รีวิว ‘เที่ยวคาวาโกเอะ’ สัมผัสเสน่ห์ย่านเมืองเก่าญี่ปุ่น แบบไปกลับ 1 วัน ด้วย Seibu Kawagoe Pass
ส.ค. 13, 2026
รีวิว ‘เที่ยวคาวาโกเอะ’ สัมผัสเสน่ห์ย่านเมืองเก่าญี่ปุ่น แบบไปกลับ 1 วัน ด้วย Seibu Kawagoe Pass

ใครเที่ยวโตเกียวจนเบื่อแล้ว วันนี้เราจะพาหลบหนีความวุ่นวายมา ‘เที่ยวคาวาโกเอะ’ หนึ่งในเมืองเก่าแก่สุดคลาสสิกที่ตั้งอยู่ในจังหวัดไซตามะกันค่ะ
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ คาวาโกเอะ (Kawagoe) มาบ้าง แต่ยังนึกภาพไม่ออกว่าที่นี่มีอะไรน่าเที่ยว ทำไมถึงกลายเป็นหนึ่งในเมืองยอดฮิตสำหรับทริปวันเดียวจากโตเกียว
คาวาโกเอะเป็นเมืองเก่าที่ยังคงบรรยากาศสมัยเอโดะเอาไว้ได้อย่างมีเสน่ห์ จนได้รับฉายาว่า ลิตเติลเอโดะ (Little Edo) ภายในเมืองเต็มไปด้วยอาคารแบบโบราณ ถนนที่เรียงรายไปด้วยร้านขนม คาเฟ่ ร้านของฝาก และแลนด์มาร์กชื่อดังอย่าง ‘หอระฆังแห่งกาลเวลา’ ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง
เราบอกเลยว่าถ้าใครกำลังมองหาที่เที่ยวที่ได้ทั้งเดินเล่น ชิมของอร่อย ถ่ายรูปสวย และสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมโดยใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวไม่ถึงชั่วโมง คาวาโกเอะคือจุดหมายที่ตอบโจทย์มากๆ ค่ะ
สารบัญ (Index)
- การเดินทางจากโตเกียวสู่คาวาโกเอะ
- ได้เวลาสายมูฯ เสี่ยงเซียมซีปลาไทที่ ‘ศาลเจ้าฮิคาวะ’
- เดินเล่นเพลินๆ ชิมของอร่อยที่ตรอกขนม คาชิยะ โยโกโช
- เดินเที่ยวถนนสายหลัก และเยือน ‘หอระฆังแห่งกาลเวลา’
- เที่ยว ‘วัดอีกา’ ไปขอพรให้พบเจอแต่เรื่องดีๆ
วิธีการเดินทางจากโตเกียวสู่คาวาโกเอะ

ครั้งนี้เราเดินทางด้วย Seibu Kawagoe Pass สำหรับพาสนี้ใช้นั่งรถไฟยาวจากโตเกียวมาลงที่สถานี Hon-Kawagoe Station ได้เลย โดยหากใช้พาสจะสามารถเดินทางไปกลับโตเกียว-คาวาโกเอะ ได้ 1 รอบ ไม่เสียเงินเพิ่ม สะดวกแล้วก็คุ้มค่ามาก
เดินทางจากโตเกียว
- เริ่มนั่งรถไฟเซบุ จาก สถานีเซบุ-ชินจูกุ (Seibu-Shinjuku Station) หรือ สถานีทาคาดะโนะบาบะ (Takadanobaba Station) มาลงที่ สถานีฮอน-คาวาโกเอะ (Hon-Kawagoe Station) ใช้เวลาประมาณ 45 – 60 นาที
- เริ่มนั่งรถไฟเซบุ จาก สถานีอิเคะบุคุโระ (Ikebukuro Station) ไปที่ สถานีโทโคโระซาวะ (Tokorozawa Station) ใช้เวลาประมาณ 24 นาที จากนั้นให้เปลี่ยนขบวนเป็นสาย Seibu Shinjuku Line และนั่งยาวไปจนถึง สถานีฮอน-คาวาโกเอะ (Hon-Kawagoe Station) ใช้เวลาอีกประมาณ 21 นาที
สำหรับใครที่สนใจ ‘พาสรถไฟญี่ปุ่น’ ตัวนี้เข้าไปอ่านข้อมูลกันได้ค่ะ 👉 Seibu Kawagoe Pass

ถึงสถานีฮอน-คาวาโกเอะคนเยอะประมาณหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เบียดอะไรนะ เดินกันชิลล์ๆ ไปรอรถบัส เพื่อไปยังจุดหมายแรกของเราในวันนี้ค่ะ


เจอแล้ว รถบัสสีชมพูหวานแหว๋ว อันนี้สามารถใช้ IC Card แตะแล้วขึ้นไปนั่งได้เลย


ระหว่างทางแอบสังเกตุว่าคนไม่พลุกพล่าน แต่ว่ารถราก็ยังวิ่งให้เห็นอยู่เรื่อยๆ เป็นเมืองที่สงบพอสมควร


นั่งไม่นานก็มาถึงจุดหมายแรกของวันนี้กันแล้วค่ะ


ได้เวลาสายมูฯ เสี่ยงเซียมซีปลาไทที่ ‘ศาลเจ้าฮิคาวะ’

นี่คือ ศาลเจ้าฮิคาวะ (Hikawa Shrine) ศาลเจ้าชินโตเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,500 ปี และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองมาอย่างยาวนาน หลายคนเดินทางมาศาลเจ้าฮิคาวะเพื่อขอพรกับเทพผู้คุ้มครองเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ และการแต่งงาน เพื่อขอให้ชีวิตคู่ราบรื่นและครอบครัวมีความสุข
เมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาก็จะเจอกับหนึ่งในเอกลักษณ์ของศาลเจ้าคือ เสาโทริอิขนาดใหญ่ (มาก)

ที่นี่มีบรรยากาศเงียบสงบ ธรรมชาติร่มรื่น และเต็มไปด้วยเสน่ห์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม


สิ่งแรกที่ต้องคิดถึงเมื่อมาศาลเจ้าแห่งนี้ก็คือ การเสี่ยงเซียมซีปลาไท (タイみくじ)

ครั้งล่าสุดที่เรามาศาลเจ้าฮิคาวะคือเมื่อประมาณ 8 ปีก่อน จำได้ว่าตอนนั้นที่นี่ดังเรื่องเซียมซีปลานี่แหละ พอรอบนี้ได้กลับมาอีกครั้ง ก็พบว่ามีอะไรเพิ่มขึ้นเยอะมาก ทั้งสีของน้องปลาเซียมซีที่มีให้เลือกหลากหลายขึ้น ทั้งสีเขียวอ่อน สีเขียวเข้ม สีแดง และสีขาว


นอกจากนี้ยังมี ‘เซียมซีมันเผา’ ของขึ้นชื่อของเมืองคาวาโกเอะเพิ่มเข้ามาด้วย


แม้ว่าเซียมซีมันเผาจะน่ารัก แต่ยังไงสำหรับเรา ‘ปลา’ ก็ดูเป็นเอกลักษณ์ของศาลเจ้าฮิคาวะมากกว่า วิธีเสี่ยงเซียมซีก็ง่ายๆ ค่ะ แค่หยอดเงินลงในกล่องทำบุญ แล้วหยิบเบ็ดมาตกน้องขึ้นมา ส่วนเซียมซีมันเผาก็จะใช้ที่ตักค่อยๆ ตักขึ้นมา เป็นการเซียมซีแบบใหม่ที่สนุกและได้ฟีลญี่ปุ่นสุดๆ
รอบนี้เลยขอตกน้องปลาสีขาวค่ะ 🤍

ได้กลับมาเที่ยวอีกครั้งก็รู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้มีเสน่ห์เหมือนเดิม แถมยังมีอะไรใหม่ๆ ให้ประทับใจเพิ่มขึ้นอีกด้วย


รายละเอียดเกี่ยวกับศาลเจ้าฮิคาวะ (Hikawa Shrine)
เวลาทำการ
- 8:00 – 16:30 น.
เว็บไซต์
พิกัด
เดินเล่นเพลินๆ ชิมของอร่อยที่ตรอกขนมคาชิยะ โยโกโช
เมื่อเดินออกมาจากศาลเจ้าฮิคาวะ เราก็ไปกันต่อที่ คาชิยะ โยโกโช (Kashiya Yokocho) หรือที่รู้จักกันในฐานะ ‘ตรอกขนมญี่ปุ่น’ ค่ะ


ที่นี่เป็นตรอกเล็กๆ ที่รวมร้านขายขนมโบราณและขนมสมัยใหม่ไว้หลายร้าน อย่างร้านดังๆ เลยก็คือ Kawagoe Butter Sand ที่มีกิมมิคตรงเอาของขึ้นแบบ ‘มันคาวาโกเอะ’ มาประยุกต์กับวัฒนธรรมตะวันตกแล้วรังสรรค์ออกมาเป็นขนมสุดอร่อย


ย่านนี้มีประวัติยาวนานเนื่องจากอยู่มาตั้งแต่ยุคโชวะ อายุกว่า 100 ปีเลยค่ะ แถมบริเวณนี้ยังเคยเป็นแหล่งผลิตขนมแหล่งสำคัญของคาวาโกเอะด้วย นั่นเพราะหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในแถบคันโต ขนมจากที่นี่ก็ถูกส่งเข้าโตเกียวมากขึ้น สุดท้ายก็กลายเป็นย่านขนมชื่อดังมาถึงปัจจุบัน


ตลอดสองข้างทางมีร้านของเล่นและขนมญี่ปุ่นโบราณเต็มไปหมด เลือกไม่ถูกเลยว่าจะซื้ออะไรไปเป็นของฝาก

ส่วนตัวเรารู้สึกว่าที่นี่เป็นอีกมุมของคาวาโกเอะที่มีเสน่ห์มาก เพราะนอกจากคาวาโกเอะจะมีอาคารและถนนเก่าแก่แล้ว เรายังสามารถสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นยุคเก่าผ่านขนมและร้านเล็กๆ ในตรอกแห่งนี้ได้อีกด้วย
ลอง ‘ขนมฟุกาชิ’ เอกลักษณ์ของเมืองคาวาโกเอะ
ถ้ามาคาวาโกเอะแต่ไม่ได้กิน ฟุกาชิ (Fugashi) มันก็เหมือนมาไม่ถึงแหละค่ะ แถมฟุกาชิยังอร่อยและถูกมากด้วย
เจ้าขนมชนิดนี้มันจะเป็นขนมฟูกรอบทำจากแป้งสาลี เคลือบน้ำตาลทรายแดง ลักษณะเป็นแท่งยาวสีดำ หน้าตาอาจดูเรียบๆ แต่เป็นขนมย้อนยุคที่อยู่คู่ญี่ปุ่นมานาน และถือเป็นหนึ่งในขนมเอกลักษณ์ของคาวาโกเอะเลย
รสชาติจะมีความหวานเบาๆ กลิ่นน้ำตาลทรายแดงชัดเจน เนื้อสัมผัสกรอบฟู กินเพลินกว่าที่คิดมาก
บางร้านก็มีขนาดใหญ่มากจนถือเดินแล้วสะดุดตาสุดๆ แต่ก็มีบางร้านที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ รวมถึงมีรสชาติอื่นๆ ด้วย

แต่ถ้าจะเอาออริจินอลก็ต้องแท่งสีน้ำตาลรสน้ำตาลทรายแดงนี่แหละ!
แล้วจากที่ลองเดินดูมาหลายร้าน… ขอยกให้ ร้าน Moritokuseika เป็นร้านที่ราคาดีที่สุดที่เจอ ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปีเมจิที่ 18 หรือมากกว่า 100 ปีแล้ว และเป็นหนึ่งในร้านดังของตรอกนี้ด้วย จุดเด่นของร้านก็คือ “Daikokubo (大黒棒)” หรือขนมฟุกาชิแบบแท่งยาว

เท่าที่เดินดู หลายร้านในย่านนี้จะขายราคาสูงกว่านี้หน่อย แต่ที่ร้านนี้ราคา 300 เยนเท่านั้น ส่วนแบบกล่องก็มีราคา 400 เยน ซึ่งส่วนตัวเราแนะนำแบบกล่องดีกว่า พกพาง่าย เอาขึ้นรถไฟขากลับก็สะดวกกว่ากันเยอะ

นอกจากขนมฟุกาชิแล้ว ที่ร้าน Moritokuseika ยังมีของฝากท้องถิ่นอื่นๆ ด้วยนะ ทั้งเบียร์ท้องถิ่น และสินค้าจากชาวเมืองคาวาโกเอะอีกหลายอย่างเลย
📍 รายละเอียดเกี่ยวกับร้าน Moritokuseika
เวลาทำการ
- จันทร์-ศุกร์ เปิดตั้งแต่ 10.00 – 16.00 น. และ เสาร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่ 10.00 – 17.00 น.
พิกัด
ห้ามพลาดบัตเตอร์แซนด์หอมเนยเจ้าดัง ‘Kawagoe Butter Sand’


แล้วเราจะไม่แวะร้านดังที่พูดถึงไปก่อนหน้าได้ยังไง!
‘Kawagoe Butter Sand’ เป็นร้านขนมสุดน่ารักที่กำลังฮิตในสายคาเฟ่และคนรักของหวาน 😍

ที่นี่โดดเด่นด้วยบัตเตอร์แซนด์โฮมเมด คุกกี้หอมเนยสอดไส้ครีมเข้มข้นบนแผ่นแป้งโมจิสไตล์ญี่ปุ่น บัตเตอร์แซนด์มีให้เลือกทานหลายรสชาติเลยค่ะ ทั้งรสชาติออริจินอล รสมันม่วงญี่ปุ่นหวานๆ รสโกโก้ หรือจะเป็นรสมัจฉะสไตล์ญี่ปุ่น

ที่เราได้มาก็จะมีรสชาติขายดี อย่าง รสมันหวานคาวาโกเอะ (Kawagoe Sweet Potato) ซึ่งเป็นเมนูแนะนำของร้านด้วย ส่วนอีกชิ้นที่พนักงานเชียร์ให้เลือกคือ รสสตรอว์เบอร์รี 🍓

สำหรับรสมันหวานคาวาโกเอะ เนื้อมันหวานเชื่อมชิ้นใหญ่ๆ กัดเต็มๆ คำ เนื้อครีมไม่มาก แต่เนียนนุ่มผสมมันหวานคาวาโกเอะพอดีคำ หนุบหนับไปทั้งแผ่นโมจิ ได้รสชาติหวานละมุนแบบญี่ปุ่นสุดๆ

ส่วนรสสตรอว์เบอร์รี มีบัตเตอร์ครีมเข้มข้น หอมมัน ผสมสตรอว์เบอร์รีรสเปรี้ยวหวานที่ยังมีเนื้อผลไม้ให้เคี้ยว ฟินจนคำสุดท้าย ใครชอบทานครีมๆ ต้องตัวนี้เลย
นอกจากขนมบัตเตอร์แซนด์แล้ว ที่ร้านยังมีเมนูขนมอบ เครื่องดื่ม ไอศครีมซอฟต์ครีม และของฝากให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับไปด้วยอีกหลายเมนูนะ

📍 รายละเอียดเกี่ยวกับร้าน Kawagoe Butter Sand
เวลาทำการ
- 10:00 – 17:00 น.
ปิด
- วันพุธ
เว็บไซต์
พิกัด
แวะ ‘คาเฟ่มิฟฟี่’ เช็คอินกับน้องกระต่ายน้อยสุดน่ารัก

เดินมาอีกหน่อยเริ่มรู้สึกว่าสองข้างทางคนเยอะขึ้น 55555 แต่สายตาแอบไปเห็นคาเฟ่น้องมิฟฟี่ ที่ Miffy Kitchen & Bakery KAWAGOE ก็เลยขอแวะสักหน่อย


เข้ามาก็เจอความน่ารักกระแทกตาแบบเต็มๆ


ที่นี่เขาเป็นทางเบเกอรี่และร้านของสะสมเลยนะ ใครจะมาฝากท้อง หรือจะมาซื้อพวกสินค้าคาแรกเตอร์กลับไปก็ได้



📍รายละเอียดเกี่ยวกับร้าน Miffy Kitchen & Bakery KAWAGOE
เวลาทำการ
- ทุกวัน เวลา 10:00 – 18:00 น.
เว็บไซต์
พิกัด
เดินเที่ยวถนนสายหลัก และเยือน ‘หอระฆังแห่งกาลเวลา’ แลนด์มาร์กของคาวาโกเอะ


เดินมาแปปๆ ก็ถึง หอระฆังแห่งกาลเวลา โทคิ โนะ คาเนะ (Toki no Kane) แลนมาร์กสำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของคาวาโกเอะนั่นเอง

หอระฆังนี้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อกว่า 400 ปีที่แล้วในยุคเอโดะโดยเจ้าเมืองคาวาโกเอะในขณะนั้นค่ะ ตัวอาคารเป็นหอระฆังไม้สูง 3 ชั้น โดยถูกบูรณะใหม่หลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเมืองคาวาโกเอะเมื่อปี ค.ศ. 1893 สำหรับเสียงตีระฆังที่นี่ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งใน “100 ภูมิทัศน์เสียงของญี่ปุ่น (100 Soundscapes of Japan)” ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ด้วย

ทุกคนสามารถเข้ามาชมความงามและถ่ายภาพได้จากบริเวณถนนด้านล่างฟรีตลอด 24 ชั่วโมง แต่จะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมด้านบนนะคะ

ไปกินถั่วปรุงรสแสนอร่อยที่ ร้าน Koedo Mameya

เดินต่อจากหอระฆังฯ กลับสู่การตามล่าของอร่อยในคาวาโกเอะ 555555 มาต่อที่ร้าน ‘Koedo Mameya’ เลยค่ะ 🫘
ร้านนี้เป็นร้านขายถั่วปรุงรสชื่อดังของคาวาโกเอะ มีจุดเด่นตรงที่ความสดใหม่ของถั่ว คั่วกันสดๆ อร่อย เข้าเนื้อ เข้มข้นมาก ที่สำคัญคือเขามีรสชาติให้เลือกหลากหลายมาก จะสายหวาน สายเค็ม ไปจนถึงรสจัดจ้านสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เขาก็มีหมด


แถมยังชิมได้แทบทุกรส! เดินเข้าร้านปุ๊ป พนักงานก็ยื่นถั่วเคลือบผงคินะโกะมาให้ลองทันที ชอบมาก 5555555 ตัวถั่วกรอบ สดใหม่ ยิ่งชิมก็ยิ่งหยุดไม่ได้ โดยเฉพาะรสเผ็ดที่เผ็ดจริงแบบไม่ออมมือคนไทย


ชิมเสร็จคือลิ้นชาไปพักนึง ชิมรสอื่นต่อเกือบไม่รู้เรื่อง 😂

วันที่เราไปเที่ยวทางร้านมีจัดโปรโมชั่น 3 กล่อง 1,120 เยน ก็เลยจัดกลับมา 3 กล่อง ได้เป็น รสทาโกะยากิ รสเผ็ดจัด แล้วก็รสหอยเซลล์ย่างเนยโชวยุ


ใครกำลังมองหาของฝากจากคาวาโกเอะที่ไม่ซ้ำใคร หรืออยากลองของกินเล่นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ แนะนำให้ลองแวะร้านนี้ รับรองว่าได้ทั้งความเพลินตอนชิม และของอร่อยติดมือกลับบ้านแน่นอน
📍 รายละเอียดเกี่ยวกับร้าน Koedo Mameya
เวลาทำการ
- ทุกวัน 10:00 – 16:00 น.
เว็บไซต์
พิกัด
ฝากท้องที่ร้านข้าวหน้าปลาไหลย่าง ‘Kawagoe Ichinoya’
กินขนมไปก็เยอะ แต่ยังรู้สึกว่าไม่หนักท้อง ขอแวะกินข้าวหนักๆ สักมื้อละกัน


นี่คือร้านปลาไหลย่างเจ้าดัง ‘Kawagoe Ichinoya’ อายุอานามก็ปาเข้าไปกว่า 200 ปี ที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องปลาไหลเนื้อนุ่มฟูย่างซอสสูตรดั้งเดิมกลมกล่อม

บรรยากาศในร้านก็มีความญี่ปุ่นดั้งเดิมไม่แพ้เมนูอาหารเลยค่ะ


และแล้วอาหารก็มาเสิร์ฟ


เนื้อปลาฟูนุ่มละมุนแทบละลายในปาก แถมยังมีกลิ่นหอมกรุ่นจากการย่างถ่าน ราดด้วยซอสสูตรดั้งเดิมรสชาติกลมกล่อมกำลังดีที่ไม่หวานหรือเค็มจนเกินไป เข้ากันได้ดีเยี่ยมกับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ มาก

ทานจนอิ่มแล้วเราก็เตรียมไปที่อื่นต่อกันเลย
📍รายละเอียดเกี่ยวกับร้าน Kawagoe Ichinoya
เวลาทำการ
- ตรวจสอบในเว็บไซต์ร้าน
เว็บไซต์
พิกัด
Starbucks สาขาคาวาโกเอะ มีสวนสไตล์ญี่ปุ่นด้วยนะ!

และนี่คือ Starbucks สาขาคาวาโกเอะ!
สำหรับสตาร์บัคส์สาขานี้จะตกแต่งร้านเป็นแนวย้อนยุคแบบญี่ปุ่นโบราณ เราไม่ได้ซื้อเครื่องดื่มจากร้าน แต่เห็นว่าด้านในมีสวนญี่ปุ่นสวยๆด้วย เลยเก็บภาพมาให้ชมกันค่ะ





📍 รายละเอียดเกี่ยวกับ Starbucks Kawagoe Kanetsuki-dori
เวลาทำการ
- ทุกวัน 8:00 – 20:00 น.
พิกัด
ลิ้มรสเครื่องดื่มเย็นชื่นใจที่ glin coffee


สรุปแล้วมาได้น้ำชื่นใจๆ แก้กระหายกันที่ glin coffee สาขาคาวาโกเอะ


นอกจากจะมีเมนูให้เลือกเยอะมาก แล้วเขายังมีกาแฟแต่ละแบบให้ลองชิมกันด้วยนะ


คาเฟ่กว้างขวาง ปลอดโปรงมาก เหมาะกับการมานั่งชิลล์ แถมมีพื้นที่นั่งด้านบนให้เลือกนั่งได้ด้วย แต่ว่าต้องจองก่อนนะคะ

📍 รายละเอียดเกี่ยวกับร้าน glin coffee Youbiruten
เวลาทำการ
- ทุกวัน 10.00 – 18.00 น.
พิกัด
ออกจากร้านกาแฟ เราก็เดินลัดเลาะเพื่อไปยังจุดหมายต่อไปค่ะ

ระหว่างทางเจอการประดับธงปลาคาร์ฟเยอะมาก บรรยากาศดูสดใสแบบญี่ปุ่นๆ
เที่ยว ‘วัดอีกา’ ไปขอพรให้พบเจอแต่เรื่องดีๆ
แล้วเราก็มาถึง ‘วัดอีกา’ หรือชื่อเต็มก็คือ ศาลเจ้าคาวาโกเอะ คุมาโนะ ✨

ทางเข้าไปศาลเจ้าฯ มีที่นวดกดจุดฝ่าเท้าด้วย เราก็ไม่พลาดที่จะลองทำดู

เจอโคมแบบนี้ก็ใช่เลย เป็นสัญลักษณ์ของศาลเจ้า มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่น

สำหรับ ศาลเจ้าคาวาโกเอะ คุมาโนะ (Kawagoe Kumano Shrine) เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ใจกลางเมืองคาวาโกเอะ ที่มีประวัติย้อนกลับไปถึงปี ค.ศ. 1590 ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่สักการะเทพเจ้าคุมาโนะ โดยมีความเชื่อมโยงกับเรื่องการเสริมดวง การพบพานสิ่งดีๆ การขอพรเรื่องความรัก รวมไปถึงการปัดเป่าเคราะห์ร้าย จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นมาก

ส่วนที่มาของชื่อ ‘วัดอีกา’ มาจากตำนานของ ยาตาการาสึ (Yatagarasu) หรืออีกาสามขาในปกรณัมญี่ปุ่น ว่ากันว่ายาตาการาสึเคยทำหน้าที่เป็นผู้นำทางให้จักรพรรดิจิมมุเมื่อพระองค์หลงทางในดินแดนคุมาโนะ ต่อมาจึงได้รับการยกย่องให้เป็น ‘เทพแห่งการนำทาง’ จากตำนานนี้ ชาวญี่ปุ่นเลยนิยมมาขอพรให้ชีวิตพบทางที่ดี ประสบความสำเร็จ และก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ นั่นเองค่ะ
นอกจากนี้ อีกาสามขายังสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างสวรรค์ โลก และมนุษย์ ทำให้สัญลักษณ์อีกาที่เห็นอยู่ทั่วบริเวณศาลเจ้าไม่ได้เป็นเพียงของประดับ แต่สะท้อนความเชื่อและเรื่องราวทางจิตวิญญาณที่สืบทอดมายาวนานกว่า 400 ปี

ตรงนี้มีเซียมซีให้เล่นกันเยอะมาก

ตอนที่เราไปมี ‘ชิโนะวะ’ อยู่ด้วย เจ้าสิ่งนี้เป็นซุ้มวงแหวนที่ทำจากหญ้าคา มักใช้ประกอบในพิธีชำระล้างปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บ ก็ต้องลองไปลอดกันสักหน่อยจะได้โชคดี


น้องอีกาหน้าตาน่าเอ็นดูมาก

หลังเข้าไปสักการะในศาลเจ้าแล้วก็อย่าลืมออกมาซื้อเครื่องรางของขลังกลับบ้านไปด้วย


รายละเอียดเกี่ยวกับศาลเจ้าคาวาโกเอะ คุมาโนะ (Kawagoe Kumano Shrine)
เวลาทำการ
- ทุกวัน 10.00 – 18.00 น.
เว็บไซต์
พิกัด
หลังจากออกจากวัดอีกา เราก็ไปเดินเล่นต่ออีกหน่อยแถว Monaco Kawagoe อารมณ์ศูนย์การค้าเกมเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่(มาก) ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้ง クレアモール ใจกลางคาวาโกเอะ จู่ๆก็เจอเข้ากับแก๊งน้องแมวยืนเรียกแขก 555555555 น่ารักมาก!


ที่นี่ก็จะมีพวกตู้เกม เครื่องคีบตุ๊กตาอะไรแบบนี้ด้วย ส่วนน้องแมวที่ยืนเรียงกันนี่เขาก็มีขายนะ อย่างในป้ายที่แปะไว้คือบอกประมาณว่า ใครอยากรับน้องกลับบ้านก็ไป(ซื้อ) ที่ชั้นล่างได้
แต่ตอนนี้ก็ได้เวลาไปขึ้นรถบัสกลับสถานีฮอน-คาวาโกเอะแล้วค่ะ

ถึงสถานีแล้ว

นั่งรถไฟจากที่นี้กลับไปชินจูกุสบายๆ เลย

✨⛩️ ✨⛩️ ✨⛩️
เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับ รีวิว ‘เที่ยวคาวาโกเอะ’ ที่เราพาไปทัวร์กันในวันนี้ สำหรับเรามองว่าเป็นเมืองที่น่าสนใจสมกับที่ได้รับฉายาว่า ‘ลิตเติ้ลเอโดะ (Little Edo)’ จริงๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศของเมืองเก่า อาคารบ้านเรือน หรือวัฒนธรรมต่างๆ ก็ยังคงกลิ่นอายของญี่ปุ่นในวันวานเอาไว้ได้อย่างมีเสน่ห์
สำหรับทริปคาวาโกเอะในครั้งนี้ เราก็ขอจบการรีวิวไว้เพียงเท่านี้นะคะ หวังว่าจะช่วยเป็นไอเดียสำหรับใครที่กำลังวางแผนมาเที่ยวญี่ปุ่น และอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากโตเกียวมาเที่ยวเมืองเก่าที่เดินทางไม่ไกลดูบ้าง แล้วถ้าครั้งหน้าเราได้ไปเที่ยวที่ไหนอีก จะเก็บเรื่องราวและประสบการณ์ดีๆ มาฝากกันอีก แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าค่ะ บ๊ายบาย 👋🏻
อ่านบทความน่าสนใจจาก fromJapan
- มาถึงแล้วต้องลอง! 7 ร้านเด็ดในโตเกียว ที่คุณห้ามพลาด
- ส่องเทรนด์ฮิต “กิโมโนคิตตี้” สวย น่ารัก ไม่เหมือนใคร จาก 2 ร้านดังในโตเกียว!
- บินตรงจากไทยไปญี่ปุ่น มีสนามบินอะไรบ้าง?
อัปเดตเทรนด์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมสนุก ๆ
เพิ่มเติมได้ที่เพจ fromJapan !




