเทพธิดา Kukurihime เทพธิดาแห่งความรักและการปรองดองตามตำนานของชินโต หากใครกำลังมีปัญหาหนักอกหนักใจในความรัก เราขอแนะนำให้ลองไปขอพรที่นี่ดูนะครับ

ที่มา : https://www.hot-ishikawa.jp

นอกจากนี้ อาคารหลักของศาลเจ้าชิรายามะฮิเมะยังโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อายุกว่า 1,000 ปีเป็นจำนวนมาก ที่นี่จึงมีบรรยากาศสงบร่มเย็นและถ่ายรูปได้สวยครับ

ข้อมูลเกี่ยวกับศาลเจ้าชิรายามะฮิเมะ (Shirayama Hime Shrine)

วิธีเดินทาง
  • จากสถานี Kanazawa ให้นั่งรถไฟสาย Hokuriku ไปลงที่สถานี Nishi Kanazawa แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถไฟสาย Hokuriku Tetsudo-Ishikawa Line จากนั้นให้ลงที่สถานีปลายทาง Tsurugi (ใช้เวลา 32 นาที ค่าโดยสาร 690 เยน) แล้วเดินต่ออีก 30 นาทีเพื่อไปที่ศาลเจ้า (แต่อย่าหาทำ ขึ้นแท็กซี่เถอะครับ)
ที่อยู่      
  • Shirayama Hime Jinja Shrine, 105-1 Sannomiyamachi, Hakusan, Ishikawa 920-2114
เบอร์ติดต่อ
  • 0762720680
วันและเวลาทำการ
  • ศาลเจ้า : เปิดให้เข้าสักการะทุกวัน ตลอดเวลา
  • พิพิธภัณฑ์ : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ในเวลาดังต่อไปนี้
    • เดือนเมษายน – เดือนตุลาคม : 9:00 – 16:00 น.
    • เดือนพฤศจิกายน : 9:30 – 15:30 น.
    • ปิดทำการ : เดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม
ค่าเข้าชม
  • ศาลเจ้า : ไม่มีค่าเข้าชม
  • พิพิธภัณฑ์
    • ผู้ใหญ่ : 300 เยน
    • เด็ก : เข้าชมฟรี
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

10. ศาลเจ้าคินเค็งงุ (Kinkengu Shrine)

ศาลเจ้าคินเค็งงุ (Kinkengu Shrine) เป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงด้านโชคลาภ จนได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 3 สุดยอดศาลเจ้าสายเงินทองของญี่ปุ่น ร่วมกันกับศาลเจ้า Araya Yama-jinja Shrine ของจังหวัดยามานาชิ และศาลเจ้า Awa Shrine ของจังหวัดชิบะ

ที่มา : https://bonno-web.com

ที่นี่มีเทพเจ้าหลักคือ Ninigi-no-Mikoto ซึ่งเป็นหลานชายของสุริยเทวีอามาเทราสึแห่งศาลเจ้าอิเสะ ตามตำนานกล่าวไว้ว่าสุริยเทวีอามาเทราสึได้ลงมาจากแดนสวรรค์เพื่อรวบรวมประเทศญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่น โดยอาศัยอำนาจจากสมบัติศักดิ์สิทธิ์ 3 ชิ้น คือกระจกสำริดยาตะ โนะ คางามิ, ดาบคุซานางิ และอัญมณียาซากะนิ โนะ มากะทามะ ซึ่งศาลเจ้าได้เกิดไอเดียทำเครื่องรางด้านเงินทองออกมาขาย โดยดีไซน์เป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ 3 ชิ้นครับ

ใครที่สนใจอยากรวย ลองบูชาดูได้!

ที่มา : https://yaoyoro.net

ข้อมูลเกี่ยวกับศาลเจ้าคินเค็งงุ (Kinkengu Shrine)

วิธีเดินทาง
  • จากสถานี Kanazawa ให้นั่งรถไฟสาย Hokuriku ไปลงที่สถานี Nishi Kanazawa แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย Hokuriku Tetsudo-Ishikawa Line ลงที่สถานีปลายทาง Tsurugi (ใช้เวลาเดินทาง 32 นาที ค่าโดยสาร 690 เยน) จากนั้นเดินต่ออีก 12 นาที
ที่อยู่      
  • Kinken-gu Shrine, 118-5 Tsurugihizumecho, Hakusan, Ishikawa 920-2123
เบอร์ติดต่อ
  • 0762720131
วันและเวลาทำการ
  • เปิดให้เข้าสักการะทุกวัน ตลอดเวลา
ค่าเข้าชม
  • ไม่มีค่าเข้าชม
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

อาหารท้องถิ่นประจำจังหวัดอิชิกาวะ

1. แกงกะหรี่คานาซาวะ (Kanazawa Curry)

แกงกะหรี่คานาซาวะ (Kanazawa Curry) เป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองคานาซาวะ มีจุดเด่นคือแกงกะหรี่ที่มีความเข้มข้นและหนืดกว่าปกติ ราดแบบเต็มที่จนท่วมข้าวมิด แล้วทอปปิ้งด้วยทงคัตสึกับผักกระหล่ำปลี

  • ร้านแนะนำ : Go Go karei มีสาขาอยู่ทั่วญี่ปุ่น อ้อ! ที่ไทยก็มีนะ ใช้ชื่อร้านว่า Gold Curry มีอยู่หลายสาขาเลยครับ

Back To Index

2. ปูคาโนะ (Kano Crab)

ปูคาโนะ (Kano Crab) เป็นของอร่อยแห่งฤดูหนาว ตัวแทนของเมืองคานาซาวะ แต่ปูที่จะถูกเรียกว่า ‘ปูคาโนะ’ ได้จะต้องเป็นปูหิมะตัวผู้ที่มีขนาด 9 เซนติเมตรขึ้นไป โดยฤดูการจับปูจะอยู่ในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคมเท่านั้น

วิธีการรับประทานปูคาโนะก็มีหลากหลาย เช่น ทานสด นึ่ง เผา ทำเป็นเทมปุระ และไม่ว่าจะทานแบบใด จะเรียบง่ายแค่ไหน เราก็สามารถลิ้มรสความหวานและรสชาติดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อปูได้อย่างเต็มที่

Back To Index

3. ปลาโนโดกุโระ (Nodoguro)

ปลาโนโดกุโระ (Nodoguro) ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า ‘ปลาคอดำ’ เป็นปลาที่มีชื่อทางการคือ ปลากะพงสีชมพู (Rosy Seabass) ปลาชนิดนี้เป็นปลาน้ำลึกที่หาได้เฉพาะฝั่งที่ติดกับทะเลญี่ปุ่น (ฝั่งที่หันไปทางมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างโตเกียวไม่มี) รสชาติของปลาโนโดกุระนั้นออกหวานมันแต่ก็ไม่เลี่ยน ตามสไตล์ปลาเนื้อขาว

คนญี่ปุ่นนิยมทานปลาชนิดนี้แบบซาชิมิ หรือนำมาทำซูชิโดยเบิร์นนิดๆเพื่อเรียกความหอมจากไขมัน หรือไม่งั้นก็นำไปย่างเกลือ

  • ร้านแนะนำ : ร้านอาหารในบริเวณตลาดโอมิโจ

Back To Index

4. ข้าวฮังตง (Hanton Rice)

ข้าวฮังตง (Hanton Rice) เป็นอาหารสไตล์ตะวันตกที่ถือกำเนิดขึ้น ณ เมืองคานาซาวะ กล่าวกันว่าชื่อนี้มาจากการผสมคำ โดยนำคำว่า ‘ฮัง’ ของ ‘ฮังการี’ และคำว่า ‘ทอน’ ในภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า ‘ปลาทูน่า’ มาผสมกัน แต่ความเซอร์ไพรส์ก็คือเมนูข้าวฮังตงไม่ได้ใช้ปลาทูน่าเป็นวัตถุดิบแต่อย่างใด เพราะว่าเมนูนี้เป็นไข่เจียวบางๆห่อข้าว ราดด้วยซอสมะเขือเทศ และโรยหน้าด้วยกุ้งทอด ตบท้ายด้วยซอสทาทาร์

Back To Index

5. โจนามะกาชิ (Jonamagashi)

ที่มา : https://www.nippon.com

โจนามะกาชิ (Jonamagashi) เป็นขนมญี่ปุ่นขึ้นชื่อของเมืองคานาซาวะ ขนมชนิดนี้เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่ประมาณช่วงศตวรรษที่ 17 โดยเป็นขนมที่ปั้นขึ้นมาอย่างสวยงาม ดูหน้าตาน่ารัก คนญี่ปุ่นนิยมทานคู่กับชาเขียวมัทฉะในพิธีชงชา

โจนามะกาชินั้นทำมาจากอัง(ถั่วอะซูกิบด)ที่มีสีขาว และกิวฮิ(แป้งโมจิผสมน้ำตาล) เนื้อสัมผัสของขนมชนิดนี้จะมีความนุ่ม เมื่อทานเข้าไปความหวานที่ละเอียดอ่อนของน้ำตาลจะกระจายไปทั่วทั้งปาก ให้ความหอมอร่อย กลมกล่อมสุดๆ

Back To Index

มากดไลค์เพจ fromJapan กันเถอะ!

รู้หรือเปล่าว่าพวกเรามี official fanpage ด้วยนะ!

ถ้าไม่อยากพลาดเทรนด์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมสนุกๆ ก็ต้องกดไลค์เพจเราแล้วล่ะ

Back To Top