ยลความงามแห่ง ‘ดอกไม้ 4 ฤดูกาลของญี่ปุ่น’ ท่ามกลางหมู่มวลมาลีที่บานสะพรั่ง
เม.ย. 30, 2026
ยลความงามแห่ง ‘ดอกไม้ 4 ฤดูกาลของญี่ปุ่น’ ท่ามกลางหมู่มวลมาลีที่บานสะพรั่ง
ใครกำลังมองหาที่เที่ยวสวยๆ ไว้พักผ่อนหย่อนใจและสามารถเดินทางจากคันไซได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถไฟคินเท็ตสึ เราแนะนำว่าทุกคนต้องลองมาเดินเล่นชม ‘ดอกไม้ 4 ฤดูกาลของญี่ปุ่น’ ณ สวนนาบานะ โนะ ซาโตะ!

สารบัญ (Index)
1.รู้จักกับสวนนาบานะ โนะ ซาโตะ (Nabana no Sato)
2.เดินทางจากนาโกย่าและคันไซได้สะดวก
4.นอกจากดอกไม้ก็มีอย่างอื่นด้วยนะ!
5.เพลิดเพลินไปกับสวนสนุกที่อยู่ใกล้ๆ
🌸🌹🍃🍁🍂
1.รู้จักกับสวนนาบานะ โนะ ซาโตะ

นาบานะ โนะ ซาโตะ (Nabana no Sato) ตั้งอยู่ที่เมืองคุวานะ จังหวัดมิเอะ ที่แห่งนี้เป็นสวนดอกไม้ที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น ภายในพื้นที่กว้างขวางของสวนเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ที่เบ่งบานอวดความสวยงามตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีดอกซากุระและทิวลิป ในช่วงฤดูร้อนเป็นดอกอาจิไซ (ดอกไฮเดรนเยีย) หรือจะเป็นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็ยังสามารถชื่นชมกับวิวใบไม้เปลี่ยนสีได้ ที่นี่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับฤดูกาลที่งดงามของญี่ปุ่นได้แบบเต็มอิ่มทั้ง 4 ฤดูค่ะ
ภายในสวนยังมีโรงเรือนเพาะชำขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า ‘สวนเบโกเนีย (Begonia Garden)’ ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับดอกไม้สีสันสดใสได้ตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศ เป็นอีกหนึ่งจุดที่ควรค่าแก่การชมอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ ทุกๆ ปีในช่วงประมาณปลายเดือนตุลาคม จนถึงปลายเดือนพฤษภาคม จะมีการประดับไฟไลท์อัพพร้อมแสงสีสุดตระการตา ถือเป็นงานประดับไฟไลท์อัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จึงไม่แปลกที่จะดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้มาเยี่ยมชม ด้วยทัศนียภาพที่งดงามผสมผสานไปด้วยดอกไม้หลากสีสันและแสงไฟตระการตา ที่นี่จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยม ไม่เพียงแต่สำหรับคนญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักท่องเที่ยวจากต่างชาติด้วย
2.เดินทางจากนาโกย่าและคันไซได้สะดวก
ทุกคนสามารถเลือกใช้รถไฟคินเท็ตสึในการเดินทางได้จากคันไซเลยค่ะ โดยเฉพาะหากคุณอยู่ในโอซาก้า หรืออยู่ใกล้กับนาโกย่า จากโอซาก้าใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง และจากนาโกย่าใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงเท่านั้นก็จะสามารถเดินทางถึงสวนนาบานะ โนะ ซาโตะ แถมยังประหยัดได้ด้วยบัตรโดยสารรถไฟสุดคุ้ม KINTETSU RAIL PASS

จากโอซาก้า
จากสถานี Osaka-Namba Station นั่งรถไฟด่วนพิเศษคินเท็ตสึ สาย Namba Line ไปยังสถานี Kuwana Station ประมาณ 2 ชั่วโมง
– ในช่วงที่มีการเปิดไฟไลท์อัพ จะสามารถโดยสารรถไฟจากสถานี Kuwana Station ต่อไปยังสถานี Kintetsu-Nagashima Station ได้เลย โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที และต่อรถบัสเพื่อไปลงหน้าสวนนาบานะ โนะ ซาโตะ ใช้เวลาอีกประมาณ 10 นาที
– นอกเหนือช่วงเวลาไลท์อัพ จะสามารถโดยสารรถบัสจากสถานี Kuwana Station ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพื่อไปลงหน้าสวนนาบานะ โนะ ซาโตะได้
(ใช้เวลารวมทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที)

จากนาโกย่า
นั่งรถไฟคินเท็ตสึสาย Nagoya Line จากสถานี Kintetsu-Nagoya Station ไปยังสถานี Kuwana Station ประมาณ 20 นาที
– ในช่วงที่มีการเปิดไฟไลท์อัพ จะสามารถโดยสารรถไฟจากสถานี Kuwana Station ต่อไปยังสถานี Kintetsu-Nagashima Station ได้เลย โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที และต่อรถบัสเพื่อไปลงหน้าสวนนาบานะ โนะ ซาโตะ ใช้เวลาอีกประมาณ 10 นาที
– นอกเหนือช่วงเวลาไลท์อัพ จะสามารถโดยสารรถบัสจากสถานี Kuwana Station ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพื่อไปลงหน้าสวนนาบานะ โนะ ซาโตะได้
(ใช้เวลารวมทั้งหมดประมาณ 35 นาที)
*หมายเหตุ:
– ในช่วงเวลาที่ไม่มีการไลท์อัพกรุณาโดยสารรถบัสจากสถานี Kuwana Station ส่วนในช่วงที่มีการไลท์อัพกรุณาโดยสารรถบัสจากสถานี Kintetsu-Nagashima Station
3.ชมดอกไม้ตามฤดูกาล
จากที่กล่าวไปในข้างต้น สวนแห่งนี้มีเทศกาลดอกไม้หมุนเวียนตลอดทั้งปี ทำให้ไม่ว่าคุณจะมาเยือนช่วงไหนก็สามารถสัมผัสความงามที่แตกต่างกันได้ วันนี้เราก็มีดอกไม้ของแต่ละฤดูมาแนะนำด้วยค่ะ
‘จากฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน’
– ดอกเนโมฟีลา
ช่วงเวลาในการชม : กลางเดือนเมษายน – กลางเดือนพฤษภาคม

เริ่มต้นกันด้วยดอกไม้ที่เป็นไฮไลต์ในช่วงนี้อย่าง ดอกเนโมฟีลา (Nemophila) ดอกไม้สีฟ้าอ่อนขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 เซนติเมตร มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ โดยจะบานสะพรั่งในช่วงกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ครอบคลุมพื้นที่กว่า 13,000 ตารางเมตร ด้วยจำนวนมากถึงประมาณ 1 ล้านต้น

เมื่อถึงช่วงพีค ทุ่งดอกไม้จะกลายเป็นพรมสีฟ้าสุดลูกหูลูกตา ราวได้เชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับท้องฟ้า เกิดเป็นภาพทิวทัศน์ที่งดงามและได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วง Golden Week ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินชมและถ่ายภาพจากมุมสูงได้
– ดอกกุหลาบ
ช่วงเวลาในการชม :
- ฤดูใบไม้ผลิ : ต้นเดือนพฤษภาคม – กลางเดือนมิถุนายน
- ฤดูใบไม้ร่วง : ต้นเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน
ต่อมาจะเป็น ดอกกุหลาบ (Rose) โดยสวนกุหลาบของที่นี่ถูกออกแบบอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ มีลำธารไหลผ่านและกุหลาบที่เลื้อยไปตามโขดหิน สร้างบรรยากาศที่งดงามและสุดแสนจะโรแมนติก

ภายในสวนรวบรวมกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งกุหลาบสมัยพันธุ์ใหม่ๆ อย่างเช่น Hybrid Tea, Floribunda กุหลาบเลื้อย, กุหลาบอังกฤษที่มีกลิ่นหอม รวมถึงกุหลาบโบราณ ซึ่งล้วนก็มีเสน่ห์ สีสันและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ของตน

ภายในสวนรวบรวมกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งกุหลาบสมัยพันธุ์ใหม่ๆ อย่างเช่น Hybrid Tea, Floribunda กุหลาบเลื้อย, กุหลาบอังกฤษที่มีกลิ่นหอม รวมถึงกุหลาบโบราณ ซึ่งล้วนก็มีเสน่ห์ สีสันและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ของตน
– สวนบีโกเนีย
ช่วงเวลาในการชม : ตลอดทั้งปี

สวนบีโกเนีย (Begonia Garden) แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสวนบีโกเนียที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ภายในเรือนกระจกขนาดใหญ่กว่า 9,000 ตารางเมตร มีการจัดแสดงดอกบีโกเนียมากกว่า 12,000 ต้น จากหลากหลายสายพันธุ์ทั่วโลกค่ะ

เมื่อคุณก้าวเข้าไปด้านในจะรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกแห่งความฝัน เต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใส โดยเฉพาะบีโกเนียดอกใหญ่ที่บานตลอดทั้งปี พร้อมมุมถ่ายภาพที่จัดไว้ให้อย่างสวยงาม
– เทศกาลหิ้งห้อย
ช่วงเวลาในการชม : ปลายเดือนพฤษภาคม – ปลายเดือนมิถุนายน

นอกจากดอกไม้สวยๆในสวนแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ เทศกาลหิ่งห้อย ที่จัดขึ้นทุกปีช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนมิถุนายน หลังตะวันตกดินทุกคนจะได้พบกับกองทัพหิ้งห้อยที่ออกมาอวดโฉม เรืองแสงสว่างในความมืด ดูคล้ายกับกลุ่มดาวที่มีชีวิตล่องลอยไปมา เป็นภาพที่สวยงามและหาดูได้ยากมาก ซึ่งบรรยากาศแบบนี้ไม่มีให้เห็นในเมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือโอซาก้าแน่นอน ถือเป็นประสบการณ์ที่ทั้งโรแมนติกและไม่ควรพลาดค่ะ

‘เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง’
– ดอกคอสมอส
ช่วงเวลาในการชม : ปลายเดือนกันยายน – ต้นเดือนพฤศจิกายน

นอกจากใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ทุกคนก็ยังจะได้ชม ดอกคอสมอส (Cosmos) ที่จะบานในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน บนพื้นที่กว้างกว่า 43,000 ตารางเมตร

การจัดวางดอกไม้ถูกออกแบบให้ผู้มาเยือนสามารถชมวิวได้อย่างสวยงามจากหลายมุม โดยเฉพาะบริเวณเนินเขาและใกล้ทางเข้า ซึ่งจะเห็นทุ่งดอกไม้สดใสทอดยาวสุดสายตา
– ดอกดาเลีย
ช่วงเวลาในการชม : ต้นเดือนตุลาคม – กลางเดือนพฤศจิกายน

ที่พลาดไม่ได้อีกหนึ่งดอกก็คือ ดอกดาเลีย (Dahlia) ซึ่งทุกคนสามารถชมได้ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายนค่ะ ที่นี่มีหลากหลายสายพันธุ์มาก รวมประมาณ 200 พันธุ์เลย และมีไฮไลต์อยู่ที่ดอกขนาดใหญ่หรือที่เรียกกันว่า “Giant blooms” เป็นอีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาด

เมื่ออากาศเย็นลง สีของดอกดาเลียก็จะยิ่งเข้มสวยมากขึ้น นั่นทำให้ดาเลียของที่นี่ได้รับความนิยมในหมู่คนรักดอกไม้ทั่วญี่ปุ่นเลยทีเดียว
– ใบไม้เปลี่ยนสี
ช่วงเวลาในการชม : ปลายเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม

ต่อมาเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง พื้นที่ภายในสวนจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้ที่เปลี่ยนจากเขียวเป็นเหลือง ส้ม และแดง ตามลำดับ ทำให้มีบรรยากาศอบอุ่นและงดงาม เหมาะสำหรับการเดินเล่นและถ่ายภาพท่ามกลางธรรมชาติเป็นที่สุด

‘จากฤดูหนาวหวนสู่ใบไม้ผลิอีกครั้ง’
– ดอกบ๊วยย้อย
ช่วงเวลาในการชม : ปลายเดือนกุมภาพันธ์ – กลางเดือนมีนาคม

หากใครได้แวะมาในช่วงหน้าหนาวก็จะพบความชมพูสวยบานสะพรั่ง แต่นั่นไม่ใช่ซากุระ เพราะมันคือ สวนดอกบ๊วยย้อย (Weeping Plum) ซึ่งกินพื้นที่ประมาณ 10,000 ตารางเมตร โดยมีต้นบ๊วยย้อยกว่า 330 ต้น ที่หลายต้นมีอายุเก่าแก่กว่า 50 ปี และบางต้นมีอายุมากกว่า 100 ปีเลย!

สำหรับดอกบ๊วยจะบานในช่วงปลายกุมภาพันธ์ถึงกลางมีนาคมค่ะ เป็นช่วงหน้าหนาวเข้าใบไม้ผลินั่นเอง แต่ละต้นก็จะออกดอกสีชมพูอ่อนๆสวยงาม มาพร้อมกลิ่นหอมโดดเด่น โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ทางสวนก็ได้มีการจัดไฟประดับเอาไว้ด้วย เหมาะสำหรับการเดินชมและถ่ายภาพมากค่ะ
– ดอกซากุระคาวาซุ
ช่วงเวลาในการชม : ต้นเดือนมีนาคม – ปลายเดือนมีนาคม

เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิเราก็จะไม่พูดถึงซากุระกันไม่ได้ใช่ไหมค่ะ แต่นี้คือ ซากุระคาวาซุ (Kawazu Zakura) เป็นซากุระที่บานเร็วกว่าพันธุ์ทั่วไปค่ะ โดยจะเริ่มบานตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม และอยู่ได้นานประมาณ 1 เดือน

ภายในสวนมีต้นซากุระคาวาซุประมาณ 300 ต้น ปลูกเรียงรายรอบสระน้ำ ทำให้เกิดเป็นอุโมงค์ดอกไม้สีชมพูสวยงาม สำหรับบริเวณนี้ก็สามารถชมได้ทั้งกลางวันและกลางคืน สวยไม่แพ้กันค่ะ
– ดอกทิวลิป
ช่วงเวลาในการชม : กลางเดือนมีนาคม – กลางเดือนเมษายน

ปิดท้ายด้วยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของสวนนาบานะ โนะ ซาโตะ คือ ดอกทิวลิป (Tulip) ซึ่งจะเริ่มชมได้ในช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายนค่ะ


พื้นที่นี้ถูกเรียกว่า Hanahiroba จะเป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่มีการปลูกทิวลิปมากถึง 1.8 ล้านดอกเลย! แน่นอนว่าหลากหลายสีสัน ทั้งแดง เหลือง ชมพู หรือจะเป็นสีหายากๆ ก็มีนะคะ เราแนะนำว่าถ้าคุณมาในช่วงต้นเดือนเมษายนก็จะได้ชมความงามของทิวลิปคู่กับซากุระด้วย
4.นอกจากสวนดอกไม้ก็มีอย่างอื่นด้วยนะ!
– ผ่อนคลายไปกับ “การแช่เท้า”
มาผ่อนคลายสบายอารมณ์ไปกับ “การแช่เท้า (Ashiyu)” อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดภายในสวนนาบานะ โนะ ซาโตะ ที่นี่เป็นจุดพักผ่อนที่รอให้คุณแวะมาเติมความสดชื่นระหว่างเดินเล่นได้แบบชิลๆ โดยบ่อแช่เท้าที่นี่ใช้น้ำแร่ธรรมชาติที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน มีสรรพคุณช่วยบรรเทาความเมื่อยล้าหลังจากการเดินเที่ยวนานๆ ได้ดีทีเดียว
– ลิ้มลองอาหารเลิศรสจากร้านอาหารมากมาย
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) : https://www.nagashima-onsen.co.jp/nabana/restaurant/index.html
ลิ้มลองอาหารเลิศรสจากร้านอาหารมากมาย ซึ่งภายในสวนนาบานะ โนะ ซาโตะ มีร้านอาหารให้เลือกถึง 7 ร้าน อาทิ อาหารญี่ปุ่น อาหารอิตาลี อาหารจีน เป็นต้น ใครชอบแบบไหนก็สามารถเลือกทานได้ตามต้องการเลยค่ะ
– แวะช็อปปิ้งของฝาก
สำหรับใครที่กำลังอยากหาของฝาก ที่นี่ก็มีโซนช็อปปิ้งให้เลือกซื้อกันได้เพลินๆ มีทั้งสินค้าออริจินอลของสวนนาบานะ โนะ ซาโตะ สินค้าท้องถิ่นขึ้นชื่อ ตลอดจนขนมปังและเค้กอบใหม่จากเตาที่มีให้คุณเลือกช็อปไปเป็นของฝากอย่างจุใจ
5.เพลิดเพลินไปกับสวนสนุกที่อยู่ใกล้ๆ

ไม่หมดเพียงเท่านั้น ภายในพื้นที่ของ Nagashima Resort ซึ่งเป็นที่ตั้งของนาบานะ โนะ ซาโตะ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะในโซนสวนสนุก ที่คุณจะได้ตื่นเต้นไปกับรถไฟเหาะสุดเร้าใจ และเครื่องเล่นที่มีให้เลือกกว่า 60 ชนิด รวมไปถึงสวนน้ำ Jumbo Seawater Pool ทะเลจำลองขนาดมหึมาที่เปิดให้สนุกกันได้เฉพาะในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
ข้อมูลเพิ่มเติมของสวนนาบานะ โนะ ซาโตะ
ที่อยู่ :
- 270 Komatsuchibata, Nagashima-cho, Kuwana City, Mie Prefecture 511-1144, Japan
เบอร์ติดต่อ :
- 0594-41-0787
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น):
ค่าเข้าและเวลาทำการ :
- วันและเวลาทำการของนาบานะ โนะ ซาโตะ รวมถึงราคาค่าเข้าจะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ก่อนเดินทางค่ะ >> https://www.nagashima-onsen.co.jp/nabana/info/advanceticket.schedule.html
พิกัด :
🌸🌹🍃🍁🍂
จากทั้งหมดที่เราได้พาทุกคนไปชมกันวันนี้ นาบานะ โนะ ซาโตะ ไม่ได้เป็นเพียงสวนดอกไม้ธรรมดา แต่เป็นสถานที่ที่รวบรวมความงดงามของธรรมชาติทั้ง 4 ฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นทุ่งดอกไม้สีสดในฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือการประดับไฟสุดอลังการในฤดูหนาว หากคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความสวยงาม ความผ่อนคลาย และประสบการณ์ที่น่าประทับใจ แถมยังเดินทางสะดวก นาบานะ โนะ ซาโตะ คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งค่ะ
ที่มา (Ref.) :
https://www.nagashima-onsen.co.jp/nabana/index.html
อ่านบทความ fromJapan ที่น่าสนใจได้ที่นี่ 👇
- สำรวจ 4 สถานที่ท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวในมิเอะ ด้วยบัตรโดยสาร Kintetsu Rail Pass 5-Day plus!
- เที่ยวภูเขา Gozaisho ในฤดูร้อนและฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ด้วยรถไฟ HINOTORI
- เที่ยวจังหวัดมิเอะและนาราด้วยตั๋ว KINTETSU RAIL PASS plus วันที่ 1
อัปเดตเทรนด์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมสนุก ๆ
เพิ่มเติมได้ที่เพจ fromJapan !




