fbpx

เที่ยวธรรมชาติที่ ‘จิจิบุ’ 1 วัน กับ ‘เบลล์ เขมิศรา’

ก.พ. 22, 2024

เที่ยวธรรมชาติที่ ‘จิจิบุ’ 1 วัน กับ ‘เบลล์ เขมิศรา’

สวัสดีค่ะ บทความนี้เป็นบันทึกการเที่ยวที่เมือง จิจิบุ (Chichibu) ของ เบลล์ เขมิศรา พลเดช เมืองจิจิบุเป็นแหล่งธรรมชาติที่อยู่ใกล้กรุงโตเกียว ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชม. 20 นาทีเท่านั้น

เราไปดูกันนะคะว่าในการท่องเที่ยวครั้งนี้เบลล์จะไปที่ไหนบ้าง 😊

สารบัญ (Index)

1. ‘จิจิบุ’ อยู่ที่ไหน?

จิจิบุ (Chichibu / 秩父) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจังหวัดไซตามะ อยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 70 กม. สามารถนั่งรถไฟจากสถานี Ikebukuro ไปถึงสถานี Seibu-Chichibu อันเป็นจุดหมายปลายทางได้โดยรถด่วน ซึ่งใช้เวลาเพียง 77 นาทีเท่านั้น

เมืองแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติที่สวยงาม ศาลเจ้าเก่าแก่ และงานเทศกาลที่มีชีวิตชีวา

ใครที่กำลังตามหาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติใกล้โตเกียว ลองตามรอยเบลล์มากันได้เลย

Back To Index

2. วิธีการเดินทางไป ‘จิจิบุ’

เราจะออกเดินทางจากสถานีอิเคะบุคุโระ (Ikebukuro Station) ใน จ.โตเกียว เพื่อนั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองจิจิบุกันในครั้งนี้

สำหรับวิธีการเที่ยวที่คุ้มค่า ประหยัด และสะดวกสบายนั้น เราขอแนะนำให้คุณซื้อบัตร SEIBU 1Day Pass + Nagatoro ค่ะ

ทุกคนสามารถซื้อบัตร SEIBU 1Day Pass + Nagatoro ได้ที่เคาน์เตอร์ SEIBU Tourist Information Center Ikebukuro ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าทางเข้าสถานี Seibu-Chichibu โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำตั๋วที่เหมาะกับการเดินทางและวิธีใช้งานให้อย่างละเอียด

หากใช้บัตร SEIBU 1Day Pass + Nagatoro ใบนี้ คุณสามารถนั่งรถไฟของสาย Seibu ทั้งหมดได้ไม่อั้น ยกเว้นสาย Tamagawa line เท่านั้น เรียกได้ว่าไปไกลแค่ไหนก็จ่ายราคาเดียว เป็นตั๋วที่คุ้มสุดๆ

SEIBU 1Day Pass มีทั้งหมด 2 แบบด้วยกัน

  1.  SEIBU 1Day Pass ราคา 1,000 เยน (ค่าตั๋วสำหรับผู้ใหญ่)
  2.  SEIBU 1Day Pass + Nagatoro ราคา 1,500 เยน (ค่าตั๋วสำหรับผู้ใหญ่)

เอกสารที่จำเป็น

  • หนังสือเดินทาง หรือบัตรพำนักอาศัยในประเทศญี่ปุ่น (กรณีเป็นผู้อาศัยในญี่ปุ่น)

อายุการใช้งาน

  • 1 วัน
นั่งรถไฟด่วนพิเศษ Laview ชมวิวธรรมชาติเต็มตา

ในการเดินทางครั้งนี้เราไปกับ เบลล์ เขมิศรา ฉะนั้นเราจึงต้องเลือกวิธีการเดินทางที่สะดวก สบาย และดีที่สุดอย่างแน่นอน เพียงแค่ซื้อตั๋วรถไฟด่วนเพิ่มอีก 900 เยน (จากสถานี Ikebukuro ถึงสถานี Seibu-Chichibu) ก็ได้นั่งรถไฟสวยๆแบบนี้เลยค่ะ แถมยังสามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ด้วยนะ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเราจะมีที่นั่งชัวร์ๆ ไม่ต้องหาที่นั่งใหม่ให้วุ่นแม้จะต้องเดินทางไกลบรรยากาศภายในห้องโดยสารเอกลักษณ์ของรถไฟด่วนพิเศษ Laview คือมีเบาะที่นั่งสีเหลืองสดใสและหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง สามารถชมวิวระหว่างทางได้อย่างเต็มตานอกจากนี้ยังมีปลั๊กสำหรับชาร์จแบตและโต๊ะประจำที่นั่งให้อย่างครบครัน เราจึงสามารถนั่งรถระยะทางไกลได้แบบสะดวกสบาย

Back To Index

3. ชมน้ำแข็งย้อยสึราระที่ Ashigakubo

สถานที่แรกที่เรามากันก็คือสถานี Ashigakubo (芦ヶ久保駅) ในช่วงต้นเดือนมกราคมไปจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี สถานีแห่งนี้จะมีการจัดงาน “เทศกาลน้ำแข็งย้อยสึราระ” เป็นงานเทศกาลประติมากรรมน้ำแข็งขนาดใหญ่ในธรรมชาติ คุณสามารถชมหน้าผาที่เป็นน้ำแข็งย้อยภายในบริเวณงานได้ทั้งหมด และในตอนกลางคืนของช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการจะมีการจัดไลท์อัพให้ชมกันอีกด้วยเดินจากสถานีมาถึงหน้างานในเวลาประมาณ 10 นาที เราก็จะได้เห็นภาพธรรมชาติอันยิ่งใหญ่แล้วภายในงานมีเครื่องดื่มอุ่นๆแจกฟรี สามารถเลือกได้ระหว่างชาร้อนกับอามะสาเก (เหล้าหวาน)

บลล์ : “ลองเลือกอามะสาเกดู รสชาติอร่อย เห็นว่าดีต่อผิวของสาวๆด้วยค่ะ”

รายละเอียดของเทศกาลน้ำแข็งย้อยสึราระ ณ Ashigakubo

การเดินทาง
  • เดินจากสถานี Ashigakubo (SI34) ประมาณ 10 นาทีก็จะถึงทางเข้างานเทศกาลน้ำแข็งย้อยสึราระ
ระยะเวลาการจัดงาน
  • ต้นเดือนมกราคม – ปลายเดือนกุมภาพันธ์ (*ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
วันและเวลาทำการ
  • วันจันทร์-วันพฤหัสบดี : เวลา 9:00 – 16:00 น.
  • วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการ : เวลา 9:00 – 20:00 น.
  • ไลท์อัพ : เริ่มเปิดไฟหลังพระอาทิตย์ตกดินของวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการ 
ค่าเข้าชม
  • อายุ 13 ปีขึ้นไป : ราคา 500 เยน
  • อายุต่ำกว่า 13 ปี : ราคา 300 เยน
พิกัด

Back To Index

4. สถานี Seibu-Chichibu

หากนั่งรถไฟมาจนสุดสายก็จะถึงสถานี Seibu-Chichibu Station (西武秩父駅) ที่นี่คือสถานีสำหรับเข้าเมืองหลักของจิจิบุค่ะ

จากที่ได้เกริ่นไปในข้างต้นว่าเมืองจิจิบุเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยงานเทศกาล ในแต่ละฤดูกาลจึงมีงานเทศกาลและกิจกรรมให้ทำแตกต่างกันออกไป เมื่อถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีสตรอว์เบอร์รีให้เก็บ มีซากุระให้ชม และช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิก็ยังมีดอกชิบะซากุระให้ชมกันต่อที่สวนฮิสึจิยามะ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่เมืองนี้ก็งดงามไม่แพ้ที่ใด พอถึงช่วงฤดูหนาวก็มีออนเซ็นอุ่นๆให้เข้าไปแช่เพื่อคลายหนาวค่ะ

Back To Index

5. “Matsuri no Yu” ออนเซ็นหน้าสถานี Seibu-Chichibu

อาคารที่ตั้งอยู่ติดกับสถานี Seibu-Chichibu แห่งนี้คือ “ออนเซ็น Matsuri no Yu” (祭りの湯) เป็นออนเซ็นหน้าสถานี Seibu-Chichibu ที่รวบรวมเสน่ห์ของเมืองจิจิบุเอาไว้ ซึ่งในระหว่างที่นั่งพักรอรอบรถไฟอยู่นั้น คุณสามารถเข้ามาเลือกซื้อของฝากขึ้นชื่อประจำเมืองจิจิบุหรือทานอาหารขึ้นชื่อของเมืองจิจิบุที่นี่ได้

มุมขายของฝาก

บริเวณประตูทางเข้าที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟมากที่สุดจะมีจุดขายของฝากขนาดใหญ่ ซึ่งมีทั้งสินค้าของฝาก อาหารสด ของแช่แข็ง และขนมต่างๆที่เป็นของขึ้นชื่อของเมืองจิจิบุ เราสามารถหาซื้อทุกอย่างได้จากที่นี่ทั้งหมดค่ะ

‘มันฝรั่งทอดรสมิโซะโปเตโต้’ เป็นของขึ้นชื่อของเมืองจิจิบุ ส่วน ‘ผักดองชาคุชินะ’ เป็นของขึ้นชื่อที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 ค่ะ

หากอยากรู้ว่าอร่อยขนาดไหนต้องลองซื้อไปทานกันดูนะ

‘จิจิบุโมจิ’ ที่ทำสดใหม่ทุกวันก็เป็นของขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งที่อร่อยและขอแนะนำให้ซื้อไปลองทานเช่นกัน

นอกจากนี้ ที่นี่ยังรับผักและผลไม้มาจากฟาร์มในเมืองจิจิบุโดยตรง ดังนั้นจึงมีผลไม้อย่างสตรอว์เบอร์รีที่เก็บสดๆในตอนเช้าวางขายอยู่ด้วย สดกว่านี้ไม่มีอีกแล้วค่ะ

ฟู้ดคอร์ท

บริเวณฟู้ดคอร์ทมีพื้นที่กว้างขวางและมีร้านขายอาหารขึ้นชื่อประจำเมืองตั้งอยู่หลายร้าน หากคุณไม่รู้ว่าจะไปลองอาหารโลคอลของเมืองจิจิบุที่ไหนก็สามารถมาทานที่นี่ได้เลย รับรองว่ารสชาติอร่อยแบบที่คนในพื้นที่ยอมรับแน่นอน

อาหารที่นี่ทำสดใหม่ทุกเมนู และจะเริ่มทำอาหารหลังจากสั่งออเดอร์แล้วเท่านั้น

เมนูดังที่เป็น 2 เมนูหลักของเมืองคือ ‘วาราจิคัตสึ’ เป็นหมูทอดที่มีซอสแทรกอยู่ในเนื้อหมู และ ‘บุตะมิโซะ’ เป็นหมูหมักมิโซะซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อของเมืองนี้เช่นกัน แม้จะเป็นเมนูที่ดูเรียบง่ายแต่ก็อร่อยกว่าที่ไหนๆ สมกับเป็นอาหารโลคอลขึ้นชื่อของเมืองจิจิบุจริงๆค่ะ

นอกจากนี้ก็ยังมีโซบะผสมเกาลัดด้วย ทุกเมนูยังเป็นเมนูที่เรียบง่ายแต่อร่อยกว่าที่ไหนๆอีกเช่นเคย

เมนูของทานเล่นของเมืองจิจิบุคือ ‘มิโซะโปเตโต้’ เป็นการนำมันฝรั่งไปชุบแป้งทอดแล้วราดด้วยซอสมิโซะที่มีรสชาติหวานเค็มซึ่งเป็นรสชาติประจำเมืองจิจิบุ

เบลล์ : “เมนูนี้ก็อร่อยยย เคยทานเป็นมันฝรั่งทอดแล้ว พอได้มาลองแบบของจริง อร่อยมากจริงๆ”

รายละเอียดของออนเซ็น Matsuri no Yu

เวลาทำการ 
  • โซนของฝาก : เวลา 9:00 – 18:30 น. (วันเสาร์และวันที่ร้านกำหนด ปิดเวลา 19:30 น.)
  • ฟู้ดคอร์ท : เวลา 11:00 – 18:30 น. (วันเสาร์และวันที่ร้านกำหนด ปิดเวลา 19:30 น.)
  • โซนออนเซ็น : เวลา 10:00 – 22:00 น. (เปิดให้เข้าครั้งสุดท้ายเวลา 21:00 น.)
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

6. เมืองนากาโทโระ (Nagatoro)

ต่อไปเรามากันถึง ‘เมืองนากาโทโระ’ (Nagatoro) อีกหนึ่งเมืองธรรมชาติน่าเที่ยวในจิจิบุ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองจิจิบุ คุณสามารถเดินจากสถานี Seibu-Chichibu มายังสถานี Ohanabatake แล้วนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Nagatoro ได้ภายใน 30 นาที

เมืองแห่งนี้โด่งดังเรื่องแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างมาก ด้วยความสวยงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้น บวกกับความงดงามของแม่น้ำอาราคาวะ (Arakawa River) เมืองนากาโทโระจึงเหมาะกับการล่องเรือชมวิวมากๆเลย

ในครั้งนี้เราจะไปล่องเรือโคทัตสึ(โต๊ะทำความอุ่น)กัน!

Back To Index

7. ล่องเรือโคทัตสึ Pokapoka Kotatsu Boat

ทัวร์โปกะโปกะโคทัตสึบุเนะ (Pokapoka Kotatsu Boat) หรือ ทัวร์โต๊ะอุ่น เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ควรทำเมื่อมาถึงเมืองนากาโทโระ ในช่วงฤดูอื่นจะเปลี่ยนเป็นการล่องแก่งแทน เพราะเป็นช่วงที่น้ำในแม่น้ำอาราคาวะสูงขึ้นและไหล่เชี่ยว ซึ่งเหมาะสำหรับล่องแก่งแบบสายแอคทิวิตี้มากกว่า แต่ในช่วงฤดูหนาวระดับน้ำจะลดลง จึงเหมาะแก่การล่องแก่งน้ำนิ่งเพื่อชมวิวธรรมชาติ ซึ่งบนเรือล่องแก่งที่นากาโทโระจะมีโต๊ะโคทัตสึที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นแม้ในช่วงอากาศหนาวค่ะ

ระหว่างที่ล่องเรือโต๊ะอุ่น ไกด์ก็จะคอยเล่าประวัติต่างๆของแม่น้ำสายนี้และแนะนำจุดชมธรรมชาติให้กับเรา น้ำที่นี่ใสสะอาดมาก สามารถมองเห็นปลาที่ว่ายอยู่ในน้ำและนกเป็ดน้ำที่ว่ายอยู่ใกล้ๆเรือได้ตลอดการเดินทาง

ระหว่างการล่องเรือที่แม่น้ำอาราคาวะแห่งนี้ เราจะได้เห็น ‘หินชั้นอิวาดะทามิ’ (岩畳) ที่สวยงามอยู่คู่กับแม่น้ำที่ใสสะอาด คุณสามารถชมความงดงามของธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิดด้วยทัวร์นี้

รายละเอียดของเรือโคทัตสึ Pokapoka Kotatsu Boat

ระยะเวลาทำการทัวร์เรือโคทัตสึ
  • ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 29 ก.พ. 2024
เวลาทำการ
  • 9:00 – 16:00 น. *อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศ และปริมาณน้ำในแม่น้ำ
ระยะเวลาทำการล่องแก่ง
  • ต้นเดือนมีนาคม – เดือนธันวาคม
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

8. แวะชิมกาเล็ตที่ร้าน NAGATORO et GALET

NAGATORO et GALET หรือในชื่อภาษาญี่ปุ่นคือ Nagatoro to Gare (長瀞とガレ) เป็นร้านขายของพื้นเมืองและร้านขายอาหารทานเล่นของฝรั่งเศส เมนูเด็ดของร้านนี้คือ ‘กาเล็ต’ เป็นเครปสไตล์ฝรั่งเศส

ในครั้งนี้เบลล์จะมาลองชิมดูว่าอร่อยจริงไหม

หน้าตาของขนมกาเล็ตจะเป็นแป้งนุ่มฟูคล้ายแพนเค้ก ห่อด้วยไส้กรอกหมูที่เป็นของขึ้นชื่อเมืองจิจิบุ เมื่อเรากัดเข้าไปแล้วน้ำจากไส้กรอกที่มีรสเค็มกำลังพอดีบวกกับรสชาติของแป้งที่มีความหวานเล็กน้อยนั้นอร่อยเข้ากันได้เป็นอย่างดีเลย

เมนูนี้เป็นเมนูขายดีที่สุดของร้านและเคยถูกแนะนำในรายการทีวีญี่ปุ่นอยู่บ่อยครั้ง หน้าตาอาจจะคล้ายขนมโตเกียวที่ไทย แต่ความจริงแล้วรสชาติไม่เหมือนกันเลย อยากให้ทุกคนมาลองทานกันดูสักครั้งค่ะ

นอกจากอาหารทานเล่นแล้วร้านนี้ก็ยังมีสินค้าพื้นเมือง ทั้งเครื่องดื่ม ของดอง ถั่ว และอื่นๆ จำหน่ายอยู่ภายในร้านที่อบอุ่นแห่งนี้

‘ผักดองชาคุชินะ’ เป็นของฝากยอดนิยมอันดับ 1 ของเมืองจิจิบุ ที่นี่เองก็มีขาย แต่เป็นคนละสูตรกับที่ขายอยู่ในออนเซ็น Matsuri no Yu สามารถลองชิมก่อนได้ ถ้าหากติดใจก็ค่อยซื้อกลับไปทานกันค่ะ

ถั่วเคี้ยวเล่นของ NAGATORO et GALET ก็เป็นอีกหนึ่งของฝากขึ้นชื่อของร้าน ถั่วที่นี่มีรสชาติแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร อร่อยจนเบลล์เองก็ติดใจและซื้อกลับไปหลายกระปุกอยู่ อย่างในรูปนี้คือ ‘ถั่วรสทาโกยากิ’ หน้าตาอาจจะดูธรรมดาแต่เมื่อได้ลองทานแล้วจะต้องติดใจแบบเบลล์อย่างแน่นอน

รายละเอียดของร้าน NAGATORO et GALET

เวลาทำการ
  • 10:00 – 16:30 น.
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

9. ร้าน Asami Reizou

หากพูดถึงน้ำแข็งไส ทุกคนในเมืองจิจิบุจะต้องนึกถึงร้านนี้ “Asami Reizou” (阿左美冷蔵) ร้านน้ำแข็งไสชื่อดังของเมืองจิจิบุ

ในช่วงฤดูร้อน แถวของร้านน้ำแข็งไสแห่งนี้จะยาวมาก ต้องต่อคิวรอนานถึง 2-3 ชม.เลยทีเดียว ความพิเศษของน้ำแข็งไสร้านนี้คือใช้น้ำคุณภาพดีในการทำน้ำแข็งและยังเป็นน้ำแข็งที่ทานแล้วไม่ปี๊ดขึ้นสมองด้วย

บรรยากาศร้านจะเป็นสไตล์อบอุ่นแบบญี่ปุ่นร่วมสมัย เบลล์ลองสั่งน้ำแข็งไสสูตรชาเขียว ถั่วดำ และถั่วแดง น้ำแข็งไสของที่นี่จะเสิร์ฟมาแบบเปล่าๆ ให้เรามาราดน้ำและซอสเองตามความต้องการ จึงสามารถปรับความหวานเองได้

ในแต่ละถ้วยจะแบ่งออกเป็นน้ำเชื่อมและซอสของแต่ละรส เราค่อยๆตักลิ้มลองทีละคำ เพื่อให้พอดีกับน้ำแข็งที่ทางร้านเตรียมมาให้ ส่วนเกล็ดน้ำแข็งไสก็มีความละเอียด เบา และนุ่มฟู สัมผัสได้ว่าเป็นคาคิโกริสไตล์ญี่ปุ่นที่พิเศษกว่าร้านปกติทั่วไป

หากใครแวะมาที่เมืองนากาโทโระแล้วเกิดอยากทานน้ำแข็งไส อย่าลืมแวะมาที่ร้านน้ำแข็งไสแสนอร่อยและบรรยากาศดีแบบนี้กันนะ

รายละเอียดของร้าน Asami Reizou

เวลาทำการ
  • 10:00 – 17:00 น. (หยุดทุกวันพฤหัสบดี)
เว็บไซต์
พิกัด

Back To Index

10. โรงแรม Sunshine City Prince Hotel

โรงแรมที่เบลล์พักในครั้งนี้คือ Sunshine City Prince Hotel เป็นโรงแรมที่อยู่ติดกับห้างสรรพสินค้า Sunshine ซึ่งเป็นห้างช้อปปิ้งหลักของเมืองอิเคะบุคุโระเลย สะดวกสุดๆ

บรรยากาศบริเวณฟรอนท์ของโรงแรม

บรรยากาศภายในห้องพักชั้น 37 Panorama Floor ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของโรงแรมแห่งนี้ ห้องพักสำหรับนอนคนเดียวดูอบอุ่นและสามารถมองเห็นวิวของเมืองโตเกียวได้อย่างชัดเจน

ห้องพักแบบ Panorama Floor มีตั้งแต่ชั้นที่ 33-37 และมีห้องหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น Sweet Room, Triple Room, Fourth Room, Twin Room, Double Room, Semi Double Room 

ไม่ว่าจะพักคนเดียวหรือมากับครอบครัวก็มีห้องให้เลือกอย่างหลากหลาย

อุปกรณ์ภายในห้องพักก็มีให้อย่างครบครัน เช่น กาน้ำร้อน น้ำดื่ม และเครื่องทำกาแฟ

บรรยากาศของห้องอาหารที่เราไปทานมื้อเช้า

อาหารมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งสไตล์ญี่ปุ่นและสไตล์ฝรั่ง

ประตูทางเชื่อมระหว่างโรงแรมกับห้างสรรพสินค้า

ใครที่กำลังมองหาห้องพักที่สะดวก ใกล้แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้งแบบนี้ ลองมาพักที่ Sunshine City Prince Hotel กันดูนะ

รายละเอียดของ Sunshine City Prince Hotel

เวลาทำการ
  • Check-in : เวลา 15:00 น.
  • Check-out : เวลา 11:00 น.
เว็บไซต์
​​พิกัด

*.。.*゚*.。.*゚*

หากใครกำลังมองหาสถานที่เที่ยวตามแหล่งธรรมชาติใกล้โตเกียว “เมืองจิจิบุ” เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับทริปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับของคุณอย่างแน่นอน

เมืองจิจิบุนั้นสามารถเดินทางจากตัวเมืองหลักโตเกียวได้ภายใน 77 นาที และยังมีบัตร SEIBU 1Day PASS ให้คุณสามารถแวะลงไปเดินเล่นที่สถานีระหว่างทางของรถไฟสาย Seibu ได้แบบไม่อั้น

หากได้มาเที่ยวญี่ปุ่น ลองมาตามรอยเบลล์ที่ “จิจิบุ” กันดูนะ 🎵

อ่านบทความอื่นๆเกี่ยวกับจังหวัดไซตามะ

มากดไลค์เพจ fromJapan กันเถอะ!

รู้หรือเปล่าว่าพวกเรามี official fanpage ด้วยนะ!

ถ้าไม่อยากพลาดเทรนด์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมสนุกๆ ก็ต้องกดไลค์เพจเราแล้วล่ะ

Back To Top